บทที่ 5 มีเพียงคนตายเท่านั้นที่ไม่เจ็บปวด
บทที่ 5 มีเพียงคนตายเท่านั้นที่ไม่เจ็บปวด
เหมยลี่กอดเหรียญเงินหัวโตที่เปื้อนน้ำผักดองไว้แน่น แต่ในขณะที่ความดีใจเรื่องเงินกำลังพุ่งพล่าน อีกความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว...ความทรงจำที่เทียนหลงเพิ่งยัดเยียดใส่สมองเธอเมื่อครู่
ภาพของเข็มเงินที่ปักลงบนจุดชีพจรอย่างแม่นยำ...ภาพหม้อต้มยาที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล...และตำราแพทย์แผนโบราณที่สามารถดึงคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้
"เทียนหลง..." เหมยลี่เรียกเสียงแผ่ว ขณะมองไปที่หน้าต่างห้องนอนของแม่ที่มืดสนิท
"เมื่อกี้...ในภาพนิมิตพวกนั้น ฉันเห็นนายปรุงยา...เห็นนายรักษาคน..."
"แน่นอน ข้าคืออัจฉริยะที่รอบรู้ทุกศาสตร์" เสียงในหัวตอบรับด้วยความภูมิใจ แม้จะยังทำเสียงแจ๊บๆ เหมือนเลียปากเสียดายรสชาติน้ำผักดองอยู่
"วิชาแพทย์ของข้าเหนือกว่าหมอเทวดาฮัวโต๋ซะอีก จะบอกให้" หากว่าสามารถเชิดหน้าได้เขาคงจะทำไปแล้ว
"งั้น..." เหมยลี่ถามด้วยน้ำเสียงมีความหวังอย่างที่สุด
"นายมีวิธีทำให้แม่ฉันอาการดีขึ้นไหม? นอกจากแค่ยื้อชีวิตไว้น่ะ...นายรู้วิธีรักษาโรคปอดของแม่ใช่ไหม?"
เทียนหลงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด
"ฟังนะนังหนู โรคของแม่เจ้าคือปอดชื้นสะสมผสมกับพิษฝุ่นฝ้ายที่เกาะกินมานานนับสิบปี ในยุคโบราณต้องใช้ บัวหิมะพันปีตุ๋นกับดีงูจงอางเพื่อล้างพิษ...แต่ในยุค 1980 ที่สภาพแวดล้อมเน่าเฟะแบบนี้ จะไปหาของวิเศษพรรค์นั้นได้ที่ไหน"
เหมยลี่หน้าสลดลงทันที
"แปลว่า... ไม่มีทางรักษาเหรอ?"
เงาร่างโปร่งแสงในจินตนาการของเหมยลี่ เห็นเทียนหลงกำลังเชิดหน้าขึ้นกอดอกอย่างภาคภูมิใจ
"ภูมิปัญญาห้าพันปีของข้า มีค่ามากกว่าตู้เซฟธนาคารซะอีก กลับเข้าไปในห้องแม่เจ้าซะ ข้าจะสอนวิชาฝังเข็มปราณขั้นพื้นฐานให้"
"ฝังเข็มปราณ?" เหมยลี่ทวนคำ ดวงตาที่เคยหม่นหมองพลันลุกวาวด้วยประกายแห่งความหวัง
"รักษาแม่ได้โดยไม่ต้องใช้ยาเหรอ?"
"แค่บรรเทาอาการ แต่รับรองว่าคืนนี้แม่เจ้าจะหลับสบายยิ่งกว่าฮ่องเต้! เร็วเข้า! อย่าให้ข้าต้องรอนาน ข้าเกลียดความเชื่องช้า!"
"ไป! ไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
เหมยลี่แทบจะกระโดดตัวลอย ความเหนื่อยล้าจากการขุดดินหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอยัดเหรียญเงินใส่กระเป๋าเสื้ออย่างลวกๆ แล้วออกวิ่งตึกตักกลับเข้าไปในตัวบ้าน หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนขุดเจอสมบัติเสียอีก
...
ภายในห้องนอนที่มืดสลัวและอับทึบ เสียงลมหายใจของหลินซิ่วฝางยังคงดัง วี๊ด... วี๊ด... เหมือนเสียงนกหวีดที่ติดอยู่ในลำคอ หน้าอกที่ผอมจนเห็นซี่โครงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างยากลำบาก ใบหน้าซีดเซียวบิดเบี้ยวด้วยความทรมานแม้ในยามหลับ
เหมยลี่มองภาพนั้นด้วยความปวดใจ ก่อนจะสูดหายใจลึก
"ฉันมาแล้ว... ต้องทำยังไงบ้าง?" เธอกระซิบถามแหวน
"ยื่นมือออกไป" เทียนหลงสั่งเสียงเคร่งขรึม
"เจ้าไม่มีเข็มเงิน แต่ไม่เป็นไร นิ้วมือของมนุษย์คือสื่อนำพลังธรรมชาติที่ดีที่สุด"
"รวบรวมสมาธิ จินตนาการว่าความร้อนจากตราประทับรอยตีนกา…เอ้ย!!! ตราประทับของแหวนกำลังไหลไปรวมกันที่ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้ของเจ้า ทำให้มันแหลมคมเหมือนเข็ม"
เหมยลี่หลับตาลงจดจ่อสมาธิ น่าแปลก ทันทีที่เธอตั้งจิตรอยสลักตีนกา!!! รอยตราประทับแหวนหยกบนนิ้วก็ตอบสนองด้วยการส่งกระแสความอุ่นวาบไหลผ่านเส้นเลือดที่ข้อมือ วิ่งปราดไปหยุดอยู่ที่ปลายนิ้วของเธอจนรู้สึกยุบยิบและร้อนผ่าว ราวกับมีเลเซอร์ที่มองไม่เห็นพุ่งออกมา
เหมยลี่กลั้นใจกดนิ้วลงไปบนผิวหนังที่เหี่ยวย่นและซีดเซียวของแม่ เธอทุ่มสมาธิทั้งหมดไปที่ปลายนิ้ว หมุนวนตามจังหวะที่เทียนหลงกำกับ
"อือ..."
เสียงครางต่ำๆ ในลำคอของแม่ดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างกายที่ผอมแห้งกระตุกเกร็งเล็กน้อย คิ้วที่เคยคลายออกกลับขมวดมุ่นเข้าหากัน สีหน้าแสดงความทรมานอย่างเห็นได้ชัด
หัวใจของเหมยลี่หล่นวูบ มือของเธอสั่นระริกและเริ่มผ่อนแรงลงด้วยความตกใจ
"แม่คะ... แม่เจ็บเหรอ?" เหมยลี่ละล่ำละลักถาม น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาอีกครั้ง
"เทียนหลง! แม่ฉันเจ็บ! ฉันทำแม่เจ็บ!"
"อย่าหยุด!"
เสียงตวาดของเทียนหลงดังลั่นก้องในหัวจนเหมยลี่สะดุ้งเฮือก
"เจ้าจะสงสารแม่จนแม่ตายรึไง! กดลงไปเดี๋ยวนี้!"
"แต่แม่..."
"ฟังข้านะเหมยลี่!" น้ำเสียงของจอมมารเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมและทรงอำนาจ "ความเจ็บปวดไม่ได้ร้ายแรงเสมอไป... แต่มันหมายถึงการ 'มีชีวิตอยู่'! คนตายเท่านั้นที่ไม่เจ็บปวด! เสียงครางของแม่เจ้า คือสัญญาณว่าพลังกำลังไหลเวียน ชีพจรที่หลับใหลกำลังตื่นตัว!"
คำพูดนั้นกระแทกใจเหมยลี่อย่างจัง... ใช่ คนตายไม่เจ็บ การที่แม่เจ็บ แปลว่าแม่ยังสู้
"กดต่อไป! อย่าออมแรง!" เทียนหลงสั่งการ
"ใช้ปราณของเจ้า ไล่ตะกอนพิษที่อุดตันอยู่ในเส้นลมปราณออกมาให้หมด!"
เหมยลี่กัดฟันแน่น แววตาเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความมุ่งมั่น เธอกดนิ้วลงไปที่จุดเหอกู่ซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เธอมั่นคงและหนักแน่นกว่าเดิม ส่งผ่านความปรารถนาที่จะให้แม่รอดชีวิตผ่านปลายนิ้วลงไป
"อดทนนะคะแม่...อดทนอีกนิดนะ..."
"ต่อไป... จุดเช่อเจ๋อ ที่ข้อพับแขน กดเน้นๆ 3 ครั้ง! และจุดสำคัญที่สุดเฟ่ยซู ที่แผ่นหลังตรงตำแหน่งปอด... ส่งพลังความร้อนเข้าไปละลายเสมหะเดี๋ยวนี้!"
