บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.10

“ขอรับ เขาก็คือสหายขององค์ชายเก้าผู้นั้น ได้ยินมาว่าระหว่างทางเสียนฮูหยินช่วยเขากับเอาไว้ ดังนั้นเขาจึงเข้าป้อมทหารได้อย่างปลอดภัย”

“คนขององค์ชายเก้ามาทำอะไรที่นี่?” อวี้จือพึมพำ

“ปิดเรื่องนี้เอาไว้ บอกคนของเราห้ามแพร่งพราย”

“ขอรับท่านปราชญ์”

“อาจารย์คิดเห็นอย่างไรขอรับ”

“ในเมื่อฐานะของนางยืนยันแล้ว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องขุดคุ้ย เพียงให้คนจับตาดูอยู่ห่างๆ ก็พอ”

ค่ายทหารแม่ทัพหยางนับว่าไม่เลวร้าย ผู้คนอาศัยอยู่ในเพิงพักแยกสตรีบุรุษ มีที่ให้นอน มีผ้าห่มให้คลายหนาว มีอาหารแจกสามมื้อ แม้ไม่ใช่อาหารเลิศรส แต่ก็ไม่ใช่โจ๊กใสอย่างที่คาด กลิ่นหอมของโจ๊กก็นับว่าเรียกน้ำย่อยได้ดี

ชาวบ้านช่วยงานด้วยการทำความสะอาด เข้าครัวทำอาหารแจก ตักน้ำสะอาดมาต้ม รวมไปถึงช่วยท่านหมอดูแลคน ช่วยซ่อมชุดให้เหล่าทหารในค่าย

เซี่ยฉิงปรึกษากับท่านยายเสียน เพราะอีกไม่ถึงนานเสียนจิงก็จะปักปิ่น นางจะไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นหญิงสาวที่พร้อมออกเรือน หากให้อาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นปะปนกันในค่ายทหาร ก็อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

ปลอดภัยก็ปลอดภัยอยู่ ทว่าอย่างไรที่นี่ก็นับว่าคนหมู่มากอยู่รวมกัน ตอนนี้น้ำท่วมสูงไม่ได้ข้อสรุปว่าเขื่อนจะทำการซ่อมแซมหรือไม่

ช่วงนี้มีข่าวลือว่าเขื่อนแตกเพราะมีการทุจริตในการสร้างตั้งแต่แรก จะซ่อมหรือไม่ก็ต้องรอการสอบสวน การกลับไปยังหมู่บ้านจึงไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด เนื่องจากโจรป่าออกเข่นฆ่าปล้นชิง จะปลอดภัยกว่าหากพวกนางมีทางเลือกอื่น

เช่น...เดินทางไปยังเมืองหลวง ไปหาเสียนอวิ๋นเพื่อให้เขาหาทางออกที่ดีกว่าตอนนี้

อย่างไรบุรุษหนึ่งเดียวในบ้านก็นับว่าเป็นผู้นำ แม้เซี่ยฉิงไม่อยากคิดและทำเช่นนั้น การฝากชีวิตและการตัดสินใจให้กับผู้อื่น เป็นเรื่องที่หญิงสาวเห็นว่าไร้สาระ ทว่าความเป็นจริงก็คือสตรีในยุคนี้ ล้วนไม่อาจตัดสินใจเอง ไม่อาจเลือก ทุกอย่างยังคงขึ้นอยู่กับบุรุษ หากมีบิดาชีวิตนี้ก็ต้องเชื่อฟังบิดา ไม่มีบิดาเชื่อฟังสามี ไร้สามีเชื่อฟังบุตร

กฎหมายของแคว้นต้าเหยา... สตรีที่ออกเรือนไปแล้วไร้บุตร ไม่อาจแยกบ้านออกไปอยู่เอง นางต้องถูกส่งกลับตระกูลเดิม

หากไร้ตระกูลเดิมไม่ว่าจะถูกรังแก ถูกทุบตีอย่างไรก็ต้องรั้งอยู่ที่บ้านสามี

หากถูกหย่าสามีจะส่งตัวให้บุรุษอื่นที่ด้อยกว่า อาจเป็นบ่าวในเรือน หรือทาส ล้วนไม่อาจปฏิเสธ หากมีบุตรแล้วบุตรยินดีเลี้ยงดูต่อ สามารถรั้งอยู่ในจวนทว่าไม่อาจมีปากเสียงหากสามีแต่งงานใหม่

เซี่ยฉิง...ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความโกรธและขุ่นเคือง นี่มันกดขี่กันเกินไปแล้ว!! ทำราวกับว่าสตรีที่นี่เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งไม่ใช่คน!!

ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดเซี่ยฉิงตัวจริงจึงทำสัญญาแต่งงานกับเสียนอวิ๋นขึ้น หลังจากนี้ยังมีอีกข้อตกลงก่อนหย่า นั่นก็คือเขาจะรับบุตรบุญธรรมผู้หนึ่ง จากนั้นจะเขียนหนังสือหย่าให้หญิงสาว ยอมให้นางแยกเรือนออกไปกับบุตรบุญธรรม แยกจากกันด้วยดีทั้งสองฝ่าย ห้ามมิให้เหนี่ยวรั้ง หรือพยายามทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ

ใจลอยครุ่นคิดเพียงลำพังที่ชายป่าด้านหลังกระโจมครู่ใหญ่ อยู่ๆ ก็มองเห็นเงาของกลุ่มคนมากมาย หญิงสาวหรี่ตามองผ่านความมืด พบว่าคนกลุ่มนั้นมีไม่ต่ำกว่าสิบคน นางเดินตามไปด้วยความสงสัย ตามอยู่ห่างๆ กระทั่งมั่นใจว่าคนเหล่านั้นกำลังแบกคนผู้หนึ่งออกไปด้วย

นี่เป็นครั้งแรกที่นางมาไกลจากกระโจมที่พัก ทั้งยังพบว่าด้านหลังค่ายทหารมีแม่น้ำสายเล็กๆ ที่นั่นมีเรือหลายลำจอดรออยู่ เป็นเรือเล็กนั่งได้ไม่กี่คนทั้งยังต้องใช้ฝีพาย

ขณะคนเหล่านั้นกำลังทยอยจะลงเรือ นางมองเห็นใบหน้าของคนที่ถูกแบกอยู่จากแสงจันทร์รางเลือน เขาก็คือบุรุษที่มีท่าทีเหมือนกุนซือผู้นั้น ทหารเรียกขานเขาว่าท่านปราชญ์...เยียนหลันเฟิง

ธนูถูกยิงออกไปราวกับห่าฝน หญิงสาวขมวดคิ้วในใจเริ่มขัดแย้ง ช่วย...หรือไม่ช่วย??

เพิ่งถามตัวเองจบเงาร่างที่แน่นิ่งซึ่งถูกแบกก็หล่นตู้มลงไปในน้ำ “มารดามันเถิด!!!” นางสบถจากนั้นพุ่งตัวออกไปโดยไม่ได้ยั้งคิด

กลุ่มคนทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะห้ำหั่น เซี่ยฉิงกระโดดลงไปในน้ำจุดที่ชายคนนั้นตกลงไป ควานอยู่ในน้ำนานมากกว่าจะพบเขา คนที่อยู่บนฝั่งเข้ามาช่วยลาก เขาก็คือคนคุ้มกันแซ่อวี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel