บท
ตั้งค่า

ซ่อนตัว

รั่วซีเลือกกิ่งไม้ที่พอจะรับน้ำหนักของนางและน้องชายได้ จากนั้นก็ใช้ผ้าคาดเอวของตนเองผูกร่างของนางและน้องชายเอาไว้กับลำต้นไม้ เพื่อไม่ให้ร่างตกลงไปข้างล่าง

“ท่านเองก็ทำด้วย เผื่อจะเผลอหลับจะได้ไม่ตกลงไป”

“ดะ ได้” เขาเองก็แปลกใจไม่น้อยที่น้องสาวดูจะเฉลียวฉลาดขึ้น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาสนใจตรวจสอบความฉลาดของน้องสาว

รั่วซีต้องกระซิบปลอบเด็กน้อยที่เสียขวัญจนเกือบจะร้องไห้ออกมาไม่ให้ส่งเสียง ไม่นานความเจ็บปวดที่หัวก็ทำให้นางเกือบจะเป็นฝ่ายร้องโวยวายขึ้นมาเสียเอง

นางต้องกัดฟันแน่น เพื่อข่มความเจ็บปวดเอาไว้ พี่ชายที่อยู่กิ่งไม้ข้างๆ เหมือนจะสัมผัสได้ว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับน้องสาว “ซีซี” เขาร้องเรียกเบาๆ

“ยะ อย่าส่งเสียง” เขาคงได้ยินเสียงฝีเท้าด้านล่างเช่นเดียวกับรั่วซีถึงได้เงียบเสียงลงทันที แล้วจับตามองว่าเกิดอันใดขึ้น

ความเจ็บปวดที่รั่วซีได้รับดูเหมือนจะเพิ่มความทรมานขึ้นเรื่อยๆ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ปรากฏให้นางได้เห็น มันคือความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ที่ช่วยให้นางได้รู้ถึงสถานที่ที่นางอยู่ และความเป็นมาทั้งหมด

จินฮุ่ย ผู้เป็นบิดา เดิมเป็นบัณฑิตยากจนที่สอบผ่านซิ่วไฉแล้ว แต่ไม่อาจสอบผ่านจวี่เหรินได้ จึงมาเป็นอาจารย์สอนเด็กๆ ในหมู่บ้าน ถึงได้มาพบรักกับ จางลี่อิน มารดาเจ้าของร่าง ที่เป็นคุณหนูตกยาก ย้ายมาจากเมืองหลวงทั้งตระกูล

จินตงชุน พี่ชายคนโตวัยสิบหกหนาว จินรั่วซี เจ้าของร่างวัยสิบสี่หนาว จินตงเฉิงน้องชายคนเล็กวัยห้าหนาว สามพี่น้องเหลือกันเพียงเท่านี้ เมื่อครอบครัวทั้งหมดตกตายไปพร้อมกับค่ำคืนที่โหดร้าย

เมืองที่นางอยู่ในตอนนี้คือเมืองหย่งเป่ย อยู่ห่างจากชายแดนเหนือถึงสามหัวเมือง ทหารแคว้นต้าเยี่ยบุกมาได้ไกลเพียงนี้ เท่ากับว่าสามหัวเมืองที่เหลือล้วนถูกยึดไปเรียบร้อยแล้ว

รั่วซี ก้มลงมองเด็กน้อยจินตงเฉิงที่กอดรัดเอวของนางเอาไว้แน่น ใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของเขาฝั่งลงกับหน้าอกของนาง ปากที่เม้มแน่นสนิท เพื่อกลั้นไม่ให้เสียงร้องหลุดออกมา ทั้งน่าเวทนาและน่าเอ็นดูที่เขาช่างรู้ความ จนนางอดทอดถอนใจไม่ได้

นี่คงเป็นสิ่งที่ชายชราอยากให้นางมาพบเจอ แต่ว่า...ถ้านางตาย แล้วจะได้กลับคืนภพเดิมเพื่อแก้ไขเรื่องที่ทำลงไปหรือไม่ ชั่ววูบความคิดของรั่วซีก็อยากให้ตนเองตายเสียประเดี๋ยวนี้เลย

และเหมือนชายชรากำลังจับตาดูนางอยู่ เสียงที่มีแต่นางเพียงผู้เดียวที่ได้ยิน ดังก้องอยู่ในหู “หากเจ้าคิดตัดช่องน้อยแต่พอตัวแล้วละก็...นอกจากเจ้าจะไม่ได้กลับคืนสู่ร่างเดิม เจ้ายังต้องไปเกิดใหม่เป็นวัวเป็นม้าชดใช้สิ่งที่เจ้าก่อขึ้นมา” รั่วซีสะดุ้งตกใจ นางหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาต้นเสียง แต่กลับมีเพียงความว่างเปล่า

แต่ก่อนที่นางจะเอ่ยถามจินตงเฉิง ว่าเขาได้ยินเสียงของชายชราหรือไม่ เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุยของคนจำนวนมากก็เข้ามาใกล้จนร่างกายของจินตงเฉิงแข็งเกร็ง นางถึงได้เลิกหาที่มาของเสียง

จินตงชุน เองก็ระวังตัวเช่นกัน เสียงเข้ามาใกล้ ทั้งสามที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ก็แทบจะไม่กล้าหายใจออกมาเลย ด้วยกลัวจะถูกจับได้

กลุ่มคนมุ่งหน้าไปทางถ้ำด้านใน ที่จินตงชุนคิดจะไปในตอนแรก เขาอดที่จะเหลือบมองรั่วซีไม่ได้ หากไม่เชื่อน้องสาว ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นใด

พวกเขาตั้งใจฟังเสียงทางถ้ำ ไม่นานเสียงกรีดร้อง ก็ดังลั่นไปทั่วป่าทึบที่เงียบสนิท รั่วซีต้องใช้มือปิดหูของจินตงเฉิงเอาไว้ เมื่อร่างกายของเขาสั่นอย่างแรง จนกิ่งไม้ที่นางกับเขานั่งอยู่สั่นสะท้านไปด้วย

“ไม่เป็นไร ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพวกเราอยู่บนต้นไม้ เฉิงเออร์ต้องนั่งนิ่งๆ ห้ามส่งเสียงร้องออกมา เข้าใจหรือไม่” นางกระซิบเสียงเบา และคอยปิดหูเขาไปด้วย

จินตงชุน เองก็เอาแต่นั่งหลับตา กอดลำต้นไม้ใหญ่เอาไว้แน่น ตัวเขาเหลือบไปมองทางปากถ้ำเมื่อครู่ได้เห็นภาพสยดสยอง ร่างของบุรุษถูกฟันแยกเป็นสองส่วน สตรีถูกกระชากเสื้อผ้าออกจนร่างกายเปลือยเปล่า แล้วข่มขืนอยู่ไม่ห่างจากศพของผู้เป็นสามี

สตรีบางคนที่ต่อสู้ขัดขืน พวกนางก็ต้องตายตกในทันที แต่หากว่าง่ายให้พวกทหารแคว้นต้าเยี่ยได้เล่นสนุกสักหน่อย พวกนางอาจจะมีชีวิตรอดต่ออีกเล็กน้อย ไม่ว่าทางไหนก็ไม่น่าสนใจสักทาง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เสียงร้องเงียบหายไปนานแล้ว เสียงฝีเท้าก็จากไปแล้วเช่นกัน แต่สามพี่น้องก็ยังคงนั่งตัวแข็ง ไม่กล้าขยับตัว จนฟ้าเริ่มสว่าง รั่วซีจึงได้เริ่มมองสำรวจลงไปที่ด้านล่าง

ตอนนี้ด้านในป่าแทบไม่หลงเหลือผู้รอดชีวิตอีกแล้ว ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่ทั้งสามก็ยังไม่มีความคิดที่จะลงไป ด้วยกลัวว่าพวกทหารแคว้นต้าเยี่ยจะย้อนกลับมาอีกครั้ง

“พี่หญิง ข้าอยากนอนขอรับ” จินตงเฉิง ตาแทบจะลืมไม่ขึ้นแล้ว แต่ต้องสอบถามความเห็นของพี่สาวก่อน

“เจ้านอนได้เลยเด็กดี ไม่มีกับพี่ใหญ่อยู่ เจ้าไม่ต้องห่วง” นางลูบผมของเขาอย่างเอ็นดู

