ตอนที่ 6: ระยะห่างที่มองไม่เห็น
เสียงสัญญาณเลิกเรียนเวลาสี่โมงเย็นดังขึ้นเหมือนเสียงระฆังช่วยชีวิตในใจของเปา นักเรียนห้อง ม.5/2 ต่างพากันเก็บของเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว เตรียมตัวแยกย้ายกลับบ้านผักกาดและจิมมี่พากันชวนเธอไปกินบิงซูท้ายซอยแต่เปาปฏิเสธด้วยเหตุผลว่ามีธุระต้องรีบกลับไปช่วยแม่นิ่มที่ร้านซาลาเปา เพราะว่าในใจลึก ๆ ของเด็กสาวความอยากรู้อยากเห็นมันกำลังเต้นเร่า
เธอยืนรอจนเพื่อน ๆ ออกไปจนเกือบหมดห้อง ก่อนจะคว้ากระเป๋านักเรียนแล้วรีบเดินออกจากห้องเรียนมุ่งหน้าไปทางตึกหมวดภาษาไทยที่อยู่ห่างออกไป สายตาของเธอคอยสอดส่องมองหาร่างสูงโปร่งในชุดข้าราชการสีกากีที่เพิ่งเดินแยกตัวออกไปไม่นาน
เปาพยายามเดินให้เร็วขึ้น ขาสั้น ๆ ของเธอพยายามก้าวให้ทันร่างสูงที่เดินนำลิ่วไปไกล ไทม์เดินด้วยท่าทางมั่นคงและเป็นจังหวะ ต่างจากเธอที่ต้องเดินกึ่งวิ่งเพื่อให้ทันระยะห่าง แต่พอมาถึงหัวมุมบันไดตึกชายหนุ่มก็หายวับไปราวกับมีวิชาตัวเบา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยแตะจมูก
“หายไปไหนนะ...” เปาบ่นพึมพำขณะชะโงกหน้ามองผ่านช่องบันได
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังก้าวเท้าเพื่อจะเดินตามขึ้นไปสู่ชั้น 3 เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นไม้ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เปาสะดุ้งโหยงหัวใจกระตุกวูบ เธอไม่ได้ยินเสียงใครเลยจนกระทั่งคนคนนั้นเดินมาถึงระยะประชิด
“นั่นนักเรียนห้องไหนน่ะ มายืนด้อม ๆ มอง ๆ แถวห้องพักครูทำไมในเวลาเลิกเรียน”
เสียงแหลมสูงทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ลอยมาเตะหู เปารู้สึกเหมือนเลือดในกายจับตัวเป็นก้อนแข็งทันที เธอค่อย ๆ หันกลับไปมองช้า ๆ และภาพที่เห็นก็ทำเอาลมหายใจสะดุด... อาจารย์รัชนี หัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย พ่วงตำแหน่งอาจารย์ฝ่ายปกครองสุดเฮี้ยบ
“เอ่อ... คือ...” เปาพยายามหาข้อแก้ตัว แต่สมองกลับไม่แล่นตามเหมือนโดนลบไฟล์ทิ้ง
อาจารย์รัชนีมองไม่ค่อยชัดว่าใคร กว่าแว่นตาโบราณจะถูกใส่บนใบหน้าหลายนาที สายตาคมกริบไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โบว์สีน้ำเงินบนหัวของเปาที่มัดไว้อย่างลวก ๆ เปายืนหันหลังให้
“ม.ปลาย เหรอ นักเรียน ม.ปลาย ทำไมไม่กลับบ้านกลับช่อง มาเดินเตร็ดเตร่อยู่หน้าห้องพักครู นี่มันเขตห้ามเข้าในช่วงเวลาที่ไม่มีครูอนุญาตนะรู้ไหม”
“ขอโทษค่ะอาจารย์ หนู... หนูแค่เดินผ่านทางนี้ และหนูกำลังจะไปห้องสมุดค่ะ” เปารีบแก้ตัวเสียงสั่น อาจารย์รัชนีหรี่ตาลง
"ตึกนี้ไม่มีห้องสมุด เธอลืมหรือยังไง แล้วนี่ผมเผ้ามัดยังไงให้มันหลุดลุ่ยแบบนี้ ดูสิ... โบนั่นมัดไม่เรียบร้อยเลยนะ”
