บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 ความเชื่อใจบนรอยร้าวของอดีต

ควันหลงจากงานกาล่าดาว-เดือนมหาลัยยังไม่จางหายไปง่ายๆ คำประกาศกร้าวของธามกลายเป็นตำนานบทใหม่ของมหาวิทยาลัย แต่สำหรับต้นข้าว ชีวิตเธอกลับไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิด แม้เสียงด่าทอในโซเชียลจะหายไป แต่สายตาเคลือบแคลงจากคนรอบข้างกลับถูกแทนที่ด้วยคำถามที่ว่า เธอจะรั้งเสือตัวนี้ไว้ได้นานแค่ไหน?

เช้าวันรุ่งขึ้น

ต้นข้าวนั่งอยู่ในสวนแก้วหลังคณะบริหาร พลางทบทวนบทเรียนเพื่อเตรียมสอบมิดเทอม ลมเอื่อยๆ พัดมาพร้อมกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่วางลงตรงหน้าเธอโดยไม่บอกกล่าว

“อเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาลของคนนอนน้อย” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำให้ต้นข้าวต้องเงยหน้ายิ้ม

“ขอบคุณค่ะพี่ธาม วันนี้ไม่มีเรียนเหรอคะ?”

ธามนั่งลงข้างๆ เขาไม่ได้ใส่ชุดสูทเหมือนเมื่อคืน แต่กลับมาอยู่ในลุคเสื้อช็อปตัวเก่งที่ดูเท่ไปอีกแบบ

“มีตอนบ่ายครับ แต่ตอนนี้อยากมานั่งดูเด็กแถวนี้อ่านหนังสือ กลัวว่าจะมัวแต่คิดถึงพี่จนอ่านไม่รู้เรื่อง”

“หลงตัวเองที่หนึ่งเลยนะพี่ธาม” ต้นข้าวค้อนวงใหญ่ แต่หัวใจกลับพองโต

“ข้าว” ธามเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “เรื่องเมื่อคืนที่พี่พูดบนเวที พี่หมายความตามนั้นจริงๆ นะ ต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่อยากให้เราเชื่อใจพี่มากกว่าเชื่อหูคนอื่น ตกลงไหม?”

ต้นข้าวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ ข้าวจะลองเชื่อใจพี่ธามดู”

ในขณะที่ความรักของทั้งคู่กำลังแบ่งบาน แพรวกลับไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ เธอรู้ดีว่าการใช้กำลังหรือการด่าทอแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลกับคนอย่างธาม เธอจึงเลือกใช้จุดอ่อนที่รุนแรงที่สุดของธาม นั่นคือความใจอ่อนต่ออดีต

บ่ายวันนั้น

ธามได้รับข้อความจากเบอร์แปลกส่งมาเป็นรูปภาพที่ทำเอาเขาถึงกับคิ้วขมวด มันคือรูปภาพเก่าของเขากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยรักมากที่สุดในอดีต ผู้หญิงที่เคยทิ้งเขาไปต่างประเทศโดยไม่ลา และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นคนเจ้าชู้เพื่อประชดชีวิต

‘ธาม รินกลับมาแล้วนะ รินอยู่ที่คอนโดเก่าของเรา รินมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยจริงๆ’

ธามมองข้อความนั้นด้วยความรู้สึกสับสน เขาไม่ได้รักรินดาแล้ว แต่มันมีความรู้สึกผิดและคำถามที่ค้างคาใจมาตลอดหลายปี เขาตัดสินใจจะไปหาเธอเพื่อจบทุกอย่างให้สิ้นซาก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนี้คือแผนการที่แพรวร่วมมือกับรินดาเพื่อถ่ายภาพไปให้ต้นข้าวดู

ต้นข้าวถูกเพื่อนๆ ชวนไปเดินห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ มหาวิทยาลัยหลังจากเลิกเรียน

“ข้าวดูนั่นสิ นั่นรถพี่ธามไม่ใช่เหรอ?” เมย์ชี้ไปที่บิ๊กไบค์คันคุ้นตาที่จอดอยู่หน้าคอนโดหรูหราแห่งหนึ่ง

“พี่ธามบอกว่ามีธุระที่คณะไม่ใช่เหรอ?” ต้นข้าวรู้สึกใจคอไม่ดี

ไม่นานนัก สิ่งที่เธอไม่อยากจะคิดก็เกิดขึ้น ธามเดินออกมาจากลิฟต์ของคอนโดโดยมีรินดาสาวสวยสุดเซ็กซี่เดินเกาะแขนออกมาด้วย ซึ่งท่าทางของทั้งคู่ดูสนิทสนมกันมาก

รินดาจงใจเขย่งเท้าขึ้นไปกระซิบข้างหูธาม และจากมุมที่ต้นข้าวยืนอยู่ มันดูเหมือนทั้งสองคนกำลังหอมแก้มกัน

“ข้าว! เราไปจากตรงนี้เถอะ” เมย์รีบดึงแขนเพื่อน

แต่ต้นข้าวยืนนิ่งเหมือนถูกสาป ความเจ็บจี๊ดแล่นเข้าสู่หัวใจจนขอบตาร้อนผ่าว ความเชื่อใจที่เขาเพิ่งขอไป มันพังทลายลงเร็วกว่าที่คิด

เย็นวันนั้นธามโทรหาต้นข้าวหลายสาย แต่เธอไม่รับโทรศัพท์เลย เขาจึงบุกมาหาเธอที่หน้าหอพัก

“ข้าว! เป็นอะไร? ทำไมไม่รับสายพี่?” ธามเดินเข้าไปหาต้นข้าวที่กำลังเดินกลับเข้าหอด้วยท่าทางซึมเศร้า

ต้นข้าวหยุดเดินแต่ไม่ยอมหันมามองหน้าเขา “พี่ธามไปธุระที่ไหนมาคะ?”