เด็กน้อยพูดจบก็แทบจะหลับไปทันที รั่วซีจึงหันไปบอกจินตงชุนให้เขาพักสายตาเช่นกัน “ท่านเองก็พักเอาแรงเสียหน่อย เผื่อพวกเราจะต้องออกเดินทางต่อ”

“อืม เจ้าเองก็นอนเถิด ข้างบนปลอดภัยเช่นที่เจ้าว่าจริงด้วย” จินตงชุนถึงได้หลับตาอย่างวางใจ

รั่วซีเองก็ต้องพักเอาแรงเช่นกัน ไหนจะวิ่งหนีตายกันมาค่อนคืน ยังมาเจอเรื่องที่ชวนหดหู่ใจอีก นางทนมาได้ถึงตอนนี้ก็เก่งมากแล้ว ชาติที่แล้วอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และหุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นมาเอง จะเคยพบเห็นเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร

รั่วซีคงลืมนึกไป ว่าหากหุ่นยนต์ที่นางสร้างถูกส่งต่อให้ประเทศที่เซ็นสัญญา เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นก็คงไม่ต่างจากในตอนนี้ที่นางพบเจอมากนัก

สามพี่น้องหลับกันไปไม่รู้ว่านานเพียงใด เสียงฝีเท้าม้าที่วิ่งควบมาด้วยความเร็ว ทำให้ทั้งสามตกใจจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาระวังตัว

“ไม่ต้องกลัว หากเจ้าเงียบเช่นเดียวกับเมื่อคืน พวกเราจะต้องรอด” รั่วซีกอดปลอบจินตงเฉิง เมื่อเขาตัวสั่นไปด้วยความกลัว

ทหารเริ่มเข้ามาสำรวจด้านในป่าอีกครั้ง ทั้งหมดมุ่งไปยังถ้ำที่อยู่ด้านใน เสียงพูดคุย เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังแว่วมาแต่ไกล รั่วซีสบสายตากับจินตงชุน เพื่อสอบถามว่าเป็นทหารฝ่ายไหน

“ทหารแคว้นต้าหลี่ ลงไปขอความช่วยเหลือดีหรือไม่” เขาเอ่ยถามเสียงเบา

“รอดูอีกหน่อย” นางยังหวาดระแวงไม่หาย

เสียงพูดคุยดูเหมือนจะมาหยุดที่ใต้ต้นไม้ ต้นที่สามพี่น้องอยู่ด้านบน บุรุษรูปร่างกำยำใบหน้าเคร่งเครียดดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า รอพวกลูกน้องกลับมารายงานอยู่ใต้ต้นไม้

“รองแม่ทัพเสิ่น ไม่มีผู้รอดชีวิตขอรับ”

“อืม...มาช้าเกินไป ที่หมู่บ้านเล่า”

“ถูกเผาทำลายจนไม่หลงเหลือสิ่งใดเลยขอรับ” น้ำเสียงทหารที่รายงานเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

“ฝังร่างทั้งหมดให้เรียบร้อย จะได้รีบกลับไปรายงานท่านแม่ทัพเซี่ย”

“ขอรับ”

แต่ก่อนที่ทหารจะแยกย้ายไปจัดการฝังร่างที่ไร้วิญญาณของชาวบ้าน เสียงท้องเจ้ากรรมของจินตงเฉิงก็ส่งเสียงร้องออกมาเสียก่อน

เสียงฝ่าเท้าที่เพิ่งจะก้าวออกไปได้เพียงแค่ก้าวเดียว หยุดชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมาดูทางต้นเสียงกันทั้งหมด สามพี่น้องที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ ก็จ้องมองพวกเขาด้วยใบหน้าซีดขาวเช่นกัน

รั่วซีอยากจะดึงหูน้องชายเสียจริง แต่นางจะโทษเขาก็ไม่ได้ เขาเองก็คงไม่ได้อยากให้ท้องมันร้องประท้วงออกมาเสียหน่อย

“หืม...อย่างน้อยก็เหลือผู้รอดชีวิตสามคน พาตัวลงมา” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยไม่ได้แสดงออกว่ายินดีที่เห็นสามพี่น้อง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel