Chapter 7 ครั้งแรกของขนมผิง
Chapter 7
ครั้งแรกของขนมผิง
“อุ๊ย อู้ยย~”
หลังจากแช่ลำเอ็นในร่องสวยได้อยู่สักพัก ร่องสวย ๆ ของขนมผิงพี่เลี้ยงลูกสาวของเขาก็กลืนกินแท่งลำเข้าไปจนเกือบสุดลำ เห็นดังนั้นทนไม่ไหวกระแทกสะโพกสอบสวนเข้าไปจนลำเอ็นยาวงัดเข้ากับมดลูก คนตัวเล็กสะดุ้งตัวโหยงเมื่อรู้สึกว่าโพรงอ่อนนุ่มถูกคุกคามเข้ามาด้วยแท่งใหญ่ร้อนที่เธอไม่คุ้นชิน
เลือดสีแดงฉานไหลออกมา
ศรัณย์มองจุดเชื่อมต่อพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาอย่างดูน่าสงสาร
“เจ็บมากไหมผิง เลือดออก...” เขามองเธออย่างสงสาร เชื่อสนิทใจแล้วว่านี่เป็นครั้งแรกของพี่เลี้ยงสาวคนสวย
“คะ คุณศรัณย์...เอาออกได้ไหมคะหนูรู้สึกเจ็บ มันตึงไปหมด”
เธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่คลอเคล้าอยู่บนดวงตากลมโต ไม่รู้ตนเองจะอดทนอดกลั้นได้จนเสร็จสิ้นไหมเพราะมันเจ็บและตึงเหลือเกิน...ครั้งแรกของเธอก็เล่นเอากับผู้ชายที่อายุมากกว่าถึงห้าปี แถมยังเป็นถึงประธานบริษัทที่เธอมาฝึกงาน สถานะช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
“โทษนะผิง...ผมทำไม่ได้” หากชักมันออกเขาคงใจจะขาดตายเป็นแน่ สิ่งที่ศรัณย์ต้องการในตอนนี้คือปลดเปลื้องกำหนัด
ได้ยินคำตอบคนตัวเล็กหลับตาปี๋ ใช่ว่าเธอต้องการให้เขาถอดถอนมันออกไปเสียทีเดียว ความต้องการของขนมผิงนั้นก็มีเช่นกัน แต่หากต้องทรมานด้วยเจ็บด้วยเช่นนี้เธอเองก็ไม่ไหว
“มันจุก...แน่นไปหมดเลยค่ะ”
เธอร่ำร้องถึงความทรมานที่ได้รับ หากแต่ขาเรียวสวยโอบรัดเอวสอบเอาไว้ราวกับไม่อยากให้เขาถอดถอนออกไปแม้ว่ามันจะเจ็บสักเพียงใดก็ตาม
เม็ดเหงื่อน้อย ๆ ผุดออกมาจากใบหน้าหล่อคมคาย ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเธอ ขาเรียวถูกเลื่อนมาพาดเข้าที่คอทั้งสองข้างของศรัณย์เอาไว้ มือหนาใหญ่ล็อคต้นขาอวบจับให้แน่น ขาแกร่งนั่งคุกเข่าบนฝ่าเท้าแล้วตอกลำเอ็นลงไปในร่องสวยจนมิดด้ามไม่รอให้มันได้กลืนกินอย่างช้า ๆ เช่นในคราแรก
“อู้ยยย มันเจ็บนะคะคุณศรัณย์ เป็นแบบนี้หนูคงทนไม่ไหว...มันจะฉีกอยู่แล้ว”
เสียงคร่ำครวญแห่งความทรมานพร้อมกับดวงตาสวยปรือเปรยมองหน้าเขา นิ้วมือเรียวของขนมผิงจิกเข้ากับผ้าปูที่นอนสีขาวแน่น ขาสวยพาดบนบ่าทั้งสองข้าง
“ผมจะเริ่มขยับช้า ๆ คุณไม่ต้องกังวล”
ศรัณย์รู้ดีว่าอย่างไรก็ไม่อาจถอนตัวตนออกจากร่องสวยอวบขาวฉ่ำน้ำนั้นได้แล้ว มีเพียงใบหน้าเหยเกของคนตัวเล็กที่อยู่ใต้ร่างซึ่งยังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ
“ได้โปรด ช้ากว่านี้...” เธอว่าแกมขอร้อง ดวงตากลมโตมีน้ำตาคลออยู่น้อย ๆ
สะโพกแกร่งตอกเอ็นเข้าออกร่องสวยฉ่ำที่บวมเป่งด้วยความเจ็บ น้ำใสไหลออกมาจากรูดอกไม้พร้อมกับคราบเลือดจาง ๆ ที่ยังออกมาไม่หมด
“อิ๊ อ๊าส์!!” ขนมผิงเนื้อตัวสั่นคลอนไปทั้งกาย เล็บสวยจิกผ้าปูที่นอนแน่น ขาที่พาดอยู่บนบ่าทั้งสองข้างเกร็งเอาไว้ ดวงตาปรือเปรยอ้าปากเผยอร้องคราง เต้านมอวบดีดเด้งไปตามแรงกระแทกของศรัณย์คุณพ่อลูกติดที่ฮอตที่สุดในเวลานี้
ฮอตเหลือเกิน... ทั้งซิกแพคแน่น ๆ ทั้งหน้าตาหล่อเหล่าคมคาย จมูกโด่งเป็นคมสันกับผิวขาว ๆ ของประธานบริษัท รวมถึงลำเอ็นใหญ่ที่ปูดโปนไปด้วยเส้นเลือด มันใหญ่เกินกว่าขนาดมาตรฐานปกติ แท่งร้อนกำลังกระแทกกระทั้นเข้าสู่ภายในของขนมผิงอย่างที่เธอไม่อาจหักห้ามได้เพราะตัวเองก็ชอบเหลือเกิน...ครั้งแรกที่แสนจะน่าประทับใจ
ครั้งแรกก็เจอของใหญ่เลยผิงเอ้ย จะฉีกอยู่แล้ว เธอคิดกับตัวเองในใจพร้อมกับจ้องมองซิกแพคขาวนวลแสนกำยำ ยิ่งดูน้ำก็ยิ่งเดิน แขนแกร่งรัดต้นขาอวบแน่นพร้อมกับรัวกระแทกลำเอ็นตอกลงรู
จากแขนแกร่งที่โอบรัดต้นขาอวบไว้ ก็เลื่อนขึ้นมากดเข้าที่ไหล่เล็กทั้งสองข้าง ยืดขาแกร่งออกแล้วตอกกระแทกลงมารัวเร็วกว่าเดิม
ตั้บ ตั้บ ตั้บ เสียงเนื้อหน้าขาของทั้งคู่กระทบกันพร้อมกับเสียงน้ำใสที่กระทบกับลำเอ็นใหญ่ซึ่งตอกลงมาอย่างไม่ใยดี ไม่กลัวเลยว่าคนตัวเล็กจะต้านทานแรงนั้นไหวหรือไม่
“อ๋า~ แน่นเกินไปแล้วค่ะคุณศรัณย์!”
เธอพยายามร่ำร้องบอกว่าอาจจะทนไม่ไหวหากเขาทำรุนแรงมากกว่านี้ ของเธอมันแทบจะฉีกอยู่แล้วเพราะขนาดที่เกินมาตรฐาน ทั้งยังลงแรงมาแบบนี้อีก
“อ่า~ แต่ฉันสนุกอยู่เลย ของเธอลื่นมากทั้งน้ำยังไหลออกมาเยอะ หรือจะบอกว่าไม่สนุก? ปากปฏิเสธได้แต่ร่างกายเธอมันไม่ปฏิเสธหรอกนะผิง”
คนตัวเล็กหลับตาพริ้มน้อมรับ ยอมให้เขาตอกลำเอ็นลงมาครูดเข้าครูดออกกับเนื้อกลีบกุหลาบสวยทั้งสองข้าง ปฎิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าตัวของเธอเองนั้นก็ชอบมันมาก
“อู้ยย..ของคุณมันครูดข้างในหนู มันทั้งเจ็บทั้งเสียว...” คนตัวเล็กบรรยายถึงสิ่งที่เธอกำลังพบเจอ
เสียงลมหายใจร้อนแรงซาบซ่านอบอวลอยู่ในห้องสวีตของโรงแรมหรู แสงไฟสีทองจากโคมเหนือหัวเตียงทอดตัวลงบนผ้าปูสีขาว
จากผ้าปูที่นอนแสนเรียบร้อยกลับกลายเป็นยับยู่ยี่จากแรงของคนทั้งคู่ที่โหมกระหน่ำใส่เข้าหากันไม่มียั้ง
“อ่า~ ผิง ของเธอมันโคตรตอด...แน่นฉิบ!”
ไม่ได้เสพสมกายสาวมานาน ศรัณย์ถึงกับครางฮือเมื่อความแน่นมันตอดเขาจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร
“ฉ ฉันจะทนไม่ไหว...”
ไม่เพียงพูดเปล่าแต่กลับใช้มือจิกผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น ขาที่พาดอยู่บนบ่าทั้งสองข้างของศรัณย์ก็จิกแน่นเช่นกัน เขาโหมกระหน่ำแล้วรัวกระแทกสะโพกสอบเข้าที่ร่องสวยจนกลีบดอกไม้ยับยู่ไปตามแรงเสียดสี
ความกำหนัดในกายไม่อาจต้านทานทนเอาไว้ได้ เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้าของหนุ่มสาวทั้งคู่ น้ำสีขาวขุ่นพ่นทะลักออกมาจากลำเอ็นร้อนพุ่งตรงเข้าสู่ร่องดอกไม้สวยซึ่งตอนนี้แสนบอบช้ำจากแรงกระทำของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านาย
“อ๋า คุณศรัณย์...ทำแบบนี้มัน เดี๋ยวมันจะ...”
เธอไม่กล้าพูดคำว่า ท้อง ออกมา มันน่าอายเกินกว่าจะคิดข้ามสเต็ปไปตรงนั้น เขาเองก็มีลูกสาวอยู่แล้วแท้ ๆ คงไม่อยากมีลูกเพิ่มในตอนนี้
ไม่มีทางที่ประธานแห่งรันรวีจะคิดกับเธอเกินเลยไปกว่าคำว่าคู่นอนรายวัน ศรัณย์ไม่มีทางจริงจังกับขนมผิงซึ่งเป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงเด็ก เธอไม่อาจเอื้อมคิดไปไกลเกินกว่านั้น
“ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะปลอดภัย”
เขาก้มลงกระซิบเข้าที่ข้างใบหูก่อนจะยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าสวยแผ่วเบา
คนตัวเล็กหลับตาพริ้มปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลรินออกมาน้อย ๆ ไม่ได้เจ็บเพียงกายภายนอก หากแต่ภายในก็หม่นเศร้า เขาจะคิดจริงจังกับเธอไหมนะ? ได้แต่คิดทวนถามกับตัวเอง
ขนมผิงไม่คิดเลยว่าตัวเองจะกล้ามานอนแผ่อาซ่าอยู่ภายในโรงแรมหรูห้าดาวกับเขา ประธานบริษัทรันรวี เอ็นจีเนียริ่ง สถานที่ที่เธอมาฝึกงานซึ่งนักศึกษาที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันต่างอยากจะมา ทั้งใหญ่โตในจังหวัด ทั้งยังมีฐานเงินเดือนที่มั่นคง...แต่ขนมผิงก้าวล่วงล้ำมากกว่านั้นแล้ว
เธอเป็นมากกว่านักศึกษาฝึกงานของที่นี่...แต่กลับกลายมาเป็นเมียลับบนเตียงของท่านประธานเสียอย่างนั้น
ช่วงเย็น
หนูน้อยซาเนียอยู่ที่โต๊ะอาหารและในวันนี้คุณย่าของเธอก็มาเยี่ยม ‘คุณหญิงภิรมย์’ หญิงสูงวัยอายุกว่า 60 ปีในวันนี้มาเยี่ยมหลานสาวเพียงคนเดียว
“คุณพ่อยังไม่กลับมาอีกเหรอลูกซาเนีย”
“ยังค่ะคุณย่า”
หนูน้อยนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมกับมีอาหารสำหรับเด็กหกขวบมาเสิร์ฟอยู่ด้านหน้า ทั้งนักเก็ตและยังมีเส้นอุด้งต้มซุปไก่
“แปลก ทั้งที่เวลานี้ควรกลับมาแล้ว”
เพราะมีเรื่องอยากคุยกับลูกชายเพียงคนเดียวคุณหญิงภิรมย์จึงเช็คตารางงานจากเลขาอย่างวิทย์เป็นที่เรียบร้อย
“คุณศรัณย์คงจะมีงานด่วนละมั้งคะคุณหญิง”
ป้าเอม แม่บ้านซึ่งเป็นคนดูแลหนูน้อยซาเนียได้กล่าวพร้อมกับถือถาดน้ำส้มคั้นออกมาเสิร์ฟให้กับเด็กน้อย
และเมื่อคุณหญิงภิรมย์แห่งรันรวีมาเยือนย่อมต้องจัดโต๊ะอาหารเผื่อด้วยเช่นกัน โดยเมนูขึ้นโต๊ะในวันนี้คือแกงเขียวหวานเนื้อ ขนมจีน และน้ำส้มคั้น เป็นอาหารไทยที่ ค่อนข้างจะต้องละเมียดละไมเป็นอย่างมากในการทำ
“งานอะไรกัน...ฉันเช็คจากวิทย์มาแล้วแท้ ๆ”
คุณหญิงภิรมย์นั่งลงที่โต๊ะอาหารข้าง ๆ หนูน้อยซาเนียซึ่งกำลังทานเส้นอุดงต้มซุปไก่อยู่
“แล้วช่วงนี้เป็นยังไงบ้างลูกซาเนียปิดเทอม ย่าไม่ค่อยได้มาเยี่ยมเลย” หันไปคุยกับหลานต่อ
“สนุกดีค่ะคุณย่า”
“สนุกงั้นเหรอ อยู่กับยายเอมจะมีอะไรให้สนุกหืม? ไม่มีเพื่อนเล่นเลยนี่”
ที่นี่ไม่มีลูกของคนงาน ไม่มีเด็ก มีแต่คนแก่และสาวใช้วัยรุ่นซึ่งไม่ได้มาสุงสิงอะไรกับซาเนียสักเท่าไหร่ หญิงสูงวัยว่าพร้อมกับลูบหัวของหลานสาวพร้อมกับคลี่ยิ้มเบา ๆ
ความตั้งใจจริงคืออยากให้ลูกชายได้แต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ที่เหมาะสมหลังจากเลิกรากับแฟนสาวสมัยเรียน มหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศไป ของแถมที่ได้กลับมาคือซาเนียเด็กสาวลูกครึ่งซึ่งเป็นที่รักของคนในครอบครัว
“สนุกสิคะ มีพี่ผิงเล่นด้วยอยู่ทุกวัน”
“พี่ผิงงั้นเหรอ? ใครคือผิงล่ะ?”
คุณหญิงภิรมย์เลิกคิ้วพลางหันไปมองป้าเอมที่ยืนอยู่ด้านข้างรวบมือไว้ด้านหน้าอย่างสุภาพเพื่อรอรับคำสั่งว่าคุณหญิงแห่งตระกูลอยากจะได้อะไรเพิ่มเติมอีกไหมในมื้อนี้
“ขนมผิงค่ะคุณท่าน เป็นพี่เลี้ยงคนใหม่ของคุณหนู”
“พี่เลี้ยงงั้นเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้ว่าซาเนียมีคนเข้ามาดูแลใหม่”
“คุณศรัณย์คงยังไม่ได้แจ้งไปมั้งคะ คงจะวุ่นวายอยู่กับการทำงาน”
“แล้วไหนล่ะขนมผิงที่ว่า ไปพามาพบฉันสิเอม ฉันอยากรู้ว่าใครเป็นคนมาดูแลหลานสาวของฉัน จะมีสักกี่คนที่ทนฤทธิ์ของยัยหนูซาเนียหลานรักได้”
คุณหญิงภิรมย์พูดติดตลก หลานสาวตัวแสบดื้อมากมายแค่ไหนใครก็รู้กัน พี่เลี้ยงมากี่คนเป็นต้องลาออกกันแทบทุกราย
“พี่ผิงไปทำธุระค่ะ ยังไม่กลับมาเลยตั้งแต่ตอนหนูไปเรียนเปียโน” หนูน้อยซาเนียว่าพลางหยิบนักเก็ตไก่ขึ้นมากิน
“หายไปพร้อมกับตารัณย์เนี่ยนะ”
คุณหญิงภิรมย์พึมพำ คิ้วกระตุกอย่างบอกไม่ถูก
“นั่นไงคะ! พี่ผิงกลับมาแล้ว” หนูน้อยซาเนียว่าพลางยกมือชี้ไปที่ประตูห้องอาหารซึ่งถูกเปิดออก
ขนมผิงเดินมาข้างหน้าและมีคนที่เดินตามหลังมาก็คือศรัณย์ในชุดสูทที่ดูไม่ค่อยเรียบร้อยนัก
“แม่...” ศรัณย์เอ่ยแผ่วเบาจ้องมองหน้าแม่ที่นั่งอยู่กับหลานสาว ส่วนขนมผิงที่เดินนำไปด้านหน้ายังคงไม่รู้เรื่อง
สายตาของหญิงสูงวัยมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าพี่เลี้ยงสาวคนนี้คงไม่ได้มาในสถานะพี่เลี้ยงแบบธรรมดา อาจจะพ่วงตำแหน่งเมียบำเรอของลูกชายตนเองเข้ามาด้วย
“นี่น่ะหรือพี่เลี้ยงคนใหม่?”