“ก็...ไปหาเพื่อนเก่ามา มีธุระนิดหน่อย” ธามเลือกที่จะไม่บอกความจริงทั้งหมดเพราะไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ แต่คำโกหกนั้นกลับเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ

“เพื่อนเก่าที่คอนโดเหรอคะ?” ต้นข้าวหันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา “ข้าวเห็นพี่กับผู้หญิงคนนั้น พี่ธาม! พี่พึ่งจะขอให้ข้าวเชื่อใจพี่เมื่อเช้านี้เองนะ”

ธามชะงัก “ข้าว! ฟังพี่ก่อน มันไม่ใช่แบบที่เห็น”

“แล้วแบบไหนคือความจริงคะ? การที่พี่โกหกข้าวว่าไปคณะ แต่กลับไปหาแฟนเก่า พี่เห็นข้าวเป็นตัวอะไรคะ? เป็นแค่เด็กโง่ๆ ที่พี่จะปั่นหัวยังไงก็ได้เหรอ?” ต้นข้าวสะอื้นไห้ “พี่แพรวพูดถูก พี่มันก็แค่คนเจ้าชู้ที่รักใครไม่เป็น”

“ต้นข้าว!” ธามคว้าไหล่เธอไว้แรงๆ “พี่อาจจะผิดที่โกหก แต่พี่ไม่ได้กลับไปหาเขาแบบนั้น พี่ไปเพื่อบอกเขาว่าพี่มีเธอแล้ว พี่ไปเพื่อจบเรื่องในอดีต”

“จบเรื่องในอดีตด้วยการกอดและหอมแก้มกันงั้นเหรอคะ?” ต้นข้าวสะบัดตัวหลุด “เราเลิกยุ่งกันเถอะค่ะพี่ธาม ข้าวไม่อยากเสียเวลา”

ต้นข้าววิ่งหนีเข้าหอพักไป ทิ้งให้ธามยืนกำหมัดแน่นอยู่ท่ามกลางความมืด เขาโกรธตัวเองที่ทำงานพลาด และโกรธคนที่จงใจทำลายความสัมพันธ์นี้

คืนนั้นธามไม่ได้กลับไปกินเหล้าเหมือนทุกครั้ง แต่เขาโทรหาปืนและ หมอกเพื่อให้ช่วยสืบว่าใครเป็นคนส่งข่าวให้ต้นข้าว จนกระทั่งเขาพบหลักฐานในกลุ่มแชทลับของพวกแพรว

ธามบุกไปหาแพรวที่ร้านอาหารประจำ “แพรว! ผมเตือนคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับข้าว” เสียงของธามเย็นเยียบจนคนในร้านต้องหันมอง

“ธาม แพรวแค่แสดงความหวังดีให้น้องเขาเห็นความจริง”

“ความจริงที่เกิดจากการจัดฉากน่ะเหรอ?” ธามโยนโทรศัพท์ที่มีแชทหลุดลงบนโต๊ะ “รินดาบอกผมหมดแล้วว่าคุณจ้างเขามาเพื่อทำลายความเชื่อใจของข้าว แพรว! ต่อจากนี้ไปอย่าให้ผมเห็นหน้าคุณอีก ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ไม่งั้นผมจะไม่เกรงใจความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องอีกต่อไป”

ธามรีบกลับไปที่หอพักของต้นข้าว เขาไม่สนว่าจะเป็นเวลาดึกแค่ไหน เขาตะโกนเรียกชื่อเธออยู่ที่หน้าหอจนป้าหอพักต้องออกมาดุ แต่เขาก็ไม่ยอมไปไหน จนกระทั่งต้นข้าวยอมเดินลงมาด้วยตาที่บวมช้ำ

“พี่ธามกลับไปเถอะค่ะ”

“ไม่กลับ! จนกว่าข้าวจะฟังพี่” ธามยื่นโทรศัพท์ที่มีคลิปวิดีโอวงจรปิดหน้าคอนโดที่เขาไปขอมาให้เธอเห็นภาพเต็มๆ “ดูซิข้าว! รินดาพยายามจะเข้าหาพี่เอง แต่พี่ก็ผลักเธอออก พี่ไม่ได้หอมแก้มเขา พี่พยายามจะถอยหนีต่างหาก”

ต้นข้าวมองดูคลิปนั้นอย่างตั้งใจ ภาพในคลิปแสดงให้เห็นว่าธามพยายามเว้นระยะห่างตลอดเวลา และประโยคสุดท้ายที่เขาสื่อสารผ่านภาษากายคือการเดินหนีออกมาอย่างไม่ใยดี

“พี่โกหกเพราะพี่ไม่อยากให้ข้าวคิดมาก พี่รู้ว่าพี่ผิดที่คิดแทนเธอ” ธามดึงต้นข้าวเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ยอมให้เธอหนี “ขอโทษนะยัยกระต่ายน้อย ให้โอกาสพี่อีกครั้งนะ พี่จะไม่มีวันโกหกเธออีกแล้ว ต่อให้เป็นเรื่องเล็กแค่ไหนก็ตาม”

ต้นข้าวซบหน้าลงกับอกเขา ความโกรธค่อยๆ มลายหายไปแทนที่ด้วยความเข้าใจ

“วันหลังมีอะไรต้องบอกข้าวนะคะ อย่าทิ้งให้ข้าวคิดไปเองคนเดียวแบบนี้อีก มันเจ็บ”

“สัญญาครับ สัญญาด้วยชีวิตเลย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel