ตอนที่ 2 ข้อกล่าวหา
ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยน้ำใสขังเอ่อหลังได้ฟังถ้อยคำกล่าวหาที่บาดลงในใจ พลันความเสียใจและความหวาดกลัวเข้าจู่โจมจนไหล่บางเริ่มสั่นน้อย ๆ ยามปกตินางหาได้หวาดกลัวสิ่งใดไม่ ด้วยมีบารมีของบิดาคอยปกป้อง หากแต่ยามนี้ที่ตื่นมาในจวนผู้อื่นเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยนี่อีก พลันสติเลือนหายจนเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้หลุดออกมา
"ฮึก ฮึก"
เสียงสะอื้นของนางทำให้เท้าแกร่งชะงักกึก หันกลับมามองสตรีที่บัดนี้หน้าตาแดงก่ำ ริมฝีปากแดงชมพูราวสีลูกท้อสุก มือสาละวนไปมาสั่น ๆ จับอาภรณ์ขยับไปมาให้เข้าที่ ตัวหอบโยนสั่นน้อย ๆ จากแรงกลั้นสะอื้นของสาวเจ้า
"เป็นเจ้าที่ตั้งใจเข้าหาข้า เจ้าจะมาร่ำไห้เสียใจให้ได้สิ่งไร อย่าเสแสร้งให้ข้ารังเกียจสตรีเช่นเจ้าไปมากกว่านี้เลยหากมิเมามายจนเสียสติ ข้าคงมิแลสตรีอวบอ้วนเช่นเจ้าให้ระคายนัยน์ตาเสียหรอก"
หลางเทียนจงใจกล่าววาจาเชือดเฉือนให้นางเข้าใจว่าเป็นตนที่ล่อลวงบุรุษรูปงามเช่นตน
หลิวฟางอี้ทนไม่ไหวอีกต่อไปที่จะไม่แย้งถ้อยคำของบุรุษตรงหน้า เหตุการณ์เมื่อคืนใช่ว่าตนจะเป็นคนทำยังไม่กระจ่าง เหตุไฉนเขาถึงปรักปรำนางฝ่ายเดียวกัน สายตาตัดพ้อและผิดหวังพาดผ่านดวงตากลมโตเพียงชั่วครู่ให้ได้เห็นก่อนจะวาววับขึ้น จมูกโด่งเล็กแดงเล็กน้อยจากการกลั้นกระแสความเสียใจ
"หึ สตรีเช่นข้าแล้วเช่นไร ท่านเป็นบุรุษกล่าวหาสตรีฝ่ายเดียวเช่นนี้ได้รึ เรื่องเช่นนี้หากข้าเป็นฝ่ายยั่วยวนท่าน และหากท่านไม่โอนอ่อนมีรึเกิดขึ้น ท่านวางใจเถิด"
หลิวฟางอี้เสียงขาดหาย กลืนก้อนสะอื้นกระแสความเสียใจลงไป ก่อนเค้นวาจาเปล่งออกมาตอบโต้
"ท่านวางใจเถิด เรื่องที่เกิดขึ้นหากท่านกล่าวหาว่าเป็นข้าที่กระทำ ข้าจะรับผลจากการกระทำนี้เอง ไม่เดือดร้อนท่านเป็นแน่"
"หึ อวดดี"
ช่างเป็นสตรีที่อวดดีเสียจริง ดี! เป็นเช่นนี้ก็ดี ฟู่หลางเทียนสะบัดใบหน้าเท้าแกร่งก้าวย่างอย่างมั่นคง ตรงไปยังประตูบานหรูก่อนจะปิดเปลือกตาลงคล้ายรำคาญกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเต็มที
"ลูกฟู่ หลางเทียน"
ฮูหยินฟู่โผเข้ากอดบุตรชายอันเป็นที่รัก ในขณะที่นายใหญ่ของจวนเดินวนไปมาราวหนูติดจั่นอย่างคิดไม่ตกในสิ่งที่บุตรชายได้ล่วงเกินบุตรสาวของสหายตน
"หลิวฟางอี้ เจ้าเด็กคนนี้ ฮึก ฮึก ดูเจ้าสิ"
"ท่านแม่"
ฮูหยินว่านปล่อยโฮออกมาเมื่อเห็นสภาพของบุตรสาวอันเป็นที่รัก กอดประโลมร่างอวบลูบเนื้อตัวไปมาอย่างปลอบประโลมก่อนจะประคองนางให้ลุกขึ้น
"เฒ่าฟู่ เจ้าจะทำเช่นไร เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับบุตรสาวข้าในจวนของเจ้า บุตรชายเจ้าใช้ได้ที่ไหนกันกล้ารังแกบุตรสาวของข้า เกรงว่าไม่เห็นต่อความสัมพันธ์อันดีของสองตระกูลที่สั่งสมมาเสียนี่กะไร หึ"
นายท่านใหญ่ตระกูลหลิวกล่าวด้วยเสียงสั่น ปากคอสั่นไปหมดยามแลมองบุตรสาวอันเป็นที่รักที่บัดนี้กอดมารดาเลี้ยงตัวสั่นร้องไห้โยนราวลูกนกที่เปียกสายฝน
"เอ่อ เอ่อ เอาเช่นนี้แล้วกันเฒ่าหลิว"
ฟู่ตี้เหรินเอ่ยออกมาเสียงสั่น เหงื่อแตกพลั่ก ๆ อย่างคิดไม่ตกเมื่อได้ยินถ้อยคำที่ฉุนเฉียวของสหายตน
หลิวฟางอี้ที่เงียบมานาน ตอนนี้อยากกับจวนเต็มทน ไม่อยากทนมองใบหน้าบุรุษที่บัดนี้ส่งสายตาเหยีดมองมาที่ตนอย่างเฉยชา
"ท่านลุงฟู่ ท่านป้าเป็นข้าเองที่ดื่มจนเสียสติ เรื่องนี้ข้าไม่กล้ากล่าวโทษผู้ใด ในเมื่อเรื่องมันเกิดจากฤทธิ์สุราจนทำตัวเหลวไหล เรื่องนี้ ฮึก เรื่องนี้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันเจ้าค่ะ"
ฮูหยินหลิวอ้าปากค้างอย่างตะลังงันกับถ้อยคำของบุตรสาว ส่วนผู้เป็นบิดานั้นที่คิดว่าจะอาละวาดในคราแรกกลับเห็นดีเห็นชอบกับถ้อยคำของบุตรสาวตน
"ตะ แต่ ว่า เสี่ยวฟางลูก"
หลิวฟางอี้ส่งสายตาขอร้องให้กับบิดานางอยากกลับจวนเต็มที อยากหลีกหนีจากบุรุษใจร้ายตรงหน้า อยากหลีกหนีจากสายตาเย็นชาเหยียดหยามของเขาเต็มที
"หึ"
อวดดีเสียจริง เป็นเช่นนี้ก็ดีเช่นกันเขาเองก็ยังไม่อยากมีบ่วงมาคล้องคอเช่นกัน เป็นเช่นนี้ก็ดี ฟู่หลางเทียนยังคงเก็บปากเก็บคำเงียบมองสถานการณ์ตรงหน้าซึ่งผิดวิสัยนิสัยของตนนัก
"ฮูหยิน กลับจวน หึ"
"เดี่ยวสิ ดะ เดี๋ยว พวกเจ้าจะเอาเช่นไร อย่าไปเช่นนี้สิ"
ฟู่ตี้เหรินละล่ำละลักพูดปากคอสั่น สวรรค์บัดนี้สหายเขาโกรธเสียแล้ว เสือเฒ่าแห่งเจียงซีโกรธข้าเข้าเสียแล้ว
"เช่นนี้ก็ดีเจ้าค่ะนายท่าน ลูกฟู่ของเราหากจะแต่งงาน ควรได้สตรีที่งดงามกว่านี้"
"ฮูหยินรองเจ้าหุบปากเสีย" ฟู่ตี้เหรินหันมาตวาดภรรยารองของตน
