ตอนที่1 : เจ้าของฟาร์ม
แสงแดดยามสายสาดลงบนผืนดินกว้างใหญ่ของฟาร์ม เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดังแผ่วเบา สลับกับเสียงสัตว์ภายในฟาร์มที่ดังมาเป็นระยะ
รถกระบะสีดำคันใหญ่แล่นไปตามถนนดิน ก่อนจะชะลอความเร็วและจอดลงบริเวณหน้าคอกม้าประตูฝั่งคนขับเปิดออก
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวลงมาจากรถอย่างไม่รีบร้อน
เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงยีนส์ และรองเท้าบูตคู่เก่ง เสื้อผ้าทุกชิ้นดูธรรมดาจนแทบไม่มีใครคิดว่าเจ้าของฟาร์มแห่งนี้คือหนึ่งในนักธุรกิจหนุ่มที่มีฐานะร่ำรวยมากคนหนึ่ง
กฤษติน วัยสามสิบสองปีเดินตรงไปยังคอกม้า
ใบหน้าคมเข้มของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์มากนัก แต่แววตากลับดูผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในห้องประชุมหลายเท่า
“อ้าว...คุณกฤษ วันนี้มาเช้าเหมือนกันนะครับ”
คนงานคนหนึ่งเอ่ยทัก
กฤษตินยกมือขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“ถ้ามาช้ากว่านี้ เดี๋ยวพวกคุณก็หาว่าผมขี้เกียจ”
คนงานหัวเราะ
“ใครจะกล้าว่าล่ะครับ เจ้าของฟาร์มทั้งคน”
“เจ้าของฟาร์มก็เป็นคนเหมือนกัน”
กฤษตินพูดพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอื้อมมือไปลูบหัวม้าสีน้ำตาลที่ยื่นหน้าออกมาจากคอก
ม้าตัวนั้นส่งเสียงเบา ๆ ราวกับจำเจ้าของได้
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“ไง วันนี้เป็นยังไงบ้าง”
เขาพูดกับม้าราวกับกำลังคุยกับเพื่อนสนิท แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อยู่กับความสงบต่อ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังเข้ามาใกล้
“คุณกฤษครับ”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้กฤษตินหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับไปมอง ภาคภูมิ ลูกน้องคนสนิทวัยสามสิบสี่ปี เดินถือแฟ้มเอกสารหลายเล่มเข้ามา สีหน้าของเขาดูเหนื่อยเล็กน้อย แต่ยังคงความสุขุมไว้เหมือนเดิม
“อะไรอีก”
กฤษตินถามพลางถอนหายใจ
ภาคภูมิยื่นแฟ้มให้
“ตารางงานวันนี้ครับ”
กฤษตินมองแฟ้มในมืออีกฝ่าย ก่อนมองหน้าภาคภูมิ
“ฉันมาฟาร์ม”
“ผมทราบครับ”
“แล้วนายจะเอาเอกสารมาให้ฉันทำไม”
ภาคภูมิมองเจ้านายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“เพราะถึงคุณกฤษจะเป็นเจ้าของฟาร์ม แต่คุณกฤษก็ยังเป็นเจ้าของธุรกิจอีกหลายแห่งครับ”
กฤษตินเงียบไป
ก่อนจะยื่นมือรับแฟ้มมาอย่างจำใจ
“มีอะไรบ้าง”
“สิบโมงประชุมกับฝ่ายบริหารครับ บ่ายประชุมเรื่องโครงการฟาร์มแห่งใหม่ แล้วช่วงเย็นมีนัดกับลูกค้าอีกสองราย”
กฤษตินเปิดแฟ้มดูคร่าว ๆ แล้วปิดลง
“ยกเลิกช่วงเย็น”
ภาคภูมิขมวดคิ้วทันที
“ยกเลิก?”
“อืม”
“เหตุผล?”
“ฉันจะเข้าตัวเมือง”
ภาคภูมิหรี่ตามองเจ้านายอย่างรู้ทัน
“ไปทำอะไรครับ”
กฤษตินยกยิ้มมุมปาก
“ดื่ม”
คำตอบนั้นทำให้ภาคภูมิถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“กับเพื่อนนักธุรกิจกลุ่มเดิม?”
“ใช่”
“คุณกฤษครับ”
“หืม?”
“พรุ่งนี้คุณมีประชุมเก้าโมงเช้า”
กฤษตินยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“ฉันตื่นทัน”
“ครั้งที่แล้วคุณก็พูดแบบนี้”
“แล้วฉันตื่นไม่ทันหรือไง”
“ตื่นครับ”
“เห็นไหม”
“แต่ผมต้องโทรปลุกสิบสองสาย”
กฤษตินหลุดหัวเราะ
“นายก็ขยันโทรดี”
ภาคภูมิถอนหายใจพลางส่ายหน้า
“ผมเป็นเลขาหรือพี่เลี้ยงกันแน่ครับ”
“ถ้านายไม่อยากเป็นก็ลาออก”
กฤษตินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความขบขัน
ภาคภูมิจึงหัวเราะออกมา
“ไม่เอาครับ เงินเดือนดี”
“เห็นแก่เงิน”
“แน่นอนครับ”
ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่ได้เป็นเพียงเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น
ภาคภูมิเป็นคนที่อยู่กับกฤษตินมานานที่สุดคนหนึ่ง และเป็นไม่กี่คนที่สามารถพูดตรง ๆ กับชายหนุ่มได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไล่ออก
กฤษตินเดินกลับไปที่รถ ขณะที่ภาคภูมิเดินตามไป
“แล้วคืนนี้จะกลับฟาร์มไหมครับ”
“ไม่รู้”
“ถ้าไม่กลับ?”
“ก็นอนในเมือง”
ภาคภูมิพยักหน้ารับอย่างคุ้นเคย
ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“จริงสิครับ”
กฤษตินเปิดประตูรถ แต่ยังไม่ขึ้น
“อะไร”
“คุณปู่โทรมาหาผมเมื่อเช้า”
มือของกฤษตินหยุดอยู่ที่ประตูรถ
รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง
“ว่าอะไร”
“ท่านบอกให้คุณกฤษกลับบ้านใหญ่เย็นนี้ครับ”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน
“ทำไม”
“ผมไม่ทราบครับ”
“ท่านไม่ได้บอก?”
“ไม่ได้บอกครับ”
กฤษตินเงียบไปครู่หนึ่ง
สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นระแวง
“ถ้าเป็นเรื่องงาน ท่านน่าจะบอกฉันตรง ๆ”
ภาคภูมิพยักหน้าเห็นด้วย
“ผมก็คิดแบบนั้นครับ”
“แล้วทำไมต้องเรียกกลับบ้าน”
“อันนี้ผมก็ไม่ทราบครับ”
กฤษตินถอนหายใจ ก่อนมองออกไปยังพื้นที่กว้างใหญ่ของฟาร์ม
“ภาคภูมิ”
“ครับ?”
“นายจำเรื่องที่คุณปู่เคยพูดกับฉันเมื่อเดือนก่อนได้ไหม”
ภาคภูมินิ่งไป ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“จำได้ครับ”
แววตาของกฤษตินเริ่มจริงจังขึ้น
“เรื่องแต่งงานนั่นน่ะ”
ภาคภูมิไม่ได้ตอบทันที
แต่เพียงเท่านั้นกฤษตินก็รู้คำตอบแล้ว
เขาหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
“อย่าบอกนะว่า...คุณปู่ยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้”
“ผมว่าไม่เลิกง่าย ๆ หรอกครับ”
“ฉันไม่แต่ง”
น้ำเสียงของกฤษตินหนักแน่นทันที
ภาคภูมิมองหน้าเจ้านาย
“คุณกฤษครับ”
“อะไร”
“คุณอายุสามสิบสองแล้วนะครับ”
“แล้ว?”
“ผู้ชายบางคนอายุสามสิบสองมีลูกสองคนแล้ว”
“นั่นชีวิตเขา”
กฤษตินตอบทันที
“ชีวิตฉัน ฉันเลือกเอง”
ภาคภูมิมองชายหนุ่มนิ่ง ๆ ก่อนยิ้มบาง
“ผมรู้ครับ”
กฤษตินปิดประตูรถ แต่ยังไม่ทันขึ้น ภาคภูมิก็พูดขึ้นมาอีก
“แต่คุณปู่คงไม่คิดเหมือนคุณ”
กฤษตินหันกลับมา
“ถ้าท่านบังคับ ฉันก็ไม่ทำ”
“แล้วถ้าท่านขอร้องล่ะครับ”
กฤษตินชะงัก
ภาคภูมิยกคิ้วเล็กน้อย
“คุณกฤษเคยปฏิเสธคุณปู่ได้จริง ๆ เหรอครับ”
คำพูดนั้นทำให้กฤษตินเงียบ
เขารู้ดีว่าคุณปู่เป็นคนที่เขาเคารพมากที่สุด
แต่เรื่องแต่งงาน...เขาไม่เคยคิดจะยอม
ตั้งแต่จำความได้ กฤษตินเห็นคนรอบตัวแต่งงานแล้วมีปัญหา ทะเลาะกัน และต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ข้อผูกมัดมากมาย เขาจึงไม่ต้องการชีวิตแบบนั้น
สำหรับเขา...การมีอิสระสำคัญกว่าการมีใครสักคน
“ฉันจะกลับไปฟังว่าท่านต้องการอะไร”
กฤษตินพูดในที่สุด
ภาคภูมิยิ้ม
“ครับ”
“แต่ถ้าเป็นเรื่องแต่งงาน...”
กฤษตินเว้นจังหวะ ดวงตาคมมองลูกน้องอย่างจริงจัง
“นายเตรียมตัวช่วยฉันปฏิเสธได้เลย”
ภาคภูมิหัวเราะเบา ๆ
“ผมเป็นลูกน้องครับ ไม่ใช่ทนาย”
“งั้นก็เป็นเพื่อน”
“ผมก็ยังไม่อยากมีเรื่องกับคุณปู่อยู่ดีครับ”
กฤษตินหัวเราะออกมา ก่อนขึ้นรถ
“เอาไว้คืนนี้ค่อยว่ากัน”
รถกระบะค่อย ๆ เคลื่อนออกไปจากบริเวณคอกม้า
ภาคภูมิยืนมองรถของเจ้านายจนลับสายตา
ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนก้มมองแฟ้มเอกสารในมือ
“เรื่องนี้...คงไม่จบง่าย ๆ แน่”
ในขณะเดียวกัน กฤษตินที่กำลังขับรถกลับไปยังสำนักงานกลับมีสีหน้าครุ่นคิด
เขาไม่รู้เลยว่า...การกลับบ้านใหญ่ในเย็นวันนี้ จะนำเขาไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขา และยิ่งไม่เคยคิดว่า...วันหนึ่งเขาจะเป็นฝ่ายวิ่งตามเธอด้วยตัวเอง
แต่ในเวลานี้ กฤษตินยังคงเชื่อมั่นว่า เขาจะไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รักเด็ดขาด
