บท
ตั้งค่า

ใครควรชดใช้

พลันหลินซื่อหานกลับชะงัก

เสียงฝีเท้าหนักเบาไม่เป็นจังหวะดังขึ้นจากนอกตำหนักเย็น ก่อนร่างอรชรในอาภรณ์งดงามจะก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ บรรยากาศที่เพิ่งอบอุ่นจากการร่ำลาของพ่อลูกพลันสลาย เยว่จื่อเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาเห็นกลุ่มสตรีหลายคนเดินเรียงตามกันเข้ามา นำหน้าด้วยสตรีผู้หนึ่ง งดงาม หยิ่งผยอง และแววตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง นางคือสนมเอกตัวจริง ผู้ครองอำนาจในฝ่ายใน

"โอ้ นี่หรือ สนมต้องโทษที่กำลังจะถูกเนรเทศไปชายแดน ห๊ะสนมอ้วนเจ้าเองหรือ ฮะฮ่าาาอ้วนเพียงนี้ยังกล้าหือกับฝ่าบาทกล้าหือกับบิดาข้าใต้เท้ากรมคลังวันนี้ข้าจะช่วยสั่งสอนเจ้าเอง"

เสียงนั้นนุ่ม แต่แฝงคมมีด

หลินซื่อหานรีบประสานมือ

“ถวายพระพรพระสนม”

เหมยจิ้งย่อกายลง เยว่จื่อเองก็ย่อกายตามอย่างสงบ นิ่ง และเงียบ

"ถวายบังคมพระสนมเอกเพคะ"

สนมเอกปรายตามองเยว่จื่อจากศีรษะจรดเท้า ก่อนหัวเราะเบาๆ อย่างดูแคลน

"ช่างน่าสงสารจริงๆ ส่งลูกสาวเข้าวัง หวังจะไต่เต้า สุดท้ายกลับถูกไล่ไปอยู่เมืองอี้ร้างๆ ป่านนี้คงไม่มีแม้แต่หลังคาดีๆ ให้ซุกหัวนอน"

สนมและนางกำนัลด้านหลังหัวเราะคิกคักตาม บางคนยกแขนเสื้อปิดปาก บางคนมองเยว่จื่อราวกับสิ่งสกปรก

"ได้ยินว่าที่เมืองอี้นั้น ลมแรง ฝุ่นหนา อาหารก็ขาดแคลน"

"เหมาะดีนะ สำหรับสนมที่ชอบกินไม่เลือกแบบนี้"

"ไปถึงที่นั่น คงผอมสมใจเสียที ว่าแต่นางชื่ออะไรนะ สนมอันดับที่เท่าไหร่นะ"นางกำนัลบรีบมากระซิบชื่อแซ่ของเยว่จือ

คำพูดแต่ละคำเหมือนหนามแหลมทิ่มแทง หลินซื่อหานกำมือแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ แต่เขากลับไม่อาจเอ่ยคำใดได้ นอกจากยืนนิ่ง ก้มหน้า และกลืนความโกรธลงคอ

เยว่จื่อยืนตัวตรง หลังเหยียด ใบหน้านิ่งสงบเกินคาด แม้หัวใจจะถูกเหยียบย่ำ นางก็ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา นอกจากแววตาที่เงียบงัน

"เจ้ารู้หรือไม่"

สนมเอกก้าวเข้ามาใกล้จนแทบชน

"หญิงอ้วนขี้เหร่อย่างเจ้า ต่อให้ไปตายที่เมืองอี้ ก็ไม่มีใครจดจำ"

เยว่จื่อก้มตาลงช้าๆ ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย แต่เสียงยังคงนิ่ง

"ข้าน้อมรับชะตาเพคะ พระสนมไม่ต้องห่วง"

คำตอบนั้นทำให้กลุ่มสนมชะงักไปชั่วครู่ ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้นอีกครั้ง

"ดูสิ ยังทำท่าเป็นผู้ดีอีก เจ้าอ้วนแบบนี้ควรอยู่ในคอกหมู"

"อีกไม่นานก็จะกลายเป็นหญิงบ้านป่าแล้วยังทำท่าราวกับสตรีชั้นสูง"

หลินซื่อหานเม้มปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ แต่ยังคงเงียบ เขารู้ดีว่าหากเอ่ยคำใดออกไป ลูกสาวของเขาจะลำบากยิ่งกว่าเดิม

เยว่จื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดของหลินซื่อหานตำแหน่งต่ำต้อยแค่ฉงจิ่วผิ่นจะกล้าหือกับสนมเอกอย่างนั้นหรือ นางจึงยืนนิ่งยิ่งกว่าเดิม ยอมให้คำดูถูกถาโถมเข้ามาเหมือนสายฝน ยอมให้ความอัปยศปกคลุมร่างกาย เพื่อแลกกับความปลอดภัยในตอนนี้

สนมเอกยกยิ้มบางๆ

"จำเอาไว้ดีๆ จากวันนี้ไป เจ้าไม่ใช่คนของวังหลวงอีกแล้ว"

บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมตำหนักเย็น กลุ่มสตรีเหล่านั้นยังคงยืนอยู่ สีหน้าดูสนุกสนานราวกับยังไม่หนำใจ และดูเหมือนว่า… เรื่องราวนี้ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้

สนมเอกเสวียนซียกชายแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย ท่าทางสง่างามราวหงส์ แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ นางเดินวนรอบเยว่จื่อช้าๆ สายตากวาดมองตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินสิ่งของไร้ค่าในตลาด

"เจ้าคงจำไม่ได้กระมัง ว่าเมื่อก่อนตัวเองเป็นอย่างไร"

เสียงนั้นแผ่ว แต่แฝงแรงกดดันจนบรรยากาศในตำหนักเย็นหนักอึ้ง หลินซื่อหานยืนนิ่ง สีหน้าซีดเผือด หัวใจเจ็บปวดแต่ทำได้เพียงกำหมัดแน่น

"วันๆ เอาแต่กิน เอาแต่ร้องไห้ เอาแต่ทำตัวน่าสมเพชเดินก็เดินไม่ได้ วิ่งก็วิ่งไม่ไหวยังกล้าฝันจะเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทอีกหรือ"

เสียงหัวเราะเยาะดังแทรกมาจากสนมและนางกำนัลด้านหลัง

"ข้าอุตส่าห์ทำให้เจ้าไม่ได้เจอฝ่าบาทแล้วนะ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel