Chapter 1 เด็กฝึกงาน
Chapter 1
เด็กฝึกงาน
บริษัท รันรวี เอ็นจีเนียริ่ง
บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงทางภาคใต้
“สวัสดีค่ะ หนูเป็นนักศึกษาฝึกงานของที่นี่ มาทำงานวันแรกค่ะ”
ขนมผิง นักศึกษาสาวชั้นปีที่สี่อายุย่างเข้า 22 ปียิ้มแย้มให้กับประชาสัมพันธ์ของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นหนึ่ง เธอก้าวเข้ามาพร้อมกับสวมชุดนักศึกษา กระโปรงพลีทยาวกรอมเข่า ดวงตากลมโตดูใสซื่อและผิวพรรณขาวผ่อง รวมถึงผมสีน้ำตาลสวยวาววับทำให้เธอดูเป็นจุดน่าสนใจ
“เดี๋ยวขอเชิญไปที่ฝ่ายบุคคลนะคะ”
ผู้หญิงคนนั้นที่เป็นประชาสัมพันธ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเรียกใครคนหนึ่ง สักพักก็มีผู้ชายมารับตัวของเธอไป น่าจะเป็นคนในฝ่ายบุคคล
“น้องขนมผิงใช่ไหม เดี๋ยวพี่จะพาไปส่งที่แผนกที่เราจะต้องฝึกงานนะ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ เอ่อ...”
“พี่ชื่อกรณ์ อยู่ฝ่ายบุคคล”
“ค่ะพี่กรณ์”
“กรณ์ นั่นใคร?” น้ำเสียงแหบห้าวของ วิทย์ เลขาหนุ่มประจำตัวท่านประธานบริษัทรันรวีดังขึ้นจากทางด้านหลัง เรียกความสนใจจากคนตัวเล็กให้หันไปมอง
“เด็กฝึกงานครับคุณเลขา”
“ตำแหน่งอะไร?”
วิทย์เค้นพร้อมกับจ้องมองท่าทางของหญิงสาว นักศึกษามหาวิทยาลัยที่ชื่อขนมผิงท่าทางดูอ่อนโยน น่าจะเหมาะกับตำแหน่งที่เขากำลังตามหาอยู่พอดี
“มาฝึกงานกับฝ่ายจัดซื้อครับ เธอมาจากคณะบริหารธุรกิจ”
คุณกรณ์ซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายบุคคลหันไปแจ้งกับเลขาหนุ่มซึ่งมีอิทธิพลค่อนข้างมากในบริษัท วิทย์เป็นคนสนิทกับคุณศรัณย์ เจ้าของบริษัทแห่งนี้
“งั้นขอตัวเด็กคนนี้ไปทำงานได้ไหมกำลังต้องการคนอยู่พอดี”
“ลองถามความสมัครใจเธอดูดีกว่าครับคุณวิทย์”
ชายทั้งสองหันมามองหน้าเธอ ขนมผิงทำหน้าเหรอหรา นี่เป็นการฝึกงานครั้งแรกของเธอ ปกติขนมผิงทำงานพาร์ทไทม์และเคยขายของตลาดนัดมาบ้าง ฐานะทางบ้านเธอยากจน การส่งตัวเองมาเรียนที่มหาวิทยาลัยในตัวจังหวัดแห่งนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย
“จะให้หนูไปทำที่ฝ่ายไหนหรอคะ?”
ขนมผิงลองถามดู เธอไม่มีตัวเลือกนักหรอก บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ในจังหวัดใคร ๆ ก็อยากจะมาฝึกงานทั้งนั้น รับเด็กฝึกก็ไม่มากถือว่าเธอโชคดีมากที่ได้เข้ามาที่นี่
“งานดี ทำงานกับท่านประธาน”
วิทย์กล่าว ขนมผิงลองฟังดูอย่างตั้งใจว่าเนื้องานนั้นเธอจะทำได้หรือไม่ หากพอจะทำได้เธอก็จะทำ ไม่คิดปฏิเสธงานจากบริษัทใหญ่แห่งนี้หรอก
คฤหาสน์รันรวี
รู้ตัวอีกทีคนตัวเล็กก็ถูกรถของบริษัทพามาส่งที่คฤหาสน์หลังโตในตำแหน่งงานที่เธอไม่เคยคุ้นชินและไม่คิดจะทำสักนิด
หญิงสาวในชุดนักศึกษาพร้อมกับกระโปรงทรงพลีทยาวจ้องมองคฤหาสน์หลังโตที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ในใจเต็มไปด้วยความไม่พร้อม หากแต่ข้อเสนอนี้ไม่ใช่แย่
ตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กดูแลลูกสาวของท่านประธาน ที่ที่พักฟรี อาหารฟรี มีตั๋วพักร้อน ที่สำคัญ...มีเงินเดือน
ซึ่งตัวเลขที่ขนมผิงได้รับเรียกได้ว่ามากกว่าพนักงานประจำซะอีก ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องปฏิเสธ
ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาในตัวคฤหาสน์พร้อมกับมองไปรอบๆ
“ฮึก ๆ ปล่อยหนูนะ!” เสียงเด็กน้อยวัยหกขวบดังขึ้นพร้อมกับเสียงวิ่งตึกตัก
“ว๊าย หยุดนะคะคุณหนูซาเนียเดี๋ยวชุดจะเสียหมด”
เสียงผู้หญิงอีกคนดังขึ้นพร้อมกับเสียงวิ่งตามกันมา
งานหนักแล้วสิผิงเอ้ย คิดกับตัวเองในใจ พลางยกมือเกาหัวแกรก ๆ แต่ก็ตั้งหน้ายิ้มสู้รีบเดินเข้าไปในสวนของคฤหาสน์
ภาพแรกที่ขนมผิงเห็นคือเด็กหญิงวัยประมาณห้าถึงหกขวบสวมชุดกระโปรงสีชมพูวิ่งหน้าตั้งและชนเข้ากับเธอ
“โอ้ย...” เด็กหญิงอุทานด้วยความเจ็บเมื่อตนเองล้มลงไป ขนมผิงลุกขึ้นจับมือเด็กให้ลุกขึ้นตามเธอ
“เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” เธอถามเสียงหวานพร้อมกับรอยยิ้ม
“พี่สาวเป็นใคร?” เด็กน้อยถามพร้อมกับสาวรับใช้ที่วิ่งตามมา
“โอ้ยแฮ่ก ๆ จะบ้าตาย คุณหนูซาเนียอย่าวิ่งหนีป้าสิคะป้าแก่แล้ววิ่งตามหนูไม่ทันหรอกนะ”
“เอ่อ พี่ชื่อขนมผิงจ้ะ พี่จะมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงของเด็กหญิงซาเนีย หนูคือซาเนียใช่ไหมจ๊ะ?”
เธอถามพร้อมกับย่อตัวลงและจับไหล่ของเด็กน้อยเอาไว้ พินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเด็กน้อยแล้วก็ระบายยิ้มออกมาอ่อน ๆ ถึงว่าทำไมชื่อซาเนีย... เด็กคนนี้หน้าตาราวกับเด็กฝรั่ง ภรรยาของท่านประธานคงจะเป็นคนต่างประเทศ
“ใช่ค่ะ พี่สาวมาเป็นพี่เลี้ยงหนูเหรอ”
เด็กหญิงซาเนียถามพร้อมกับแลตามอง จะพี่เลี้ยงกี่คนก็ไม่ถูกใจซาเนียเอาเสียเลย
“ใช่จ้ะ อยากให้พี่ทำอะไรบอกได้เลยนะ พี่จะมาเป็นพี่เลี้ยงของหนูหกเดือน”
ครบกับเวลาฝึกงานของเธอพอดี ถึงเนื้องานจะไม่เกี่ยวกับที่เรียนมาแต่ขนมผิงเต็มใจทำหน้าที่นี้ สวัสดิการดี เงินดี ใครเจอเข้าก็คงไม่ปฏิเสธเช่นกัน
“หกเดือน? แต่ซาเนียไม่ได้อยากมีพี่เลี้ยง”
เด็กหญิงว่าพลางทำหน้าบึ้ง เด็กน้อยซาเนียถูกใจเพียงไม่กี่คนนักหรอก ขนาดป้าแม่บ้านที่ดูแลยังไม่ค่อยถูกใจหนูน้อยเลยจนคุณพ่อต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง
“เอาน่า... ให้โอกาสพี่หน่อยนะคะเด็กดี อยากวิ่งเล่นใช่ไหมเมื่อกี้พี่เห็นวิ่งอยู่”
เธอจับไหล่เด็กน้อยเอาไว้มั่นแล้วยิ้มให้ ฐานะทางบ้านของขนมผิงไม่ได้ดีมาก แต่เธอมีน้องชายที่เติบโตมาด้วยกันและเคยเลี้ยงน้องอยู่ การจะเลี้ยงเด็กสักคนก็คงไม่ได้ยากอะไร
“อยากเล่น แต่ไม่เห็นมีใครเล่นสนุกซักคน”
เด็กหญิงพูดอย่างเบื่อหน่าย
“งั้นมาเล่นกับพี่นะคะน้องซาเนีย”
ว่าแล้วก็พาเด็กน้อยวิ่งเล่นในสนามหญ้า เธอแนะนำตัวกับคุณป้าเอม ป้าแม่บ้านที่ดูแลหนูน้อยซาเนียอยู่ในตอนนี้ เมื่อส่งต่อเด็กหญิงซาเนียให้กับพี่เลี้ยงเด็กแล้วป้าเอมก็เข้าไปทำงานในคฤหาสน์ต่อ
“ฮ่า ๆ พี่วิ่งช้าจังค่ะ!” หนูน้อยสนุกวิ่งเล่นโดยให้ขนมผิงเป็นฝ่ายไล่จับ
“นั่นสิคะ...” เธอตอบรับพร้อมกับหอบเสียงพร่า เด็กหญิงซาเนียนั้นวิ่งไวเกินไป
“งั้นเปลี่ยนมาวิ่งเล่นซ่อนแอบกันดีกว่า พี่สาวจะได้ไม่เหนื่อย”
เด็กหญิงหยุดวิ่ง ขนมผิงรู้สึกว่าการทำงานวันแรกของเธอยากกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก ยากกว่าการทำงานในบริษัทก็คือมาเลี้ยงเด็กสาวจอมป่วนลูกของเจ้าของบริษัท แถมคฤหาสน์นี้ก็ช่างกว้างใหญ่ จะเดินไปทางไหนก็เกร็ง ขอเข้าห้องน้ำยังรู้สึกเกร็งกลัวว่าของจะหายแล้วเธอจะกลายเป็นหัวขโมยโดยไม่รู้ตัว
“จ้ะ งั้นซาเนียไปแอบนะเดี๋ยวพี่สาวคนสวยจะหาเอง”
ขนมผิงว่าอย่างร่าเริง อย่างน้อยคงเหนื่อยน้อยลงได้สักนิด หากวิ่งไล่จับไปเรื่อยอย่างนี้เธอแย่แน่
“สาม สอง หนึ่ง! หาแล้วนะ!” หลังจากปิดตาอยู่ตรงริมกำแพงบริเวณสวนได้สักพักขนมผิงก็เริ่มออกตามเด็กน้อย
“อยู่ไหนจ๊ะซาเนีย” เธอเดินหาไปเรื่อย ๆ ทั้งซุ้มดอกไม้ ทั้งเดินไปสวนผักสวนครัวของคฤหาสน์ แต่ก็ยังไร้วี่แววของหนูน้อย คฤหาสน์หลังนี้ช่างใหญ่โตยิ่งนัก แต่กติกาที่ตั้งกันไว้คือซ่อนได้เฉพาะบริเวณสวนเท่านั้นห้ามเข้าไปภายในตัวคฤหาสน์ หากไปซ่อนในนั้นขนมผิงคงหาไม่เจอเป็นแน่ แค่ห้องก็มีไม่รู้ตั้งกี่ห้องแล้ว ตระกูลนี้ต้องร่ำรวยมากแน่ ๆ
“ซาเนี- อ๊ะ!!” ขณะที่กำลังเดินหา หันซ้ายหันขวาเธอหันกลับมาก็ชนเข้ากับแผงอกกำยำของใครคนหนึ่ง
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบผู้ชายใบหน้าหล่อเหลา คางคมสัน ตาเฉี่ยวเรียว นัยย์ตาสีน้ำตาลช่างแสนเสน่หา ใจดวงน้อยเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
“เธอใช่ไหม พี่เลี้ยงคนใหม่ของซาเนีย?”
“เอ่อ ช ใช่ค่ะ... คุณคือ เอ่อ?” ขนมผิงพูดเสียงติดขัด เพียงสบตาคราแรกก็ใจเต้นแรง เธอไม่ค่อยได้เจอผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาและดูภูมิฐานขนาดนี้ ส่วนใหญ่ผู้ชายที่เจอจะเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวอยู่ในสังคมเดียวกัน แต่กับผู้ชายคนนี้ดูจากระยะไกลก็รู้ว่ามาจากตระกูลผู้รากมากดี
“ผมชื่อศรัณย์ พ่อของซาเนีย”
เพียงได้ยินชื่อมือไม้ของขนมผิงก็สั่นขึ้นมาชั่วขณะ ตอนนี้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอแถมเธอยังเผลออิงซบที่แผงอกกำยำของเขา
คุณศรัณย์ รันรวี เจ้าของบริษัทรันรวี เอ็นจีเนียริ่ง
ชายร่ำรวยผู้มีลูกติดและเธอเข้ามาในบ้านหลังนี้ในสถานะพี่เลี้ยงเด็กเพื่อเลี้ยงดูลูกสาวของเขา...
