5 เหงารึเปล่า
พิมมาดาเดินตามมาส่งเขาที่หน้าบ้าน ก่อนจะตัดสินใจถามในสิ่งที่ค้างคาใจก่อนเขาจะเดินออกจากบ้านเธอไป
“พี่ถามตรง ๆ นะ ที่ฉลามมาทำความรู้จักพี่... เพราะอะไรเหรอ?” ฉลามชะงักฝีเท้า เขาหันมาสบตาหญิงสาวรุ่นพี่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาขยับเข้ามาใกล้ริมรั้วจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“ผมจะไม่โกหกพี่ ผมยืนยันว่าผมชอบพี่ครับ”
“จริงเหรอ!!! แล้วไม่รังเกียจที่พี่อายุมากกว่าหรือไง?” พิมมาดาถามเสียงสั่น แผ่นอกภายใต้เสื้อเนื้อบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว
“ไม่ครับ... ผมชอบพี่”
“แต่ว่าพี่เคยมีสามีมาแล้ว แถมยังมีลูกอีกหนึ่งคน... เธอจะรับได้จริง ๆ เหรอ?”
ฉลามยกยิ้มอย่างมาดมั่น เขาเอื้อมมือหนามากุมมือบางของเธอผ่านช่องว่างของรั้ว บีบกระชับจนความอบอุ่นซึมลึกเข้าสู่หัวใจ
“รับได้สิครับ... แล้วผมจะพิสูจน์ให้พี่เห็นเองครับว่าผมรับได้ทุกอย่างที่เป็นพี่”
พิมมาดายืนนิ่งอยู่ตรงริมรั้ว แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องทะลุเนื้อผ้าคอตตอนบางเบาของชุดลำลองที่เธอสวมใส่ จนเผยให้เห็นไรผมและเรียวขานวลเนียนรำไร เธอเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นชาย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัว
“พี่ถามอะไรหน่อยสิ... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว?” น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความสงสัยแกมอาทร ใบหน้าสวยหวานเอียงเล็กน้อยอย่างรอคอยคำตอบ
“ครอบครัวผมย้ายไปอยู่ต่างประเทศครับ... เหลือผมเฝ้าบ้านคนเดียว” ฉลามหยุดก้าวเดินแล้วหันกลับมาสบตาเธออย่างเรียบง่าย ทว่าแววตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองร่างระหงของหญิงสาวรุ่นพี่อย่างสำรวจจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว
“แปลกเนอะ... บ้านออกจะหลังใหญ่โต” พิมมาดาเลิกคิ้วประหลาดใจ พลางจินตนาการถึงความอ้างว้างในบ้านหลังนั้นที่เขาต้องเผชิญเพียงลำพัง
ฉลามยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นดูอบอุ่นทว่าแฝงไปด้วยความนัยลึกซึ้ง เขาขยับกายเข้ามาใกล้รั้วอีกนิดจนได้กลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายสาวที่ลอยมาตามลม
“อันที่จริงผมอยากอยู่หอมากกว่าครับ... แต่พ่อกับแม่เขาไม่อยากขายบ้าน แล้วอีกอย่างเวลาท่านบินมาหาผม จะได้ไม่ต้องไปนอนโรงแรม”
“อยู่บ้านคนเดียวแบบนี้... ไม่เหงาเหรอเหรอคะ?” เธอถามออกไปโดยไม่ทันคิด แต่พอเห็นสายตาที่วาววับขึ้นของเขาเธอก็แทบจะอยากถอนคำพูด
“เหงาสิครับ...ถึงต้องมาหาพี่นี่ไง” ฉลามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ลมหายใจทุ้มต่ำพร่ามัวลง
“แต่ตั้งแต่มีพี่พิมกับเจ้าเอยมาอยู่ข้างบ้าน... ผมก็เริ่มรู้สึกว่าบ้านหลังนี้น่าอยู่ขึ้นมากเลยครับผมไม่ค่อยเหงาแล้ว” สายตาที่เขามองมานั้นไม่ได้บอกแค่ความเหงา พิมมาดาหน้าแดงซ่าน เธอรู้สึกเหมือนชุดลำลองที่สวมอยู่มันบางเกินไปจนไม่อาจปกปิดความสั่นไหวของหัวใจได้เลย
“ไปอาบน้ำเถอะ...” เธอรีบตัดบทก่อนที่อารมณ์จะเตลิดไปไกลกว่านี้
“ครับ...พี่พิมอย่าลืมเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยนะครับ” ฉลามทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ชวนให้คิดลึกซึ้งและสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านไปด้วยท่วงท่าองอาจ ทิ้งให้พิมมาดายืนใจสั่นระรัวอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง... ทะเลที่เขากำลังจะพาเธอไปในวันนี้ คงจะไม่ใช่แค่การพักผ่อนธรรมดาเสียแล้ว
“เจ้าเอย ตื่นได้แล้วลูก วันนี้พี่ฉลามจะพาเราไปเที่ยวทะเลนะคะ” พิมมาดาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูเล็กของลูกสาวที่ยังจมอยู่ในห้วงนิทรา ชุดลำลองคอกว้างของเธอทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง เผยให้เห็นเนินอกขาวสล้างที่ยังคงกรุ่นไปด้วยกลิ่นกายหอมละมุนยามเช้า
“จริงเหรอคะคุณแม่!!!” ทันทีที่ได้ยินชื่อของพี่ชายข้างบ้านเด็กน้อยที่เคยงัวเงียก็เบิกตาโพลงแล้วเด้งตัวขึ้นจากที่นอนราวกับติดสปริง ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนพิมมาดาอดที่จะหมั่นไส้ในเสน่ห์ของหนุ่มรุ่นน้องคนนั้นไม่ได้
“จริงค่ะ... แต่เจ้าเอยต้องทานข้าวก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นแม่ไม่ให้ไปจริงๆ ด้วย”
“ค่ะคุณแม่! เจ้าเอยจะรีบทานให้หมดเลย”