ในจังหวะที่อาจารย์รัชนีกำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้เพื่อจะตรวจดูบัตรนักเรียนที่ห้อยคอ เปาก็รู้ตัวว่าถ้าปล่อยให้โดนตรวจบัตร ความแตกแน่นอน เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่สัญชาตญาณบอกทันที... สับเกียร์หมา
“ขอโทษนะคะอาจารย์ หนูรีบค่ะ”
เปาหมุนตัววิ่งหน้าตั้งลงบันไดแบบไม่คิดชีวิต เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังสนั่น
“หยุดนะ นักเรียนคนนั้น ฉันจำหน้าเธอได้นะ หยุดเดี๋ยวนี้”
เสียงตะโกนแหลมสูงของอาจารย์รัชนีดังก้องสะท้อนไปตามโถงทางเดินชั้นสามจนฝูงนกพิราบที่เกาะอยู่ตรงหน้าต่างตึกหมวดภาษาไทยพากันตกใจบินว่อน เปาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเธอเร่งฝีเท้าสับขาเต็มกำลังจนเกือบจะพุ่งหลาวลงบันไดด้วยความรีบร้อน เธอหอบหายใจจนตัวโยน รองเท้าเหยียบพื้นกระเบื้องดัง ตับ ตับ ตับ ไม่เป็นจังหวะ
ในจังหวะที่เปากำลังจะพ้นโค้งบันไดไปนั้น ประตูห้องพักครูที่อยู่ไม่ไกลก็ถูกผลักออกอย่างรวดเร็ว อาจารย์ไทม์ที่เพิ่งจะวางแฟ้มงานลงบนโต๊ะได้ไม่ทันไรก็ต้องชะงักด้วยความสงสัยกับเสียงเอะอะที่ดังลั่นชั้นห้องพักครู เขาเดินออกมาที่หน้าห้องพักครูด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามมาดครูใหม่
“เกิดอะไรขึ้นครับอาจารย์รัชนี” ไทม์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความสงสัย เขาเห็นอาจารย์รัชนียืนเท้าสะเอวหน้าแดงก่ำ หายใจฟืดฟาดด้วยความโมโห
“ก็เด็กนักเรียนคนเมื่อกี้ไงคะอาจารย์ไทม์ มายืนด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หน้าห้องพักครู พอฉันจะเรียกตรวจบัตรก็วิ่งหนีหายไปเหมือนพวกโจร” อาจารย์รัชนีชี้นิ้วไปทางบันไดที่เปาเพิ่งวิ่งหายลับไป
อาจารย์ไทม์เดินขยับไปที่ริมระเบียงบันได สายตาเรียวคมของเขาทอดมองลงไปตามโถงบันไดข้างล่าง เขาเห็นเพียงเงาหลังไว ๆ ของเด็กสาวที่กำลังวิ่งสับขาหลบหลีกถังขยะอย่างทุลักทุเล ก่อนที่ร่างนั้นจะหายวับไปตรงหัวมุมตึกชั้นล่าง
ไทม์มองภาพความโกลาหลนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากตอนอยู่ในห้องเรียน แววตาที่เคยนิ่งสงบแปรเปลี่ยนเป็นความเอ็นดูที่ฉายชัดออกมาจนปิดไม่มิด มุมปากของชายหนุ่มขยับโค้งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ พอให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“ทะเล้น... ทโมนจริง ๆ เลยนะเด็กคนนี้”
“อาจารย์ไทม์ว่าอะไรนะคะ” อาจารย์รัชนีถามขึ้นพลางขยับแว่น ไทม์รีบปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทดั่งมืออาชีพ
“อ้อ... เปล่าครับ ผมแค่บอกว่าเด็กสมัยนี้นี่พลังงานเหลือเฟือจริง ๆ เลยนะครับ คงจะรีบกลับบ้านไปช่วยงานที่บ้านมั้งครับ”
เขาพูดแก้ต่างให้เด็กแสบข้างบ้านด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะก้มศีรษะให้อาจารย์รัชนีเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอตัว
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับอาจารย์ พอดีมีเพิ่งย้ายบ้านมาใหม่ต้องไปจัดการเรื่องที่บ้านต่อน่ะครับ”
ไทม์เดินแยกตัวออกมาด้วยจังหวะก้าวมั่นคง เขาไม่ได้เร่งรีบแต่ในใจกลับนึกขำภาพที่เปาพุ่งหลาวลงบันไดเมื่อครู่... เด็กอะไร วิ่งหนีครูฝ่ายปกครองได้สภาพหมดมาดนักเรียน ม.ปลาย ขนาดนั้น ถ้าเขากลับถึงบ้านแล้วได้เจอหน้าเจ้าตัวแสบคนนี้ เขาคงต้องมีเรื่องให้ 'อบรม' สักหน่อยแล้ว
ส่วนเปาเมื่อถึงชั้นล่างรีบวิ่งเลาะไปตามข้างอาคารเรียน ลัดเลาะผ่านพุ่มเข็มจนมั่นใจว่าไม่มีใครวิ่งตามมา เธอหอบหายใจจนตัวโยน เหงื่อไหลซึมตามไรผม
“เกือบไปแล้ว... เกือบโดนยึดบัตรแล้วอีเปาเอ๊ย”
ความคิดที่จะตามไปดูไทม์ที่ห้องพักครูถูกทิ้งไว้ข้างหลังทันที เธอไม่มีวันเอาชีวิตไปเสี่ยงกับ ‘สารวัตรเสื้อสีกากี’ เป็นครั้งที่สองแน่ เปาตัดสินใจเดินเลี่ยงไปทางประตูหน้าโรงเรียนโดยไม่หันกลับไปมองตึกนั้นอีกเลย
บรรยากาศยามเย็นของวันเปิดเทอมเต็มไปด้วยความวุ่นวาย รถรับส่งนักเรียนและมอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดเรียงรายกันเต็มหน้าโรงเรียน เปารีบเดินไปขึ้นรถประจำทางสายที่ผ่านหน้าบ้านของเธอ เธอทรุดตัวลงนั่งริมหน้าต่าง มองดูวิวทิวทัศน์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความตื่นเต้นและความวุ่นวายตลอดทั้งวันเริ่มจางหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา
รถประจำทางจอดเทียบท่าหน้าปากซอยบ้านของเธอ เปาก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกหมดแรง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรหาพ่อเชียรให้มารับที่ปากซอยอย่างที่เคยทำเป็นประจำ
“ฮัลโหลพ่อคะ... เปามาถึงหน้าปากซอยแล้ว พ่อมารับเปาหน่อยได้ไหมคะ”
“เปาเหรอ...” เสียงของพ่อเชียรดังแทรกเข้ามาด้วยความกังวล
“พ่อขอโทษทีนะลูก วันนี้ที่ร้านซ่อมรถงานเข้าเยอะมาก พ่อกำลังแก้เครื่องมอเตอร์ไซค์ให้ลูกค้าอยู่ คาดว่าน่าจะออกไปไม่ได้เลยช่วงนี้ ลูกพอจะเดินเข้าซอยเองได้ไหมหรือไม่ก็ลองเรียกรถวินข้างหน้าดูนะ”
“อ๋อ... ได้ค่ะพ่อ ไม่เป็นไรค่ะ เปาเข้าบ้านเองก็ได้” เปาพยายามทำน้ำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่ในใจแอบรู้สึกหวั่น ๆ เพราะซอยบ้านของเธอช่วงเย็น ๆ แบบนี้ค่อนข้างเปลี่ยวและมืด
“ขอโทษทีนะลูก เดี๋ยวเย็นนี้ให้แม่ทำกับข้าวอร่อย ๆ ให้กินเยอะ ๆ เลยนะ”
“ค่ะพ่อ”
เปาวางสายโทรศัพท์ แล้วถอนหายใจยาวก่อนจะเริ่มก้าวเดินเข้าซอย แสงอาทิตย์ที่เริ่มลับขอบฟ้าทำให้บรรยากาศในซอยดูวังเวงขึ้นเป็นกอง เธอพยายามจดจ่ออยู่กับการเดินแต่ในหัวกลับอดไม่ได้ที่จะคิดถึงใบหน้าของคนบางคน... คนที่เป็นทั้งพี่ชายข้างบ้าน และอาจารย์ที่เพิ่งทำให้เธอเกือบหัวใจวายที่โรงเรียน
เธอก้าวเดินผ่านบ้านเรือนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงช่วงโค้งของซอยซึ่งเป็นจุดที่มืดที่สุดของเส้นทาง... ทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถที่สว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาจากทางด้านหลัง เป็นแสงไฟจากรถกระบะคันใหญ่ที่ขับเคลื่อนเข้ามาอย่างช้า ๆ
เปารีบขยับตัวชิดขอบกำแพงเพื่อหลีกทางให้รถคันนั้น แต่ว่ารถกระบะสีดำสี่ประตูคันนั้นกลับค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงจนมาหยุดเทียบข้างตัวเธอ กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าคมคายภายใต้ชุดเสื้อยืดสีดำคอวีที่ดูสบาย ๆ ต่างจากชุดข้าราชการเมื่อกลางวันลิบลับ
“ซอยบ้านเรา... ช่วงเย็นแบบนี้มันมืดน่ากลัวนะว่าไหม” เปาหยุดกึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
“พี่... พี่ไทม์”
"อาจารย์ไทม์" ไทม์ยิ้มมุมปากพลางเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับ
“เดินกลับบ้านคนเดียวเหรอครับ”
“เอ่อ... ใช่ค่ะ” เปาตอบเสียงอ้อมแอ้มพยายามหลบสายตา ไทม์มองเด็กสาวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาบิดไปบิดมาด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากราวกับรู้ทัน
“ไหน ๆ ก็ทางเดียวกัน บ้านติดกันอยู่แล้ว จะเดินให้เหนื่อยทำไมขึ้นรถมาครับ”
“แต่ว่า... หนูเกรงใจค่ะ เปาเดินเองได้ค่ะ” เปาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจเต้นตึกตัก ไทม์เลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วกวาดสายตามองไปที่ถนนในซอยซึ่งค่อนข้างแคบ
“ดูทางข้างหลังนั่นสิครับ รถคันอื่นเริ่มต่อแถวเข้ามาแล้ว ถ้าเปายังยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ตรงนี้ รถที่จะเข้าซอยจะติดกันยาวกว่าเดิมนะ ขึ้นมาเร็วครับ... ไม่ต้องเกรงใจ”
เปาหันไปมองด้านหลังเห็นไฟหน้ารถคันอื่นเริ่มส่องสว่างสะท้อนกระจกมองหลังของไทม์ เธอจึงจำใจต้องยอมจำนนต่อสถานการณ์ เธอรีบเดินไปเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ด้วยอาการตัวเกร็งสุดขีด
ทันทีที่ประตูรถปิดลง กลิ่นหอมสะอาดอ่อน ๆ แบบผู้ชายอบอุ่นที่คุ้นเคยก็อบอวลไปทั่วรถ ยิ่งทำให้เปารู้สึกประหม่าจนแทบจะหยุดหายใจ ไทม์เหลือบมองเด็กสาวข้าง ๆ ที่นั่งหลังตรงดิ่งราวกับกำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะในลำคอ
“ทำตัวตามสบายสิครับเปา... นี่พี่ไทม์พี่ข้าง ๆ บ้าน ไม่ใช่อาจารย์ฐาปกรณ์ อาจารย์ประจำชั้น ห้อง ม.5/2 สักหน่อย”
“ค่ะ... ค่ะ พี่ไทม์” เปาตอบเสียงเบาหวิว พยายามขยับตัวให้ห่างจากคนขับมากที่สุด แต่พื้นที่ในรถกระบะคันหรูนี้กลับดูเหมือนจะแคบลงถนัดตาเมื่อต้องอยู่กับเขาสองต่อสอง
รถกระบะค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ความมืดของซอยบ้านอย่างช้า ๆ ท่ามกลางความเงียบที่เปารู้สึกว่ามันดังที่สุดในชีวิต แต่มันกลับเป็นความเงียบที่ทำเอาหัวใจของเด็กสาววัยรุ่นเต้นจังหวะรัวแรง จนเธอต้องแอบเหล่มองใบหน้าด้านข้างของคนขับที่ดูจดจ่อกับการมองทาง...
