บทที่ 4 เงาของบุคคลที่สาม
บทที่ 4 เงาของบุคคลที่สาม
เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้บอกเวลาสี่ทุ่มกว่า อาหารบนโต๊ะที่มินตราอุ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเริ่มเย็นชืดลงอีกครั้ง หญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก ดวงตาคู่สวยเริ่มปรือลงด้วยความง่วงงุน แต่เธอก็ยังฝืนใจรอ... รอทำหน้าที่ภรรยาต้อนรับสามีกลับบ้าน
ครืด... ครืด...
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกระจกทำให้มินตราสะดุ้งตื่น เธอรีบหยิบขึ้นมาดูด้วยความหวังว่าจะเป็นข้อความจากภูผา แต่หน้าจอกลับโชว์ชื่อ 'พี่นนท์' รุ่นพี่ที่คณะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยและเป็นเพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด
"ฮัลโหลค่ะพี่นนท์..." มินตราบอกรับสาย น้ำเสียงยังติดงัวเงียเล็กน้อย
("มิน... เป็นยังไงบ้าง พี่โทรมาดึกไปหรือเปล่า เห็นเงียบหายไปเลยตั้งแต่แต่งงาน พี่เป็นห่วง") ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงทุ้มเจือความห่วงใย
"ไม่ดึกค่ะ มินยังไม่นอน... มินสบายดีค่ะพี่นนท์ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง" เธอยิ้มออกมาบางๆ เมื่อได้รับความอบอุ่นจากคนคุ้นเคยในวันที่รู้สึกโดดเดี่ยว
("แล้ว... เขาดีกับมินหรือเปล่า? ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ มินโทรหาพี่ได้ตลอดเลยนะ พี่พร้อมจะ...")
เสียงเครื่องยนต์รถยนต์คุ้นหูแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ทำให้มินตราชะงัก เธอรีบตัดบท "เอ่อ... พี่นนท์คะ แค่นี้ก่อนนะคะ มินมีธุระ ไว้มินโทรกลับนะคะ"
เธอกดวางสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย แล้วรีบวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพื่อรอต้อนรับสามี
ประตูบ้านถูกเปิดออก ภูผาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ กลิ่นเหล้าจางๆ ลอยคละคลุ้ง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว พลางคลายปมเนกไทออกอย่างหงุดหงิด
"กลับมาแล้วเหรอคะ ดื่มน้ำขิงแก้เมาหน่อยไหมคะ หรือจะรับข้าวต้ม..." มินตราเอ่ยถามเสียงอ่อนหวาน พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด
"เมื่อกี้คุยกับใคร?"
คำถามห้วนๆ ที่แทรกขึ้นมาทำเอามินตรานิ่งอึ้ง เธอเงยหน้ามองภูผาที่กำลังจ้องมองโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยสายตาวาวโรจน์
"คะ?"
"ฉันถามว่าเมื่อกี้คุยกับใคร! ทำท่าทางลุกลี้ลุกลน รีบวางสายพอเห็นรถฉัน... มันพิรุธชัดๆ" ภูผาเสียงดังขึ้น เขาไม่ได้เมาจนขาดสติ แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ความอดทนต่ำลง และความหงุดหงิดพุ่งสูงขึ้น
"เปล่านะคะ... มินคุยกับรุ่นพี่ที่รู้จักกันค่ะ ชื่อพี่นนท์ เขาแค่โทรมาถามสารทุกข์สุกดิบเฉยๆ" มินตราพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
"รุ่นพี่?" ภูผาแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มร้ายกาจ "ห่วงใยกันเหลือเกินนะ โทรหากันดึกดื่นป่านนี้ ผัวก็นั่งหัวโด่อยู่ทนโท่ ยังจะมีหน้าไปรับความห่วงใยจากผู้ชายอื่นอีก"
"คุณภูผา! ทำไมพูดแบบนี้คะ มินกับพี่นนท์เราบริสุทธิ์ใจต่อกัน ไม่ได้มีอะไรเกินเลยแบบที่คุณคิด" มินตราเริ่มเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยด้วยความน้อยใจที่ถูกดูถูก
ภูผาลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง ก้าวประชิดตัวมินตราจนเธอต้องถอยหนีไปจนมุมโซฟา มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วบีบแน่นจนเธอหน้านิ่วด้วยความเจ็บ
"โอ๊ย! คุณภูผา มินเจ็บ..."
"เจ็บสิดี จะได้จำ!" เขาตะคอกใส่หน้า "จำใส่กะลาหัวเธอเอาไว้ ว่าตอนนี้เธอใช้นามสกุล 'อัครเดชา' อย่าทำตัวต่ำๆ เที่ยวปั่นหัวผู้ชายไปทั่วให้ฉันต้องขายหน้า ถ้าขืนฉันเห็นชื่อ
ไอ้หน้าไหนโผล่มาในมือถือเธออีก หรือรู้ว่าเธอแอบไปติดต่อกับมัน..."
ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยที่เริ่มมีน้ำตาคลอด้วยความดุดันและหวงกั้นอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะอ้างเรื่องชื่อเสียง แต่ลึกๆ ในใจมันร้อนรุ่มเหมือนมีไฟสุมเมื่อรู้ว่ามีผู้ชายคนอื่นมายุ่งกับ 'ของของเขา'
"ฉันจะพังชีวิตมัน และขังเธอไว้ในห้องนี้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย คอยดู!"
เขาผลักร่างบางจนเซลงไปกองกับโซฟา ก่อนจะเดินกระแทกเท้าขึ้นบันไดไปอย่างหัวเสีย ทิ้งให้มินตรามองตามด้วยความหวาดกลัวและสับสน
เธอไม่เข้าใจ... เขาบอกว่าเกลียดเธอ ไม่ต้องการเธอ แต่ทำไมแววตาเมื่อครู่ถึงได้ดูรุ่มร้อนและเกรี้ยวกราดราวกับคนกำลัง... หึงหวง?
มินตราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากอดไว้แนบอก น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้มอีกครั้ง คืนนี้คงเป็นอีกคืนที่เธอต้องข่มตานอนด้วยความหวาดระแวง และความเจ็บปวดที่สามีมอบให้
