บทที่ 9
“เฮ้ย!ไอ้ดินใจเย็นก่อน” เสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาลูกค้าทำให้ฐานัสต้องรีบเป็นฝ่ายรีบลุกขึ้นมาห้ามปราม เขาดึงร่างของลูกน้องสาวให้ออกห่างจากสนฉัตร ที่กำลังยืนขบกรามกำมือแน่นโดยไม่พูดอะไรสักคำ จากประสบการณ์ร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าสนฉัตรไม่เคยทำร้ายผู้หญิง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าวันนี้จะไม่ใช่วันแรกเสียหน่อย
“พี่ฐาไอ้นี่มันเป็นพวกวิตถาร มันบ้ากามพี่จับมันส่งตำรวจเลย”
“มันแค่เรื่องเข้าใจผิดกันดิน ไอ้นี่มันเป็นเพื่อนพี่เอง”
มัตติกาแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองนายจ้างที่พ่วงตำแหน่งรุ่นพี่ที่มีพระคุณล้นหัว สลับกับมองใบหน้าเปียกชุ่มส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจากเหล้ายี่ห้อดี อย่างประเมินสถานการณ์ริมฝีปากอิ่มถูกกัดเม้มเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเชิดใบหน้าขึ้นท้าทาย
“เพื่อนพี่ฐาแล้วไงล่ะ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นพวกบ้ากามไม่ได้นี่”
“ดิน” ฐานัสเอ่ยหนักๆ พร้อมกับดวงตามองกำชับให้เด็กสาวสงบปากลง ก่อนที่ในนาทีถัดมาร่างอวบป้อมของภัคมนจะวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาเสียก่อน
“ดินแกเป็นอะไรหรือเปล่า เขาบอกว่าแกโดนจับก้นหรือ ต้องไปโรงพยาบาลไหม” ภัคมนจับร่างของมัตติกาพลิกไปมามองหาสิ่งผิดปกติบนร่างกายของเพื่อนสนิทนอกจากมัตติกาจะถอนหายใจพรืดใหญ่แล้ว ฐานัสเองก็ถึงกับต้องกลั้นยิ้มขบขันกับท่าทางตื่นตูมเวอร์วังของเด็กสาวไปด้วยอีกคน
“ฉันแค่โดนลวนลามไม่ได้โดนยิงนะไอ้พริกจะต้องไปโรงพยาบาลทำไม แบบนี้มันต้องไปโรงพักสิถึงจะถูก” ประโยคสุดท้ายมัตติกาลงเสียงหนัก และเธอไม่ได้เอ่ยกับภัคมน เพราะใบหน้าหวานเชิดสูง ดวงตากลมโตถลึงมองชายร่างสูงตรงหน้าเขม็ง
สนฉัตรกัดกรามกรอด เขาไม่ได้คิดจะทำอะไรมากไปกว่าขยับกายเข้าหาด้วยดวงตาที่ฉายรอยดุร้ายเท่านั้นจนไม่ทันคิดว่าคนที่ทำท่าอวดเก่งเชิดตาตั้งจะผละถอยตัวไปเกาะหลังของฐาณัฐแจแบบนั้น
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น เขาเหยียดริมฝีปากเย้ย พลางค้อนแคะเด็กสาวตัวกะเปี๊ยกเพิ่งหย่านมแม่ได้ไม่กี่ปี ‘อีโธ่เอ้ย! ก็นึกว่าจะแน่’
“อย่าคิดว่าฉันจะกลัวนะ ถ้าคุณแตะตัวฉันอีกนิดเดียว ฉันเอาคุณเข้าคุกแน่”
‘ยังมิวายปากเก่งอีก’ วลีนี้ไม่ใช่แค่สนฉัตรเท่านั้นแล้วที่คิด เพราะปีติกรเองก็กำลังกลั้นยิ้มจนไหล่สั่นกระเพื่อม เขามองเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่เกาะหลังฐานัสแจ ในทีแรกเธอก็ก๋ากั่นปากกล้าดีอยู่หรอก หากแต่นาทีถัดมาเท่านั้นก็ถอยร่นหนีไม่เป็นท่าราวกับลูกหนูที่หวาดกลัวราชสีห์ น่าเอ็นดูดีวะ ไอ้ดวงตากลมๆ ที่แฝงไว้ด้วยร่องรอยประหม่าหวาดกลัวนิดๆ แบบนั้นมัน
“ก็เอาสิ ผมไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว” สนฉัตรตอบโต้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทำไมคนฟังจะไม่รู้ว่ามันเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจขนาดไหน“แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าผมไม่ได้เป็นคนทำ ผมคงต้องแจ้งความกลับในข้อหาหมิ่นประมาท”
วงหน้าหวานซีดเผือดขึ้น เธอมั่นใจว่าเขาลวนลามเธอแน่ๆ แต่ท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นแบบนั้น มันก็สั่นคลอนความมั่นใจลงได้ฮวบฮาบเลยทีเดียว
“เฮ้ยใจเย็นน่าไอ้สน มึงจะขู่น้องเขาทำไมวะก็แค่เรื่องเข้าใจผิดกัน ดูสินั่นน้องเขากลัวหมดแล้ว”
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหันกลับไปมองเพื่อนสนิท สีหน้าระริกระรี้ของปีติกร บอกอะไรได้มากกว่าการที่เพื่อนจะแค่รู้สึกเป็นห่วงเด็กสาวแปลกหน้าอย่างจริงใจ สงสัยว่าไอ้เฝือกที่หุ้มขาอยู่คงไม่ช่วยให้มันหวาดกลัวต่อเพศหญิงเลยกระมัง
“ฉันไม่ได้กลัวเสียหน่อย” มัตติกาโพล่งขึ้น และเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเอง หญิงสาวจึงก้าวเดินออกมาเผชิญหน้ากับสนฉัตรอีกครั้ง “ฉันเห็นกับตาว่าคุณ...คุณจับก้นฉัน” พูดไปแล้วแก้มก็เห่อร้อน ใครจะไปรู้ดีเท่าเธอเล่าว่าต่อให้ทำท่าเก่งกาจขนาดไหน แต่ผู้หญิงเมื่อเจอเรื่องแบบนี้มันก็ต้องอายไหมล่ะ
“เหอะ!”สนฉัตรทำน้ำเสียงชนิดหนึ่งในลำคอ และส่ายหน้าเบาๆ “ผมก็ไม่รู้นะว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันคิดอะไรอยู่ตอนที่จับก้นของคุณ สงสัยคงจะชอบอะไรที่มัน...เล็กๆมั้ง” เขาว่าพร้อมกับดวงตาเหยียดหยามนิดๆ ที่กวาดมองไปตลอดเรือนร่าง
“นี่นาย!” มัตติกาพูดอะไรไม่ออก หญิงสาวได้แต่ยกมือชี้นิ้วใส่หน้าเขา ก่อนที่จะโดนมือหยาบกร้านนิดๆ คว้าไว้และออกแรงดึงรั้งจนเธอเซไปปะทะอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาพัดแผ่วอยู่แถวเหนือขมับเธอยังไม่ทันได้ตั้งสติที่จะทำอะไรเสียด้วยซ้ำ เขาก็โน้มตัวลงมาก่อน
“และถ้าผมเป็นโรคจิตจริงๆ คุณไม่คิดบ้างหรือว่าผมก็ต้องเลือกเหยื่อที่ตัวเองชอบ บอกเลยนะว่า...แนวเด็กอนุบาลแบบคุณไม่ใช่ทางผมสักเท่าไร”
สนฉัตรมองดวงตากลมโตคู่สวยของเด็กสาวที่กำลังเบิกโพลงขึ้นมองเขา ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มใส่ตาก่อนจะยอมปล่อยข้อมือเล็กที่เจ้าของลืมที่จะดิ้นหนี หากแต่คงปล่อยรุนแรงไปหน่อยส่งให้ร่างเล็กๆ นั้นเซถอยจนแทบล้ม
มัตติกากัดเม้มริมฝีปาก ยิ่งเห็นดวงตาสุดกวนประสาทคู่นั้นก็ยิ่งเดือดดาล “นี่คุณ อย่ามาพูดจาบิดเบือนความจริงแบบนี้นะ ไม่เป็นลูกผู้ชายเลยนี่”
เด็กสาวคงไม่รู้สินะ ว่าประโยคนั้นของเธอมันถูกวิจัยออกมาแล้วว่ากว่า80% จะยั่วต่อมโมโหให้ผู้ชายได้ แต่เขาคงเป็นพวกอีก 20% ที่เหลือ เพราะนอกจากจะไม่โกรธแล้วเขากลับรู้สึกสนุกสนานเสียด้วยซ้ำที่ได้เห็นใบหน้าอ่อนใสนั้นแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
