ตอนที่ 1: วิกฤตกลางห้าง และ 'ยัยตัวแสบ'
ตอนที่ 1: วิกฤตกลางห้าง และ 'ยัยตัวแสบ'
แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟคริสตัลขนาดยักษ์สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาจนดูเหมือนกระจกเงาหมื่นบุปผา บรรยากาศภายในชั้นแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์มักจะเงียบสงบและเต็มไปด้วยความหรูหราที่น่าเกรงขาม ในบ่ายวันพุธที่ควรจะราบเรียบกลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ความสงบนั้นพังทลายลง
ร่างของชายชราในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บประณีตล้มพับลงไปกองกับพื้น มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่ยังดูมีอำนาจสั่นเทาอย่างรุนแรงขณะพยายามควานหาบางอย่างในกระเป๋าเสื้อสูท ใบหน้าที่เคยดูใจดีบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ จังหวะการหายใจขาดช่วงและรุนแรงจนแผ่นอกกระเพื่อมไหวด้วยความทรมาน
“ช่วย... ช่วย...”
เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมท่ามกลางความโกลาหล ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหยุดล้อมวงดู หลายคนทำสีหน้าตกใจพลางยกมือปิดปาก บางคนรีบหยิบสมาร์ตโฟนราคาแพงขึ้นมาบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ แต่กลับไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม้แต่เซนติเมตรเดียว
ทุกคนต่างกลัว... กลัวความวุ่นวาย กลัวการต้องรับผิดชอบ หรือกลัวว่าเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาเหยียบแสนของตนจะเปื้อนราคีจากคนแปลกหน้า ยิ่งเป็นคนแก่ด้วยไม่มีใครกล้าเข้าไป
“หลบไป ใครไม่ช่วยก็ถอยไปอย่ามายืนขวางทางลม”
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังตวาดก้องฝ่าวงล้อมเข้ามา ร่างบางในชุดเสื้อยืดพอดีตัวและกางเกงยีนทรงสกินนี่ที่เน้นเรียวขาเพรียวสวยพุ่งตัวเข้ามาอย่างไม่ลังเล เมโลดี้ หรือ เมลดา รักสมาน ทรุดตัวลงข้างตัวของชายชราทันที ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวขณะสำรวจอาการคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
“คุณปู่คะ มียาไหมคะ ยาอยู่ไหนคะ” เมโลดี้ถามเสียงรัวมือเรียวค้นตามกระเป๋าเสื้อของชายชราอย่างว่องไว จนกระทั่งปลายนิ้วสัมผัสกับขวดสเปรย์ยาพ่นขนาดเล็กที่ติดอยู่ซับในเสื้อ
เธอประคองศีรษะของเขาขึ้นมาอย่างเบามือ แล้วรีบพ่นยาเข้าปากตามจังหวะการหายใจที่บีบคั้นนั้น
“ใจเย็น ๆ นะคะ คุณปู่ หายใจลึก ๆ เมลอยูนี่ จะช่วยคุณปู่เองค่ะ ทุกอย่างจะเรียบร้อย”
ขณะที่เธอกำลังใช้สมาธิอย่างหนัก เสียงซุบซิบจากคนรอบข้างกลับดังขึ้นมาขัดจังหวะ
"ดูสิ แต่งตัวซอมซ่อแบบนั้น จะมาหลอกเอาเงินคนแก่หรือเปล่า"
"ไปแตะตัวเขาแบบนั้น เดี๋ยวก็โดนข้อหาทำร้ายร่างกายหรอก"
เมโลดี้ที่กำลังมีเหงื่อซึมตามไรผมหันขวับไปมองกลุ่มไทยมุงที่ยืนทำตัวเป็นกล้องวงจรปิดเคลื่อนที่ด้วยสายตาคมกริบราวกับใบมีด
“พวกคุณนี่มันรวยแต่เปลือกจริงๆ!” เธอตะโกนใส่หน้ากลุ่มคนที่ยืนดูดาย
“เห็นคนจะตายอยู่ตรงหน้า แทนที่จะช่วยเรียกคนช่วย จามรถพยาบาล"
"กลับมายืนวิจารณ์เรื่องการแต่งตัวคนอื่น ถ้าไม่มีน้ำใจจะช่วยก็ไสหัวไปไกล ๆ อย่ามายืนขวางทางออกซิเจนคนป่วยแถวนี้”
คำด่านั้นแรงพอที่จะทำให้หลายคนหน้าชาและรีบเดินหนีไปด้วยความอับอาย เจ้าสัวยอด ที่เริ่มหายใจได้คล่องขึ้นจากฤทธิ์ยาพ่น ลืมตาขึ้นมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วยุ่งและด่าคนอื่นเพื่อปกป้องเขา ท่านไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนกล้าหาญและ 'ปากจัด' ได้อย่างมีคุณธรรมขนาดนี้มาก่อนในชีวิตที่ผ่านมาเกือบแปดสิบปี
“หนู... ขอบใจนะ”
“อย่าเพิ่งพูดค่ะคุณปู่ เดี๋ยวหนูพาไปส่งโรงพยาบาลเอง"
"ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้” เมโลดี้สั่งการด้วยน้ำเสียงประกาศิตที่แม้แต่บอดี้การ์ดของเจ้าสัวที่เพิ่งวิ่งมาถึงยังต้องก้มหัวรับคำสั่งอย่างงงๆ
"คุณปู่มีเบอร์คนที่บ้านไหมคะ หนูจะโทรตามให้ค่ะ"
“ปู่ไม่เป็นไรลูก...” ชายสูงวัยพยายามจะฝืนยิ้มแม้ใบหน้าจะซีดเผือด มือที่สั่นเทาค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อนอกแล้วส่งโทรศัพท์เครื่องหรูให้เมโลดี้
“ในนั้น... เบอร์ที่เมมว่า เวทิศ ฝากบอกเขาด้วยว่าปู่แค่... หน้ามืดนิดหน่อย เขาจะได้ไม่แตกตื่นกัน” คุณปู่นิ่งไปอึดใจก่อนจะมองสบตาหญิงสาวที่ยังคงกุมมือเขาไว้แน่นด้วยแววตาชื่นชม
“ขอบใจมากนะหนู... ท่ามกลางคนพวกนั้น มีแค่หนูที่กล้าต่อปากกับเขาให้ปู่ ได้เด็ดขาดขนาดนี้”