เหมยลี่ขยับมืออย่างคล่องแคล่วราวกับถูกเชิดหุ่น ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสร่างแม่ แสงสีเขียวจางๆ จากแหวนจะวาบขึ้นวูบหนึ่ง ซึมลึกเข้าไปใต้ผิวหนัง
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
เสียงหายใจ วี๊ด ที่บาดหูค่อยๆ แผ่วลง และเงียบไปในที่สุด ลมหายใจของแม่เริ่มลึกและยาวขึ้น จังหวะการเต้นของหัวใจมั่นคง หน้าอกที่เคยเกร็งเขม็งค่อยๆ คลายตัวลง ใบหน้าที่บิดเบี้ยวคลายออกเป็นสีหน้ายามหลับที่สงบสุข ราวกับความทรมานเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
เหมยลี่ค่อยๆ ถอนมือออก ขาแข้งอ่อนแรงจนต้องทรุดนั่งลงข้างเตียง แต่น้ำตาแห่งความดีใจกลับไหลอาบแก้ม
"แม่หลับสบายแล้ว..." เหมยลี่พึมพำ จับมือแม่ที่เริ่มอุ่นขึ้นมาแนบแก้ม
"นายทำได้จริงๆ นายช่วยแม่ฉันได้จริงๆ"
"อะ... แฮ่ม!" เทียนหลงกระแอมเสียงดังแก้เขิน
"มะ... มันก็แน่อยู่แล้ว! นี่แค่เศษเสี้ยวความรู้หางอึ่งของข้า! ถ้าเจ้าหาเงินมาซื้อสมุนไพรดีๆ ให้ข้าปรุงยาได้ล่ะก็ แม่เจ้าจะวิ่งไล่เตะก้นเจ้าได้เหมือนม้าศึกเลยคอยดู และข้าอยากจะบอกว่าวิชาแพทย์ของข้าเหนือชั้นกว่าพวกหมอที่เรียนแต่ในตำราเยอะ จำไว้ซะนังหนู เงินซื้อยาได้ แต่ซื้อชีวิตไม่ได้ แต่ ความรู้ของข้าซื้อได้ทุกอย่าง!"
เหมยลี่ยิ้มทั้งน้ำตา มองรอยตีนกาบนมือด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่ลายแทงสมบัติ...แต่มันคือมือของหมอเทวดาที่จะช่วยชีวิตครอบครัวเธอได้
"ฉันสัญญา..." เหมยลี่กระซิบกับแหวน "ฉันจะหาเงินให้ได้เยอะๆ ฉันจะพานายไปกินของอร่อยๆ แล้วก็จะหาสมุนไพรดีๆ มาให้นายปรุงยา ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกพวกเราได้อีกแล้ว"
"ดี! พูดได้ดี!" เทียนหลงหัวเราะร่า "งั้นเริ่มจาก เอาเหรียญพวกนี้ไปขาย แล้วซื้อไก่ย่างสักตัวมาเซ่นไหว้ข้าก่อนเลย! ข้าเบื่อกลิ่นผักดองแล้ว!"
"อ้าว! ไหนเมื่อกี้บอกว่าหอมไง?"
"จอมมารย่อมมีรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย! ไป! เก็บของ! พรุ่งนี้เราจะขายเหรียญกัน"
คืนนั้นหลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตแห่งการรักษาด้วยศาสตร์ 'ฝังเข็มปราณ' ของเทียนหลง ลมหายใจที่เคยติดขัดของหลินซิ่วฝางก็ค่อยๆ สม่ำเสมอขึ้น ใบหน้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดคลายลง จนกระทั่งนางหลับสนิทไปในที่สุด...เป็นการนอนหลับที่เงียบสงบและยาวนานที่สุดในรอบหลายปี โดยไม่มีเสียงไอโขลกเขลกมาทำลายความฝัน
แสงแรกของวันใหม่ลอดผ่านหน้าต่างกระดาษขาดๆ เข้ามาแยงตา เหมยลี่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด แม้จะนอนไปไม่กี่ชั่วโมง เธอรีบลุกไปดูแม่...แม่ยังคงหลับสนิท สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดจางๆ ไม่ซีดเหมือนกระดาษอีกแล้ว
เหมยลี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้า แต่มุมปากที่ยิ้มแย้มก็ต้องหุบลงเมื่อเปิดฝาโอ่งข้าวสาร...เหลือข้าวสารอยู่ก้นโอ่งเพียงกำมือเดียว
"นี่มันโรงครัวหรือบ้านร้าง?" เสียงเทียนหลงบ่นอุบในหัว
"หนูวิ่งผ่านยังร้องไห้เลยมั้งเนี่ย"
เหมยลี่ไม่ต่อปากต่อคำ เพราะเทียนหลงนั้นกำลังเอาความจริงมาพูดเล่นอยู่ เธอจัดการต้มข้าวสารกำมือนั้นกับน้ำหม้อใหญ่ จนได้ โจ๊ก... ที่น้ำใสแจ๋วราวกับน้ำล้างข้าว เม็ดข้าวลอยเคว้งคว้างห่างกันจนน่าสงสารและแทบนับเม็ดได้ เมื่อตักใส่ชาม เธอมองเห็นลวดลายดอกไม้เก่าๆ ที่ก้นชามได้อย่างชัดเจน
"มากินข้าวกันเถอะ" เหมยลี่เรียกน้องชาย
เยว่เสี่ยวอวี่เดินงัวเงียออกมา ท้องร้องจ๊อกๆ เขามองชามโจ๊กน้ำใสตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลาย
"พี่ใหญ่...วันนี้มีแค่นี้เหรอ?"
"กินไปก่อนนะเสี่ยวอวี่" เหมยลี่ลูบหัวน้องชายด้วยความสงสารจับใจ
"ซดน้ำร้อนๆ จะได้มีแรง...วันนี้พี่จะเข้าเมือง ไปหาลู่ทางทำมาหากิน"
"จะไปเมืองเหรอ?" แม่ที่เพิ่งตื่นเดินประคองตัวออกมาจากห้อง แม้จะยังดูอ่อนเพลีย แต่แววตากลับดูแจ่มใสขึ้นมาก
"เหมยลี่ ลูกจะไปทำอะไรในเมือง? เงินทองเราก็ไม่มี"
"แม่ไม่ต้องห่วงจ้ะ" เหมยลี่รีบเข้าไปประคองแม่ให้นั่งลง
"หนู หนูพอจะนึกออกว่าพ่อเคยบอกทางไปร้านขายยาจีนเก่าแก่ หนูจะลองไปถามหางานทำ หรือไม่ก็ ลองเอาของเก่าๆ ไปขายดู"
เหมยลี่ไม่กล้าบอกเรื่องเหรียญเงินตรงๆ กลัวแม่จะตกใจ เธอหันไปกระซิบกับน้องชาย
"เสี่ยวอวี่ วันนี้แกต้องเป็นลูกผู้ชาย ดูแลแม่ให้ดี ห้ามซน ห้ามออกไปไหนเข้าใจไหม?"
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ "ครับพี่ใหญ่"
"ถ้าน้องเป็นเด็กดี..." เหมยลี่กระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน "เย็นนี้พี่ใหญ่จะซื้อ 'เนื้อ' มาฝาก เนื้อหมูสามชั้นมันๆ เอามาตุ๋นน้ำแดงให้น้องกินจนพุงกางเลย ดีไหม?"
คำว่า 'เนื้อ' ทำให้ดวงตาของเสี่ยวอวี่ลุกวาวเป็นประกาย "จริงนะพี่ใหญ่! สัญญาเกี่ยวก้อยนะ!"
"สัญญาจ้ะ"
"เฮ้อ ดราม่าครอบครัวยากจนนี่มันช่างบีบหัวใจจอมมารผู้ที่เคยมั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินจริงๆ" เทียนหลงถอนหายใจยาวเหยียด
"รีบๆ กินน้ำข้าวต้มรสจืดชืดนั่นซะ แล้วก็รีบไป! ข้าไม่อยากฟังเสียงท้องร้องของน้องชายเจ้าแล้ว มันรบกวนสมาธิการวางแผนรวยของข้า!"
...
แสงแดดสลัวๆ ลอดผ่านเมฆหมอกลงมายัง ตลาดมืดหลังวัดประจำอำเภอ สถานที่แห่งนี้คือจุดนัดพบของเหล่านักขุดของเก่า พ่อค้าคนกลาง และพวกต้มตุ๋นที่มารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งที่รัฐบาลมองไม่เห็น บรรยากาศเต็มไปด้วยความลึกลับและสายตาที่หวาดระแวง
เยว่เหมยลี่เดินกอดห่อผ้าแนบอกแน่น ท่าทางเลิ่กลั่กเหมือนกวางน้อยหลงเข้ามาในดงเสือ ไม่สิ ต้องบอกว่าเหมือนกวางน้อยที่เพิ่งขโมยเนื้อของเสือมาแล้วพยายามเดินหนีออกมามากกว่า!
ตาของเธอกลอกกลิ้งซ้ายขวาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าลูกปิงปอง เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามขมับทั้งที่อากาศเย็นเฉียบ ขาเดินขัดกันเองทุกๆ สามก้าว แถมยังสะดุ้งโหยงทุกครั้งที่มีคนเดินสวนมา
ในห่อผ้านั้นมี เหรียญหัวโต (หยวนซื่อไข่) จำนวน 20 เหรียญจาก 50 เหรียญที่ขุดได้ เธอแบ่งมาขายแค่บางส่วนเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต ซึ่งเธอคัดมาแล้วว่าสภาพสมบูรณ์และเงาวับที่สุด ด้วยฝีปากการเลีย เอ้ย! การดูดซับพลังทำความสะอาดของเทียนหลงเมื่อคืน
"ยืดอกขึ้น! นังหนู!"
เสียงเทียนหลงตวาดลั่นในหัว จนเหมยลี่สะดุ้งเฮือก เผลอยืดหลังตรงเป๊ะโดยอัตโนมัติราวกับทหารเกณฑ์เจอครูฝึก
"เจ้ากำลังเดินเข้าถ้ำเสือ ถ้าทำตัวลีบเป็นลูกหมาตกน้ำแบบนั้น เดี๋ยวก็โดนพวกมันทุบราคาจนเหลือแค่ค่าเศษเหล็กหรอก! จงเดินเหมือนเจ้าเป็นคุณหนูตกยากที่เอาสมบัติบรรพบุรุษมาขาย ไม่ใช่ขโมยที่เอาของมาปล่อย!"
"ตะ แต่ฉันไม่เคยขายของแบบนี้นี่นา" เหมยลี่กระซิบเสียงสั่น เหงื่อซึมออกมือที่กำห่อผ้าจนชุ่ม
"ฉันพยายามทำตัวปกติที่สุดแล้วนะ!"
"ปกติบ้านป้าเจ้าสิ!" เทียนหลงกรีดร้องในหัวด้วยความสิ้นหวัง
"สภาพเจ้าตอนนี้ ต่อให้มองจากดาวอังคาร มนุษย์ต่างดาวยังรู้เลยว่าเจ้ากำลังมีพิรุธ! ดูสิ! มีใครเขาเดินแกว่งแขนกับขาข้างเดียวกันบ้างฮะ! เจ้าเป็นหุ่นยนต์พังๆ หรือไง!"
เหมยลี่ก้มมองตัวเอง จริงด้วย! เธอเดินก้าวเท้าซ้ายพร้อมแกว่งแขนซ้าย ก้าวขวาพร้อมแกว่งขวาเหมือนตุ๊กตาไขลานที่เฟืองรูด!
"ยะ... อย่าดุสิ! ยิ่งนายดุฉันยิ่งเกร็งนะ!" เธอรีบสลับขาพันกันมั่วไปหมด
"แล้วตาน่ะ! หยุดกลอกตาเดี๋ยวนี้!" เทียนหลงสั่งต่อ
"เจ้ามองซ้ายทีขวาทีเหมือนกำลังหาทางหนีทีไล่หลังปล้นธนาคารมาหมาดๆ! หยุด! มองตรง! เชิดหน้าขึ้น! ทำหน้าหยิ่งๆเชิดๆ เข้าไว้!"
เหมยลี่พยายามทำหน้าหยิ่ง โดยการเม้มปากแน่นและเบิกตาโต ผลลัพธ์ที่ได้คือ หน้าตาเหมือนคนกำลังปวดท้องถ่ายหนักขั้นรุนแรงแต่หาห้องน้ำไม่เจอ
"โอ๊ยยยยย! ปวดหัวตึ้บ!" เทียนหลงครวญคราง
"ข้าคิดผิดจริงๆ ที่เลือกเจ้าเป็นพาร์ทเนอร์ ถ้ามีตำรวจเดินผ่านมา เขาคงจับเจ้าไปสอบสวนเป็นคนแรก ไม่ต้องค้นตัวด้วยซ้ำ แค่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่า 'หนูทำผิดมาค่า' เขียนแปะอยู่บนหน้าผากเนี่ย!"
"ก็นี่มันตลาดมืดนี่นา! มันน่ากลัวจะตาย!" เหมยลี่เถียงข้างๆ คูๆ
"ฟังข้านะ..." เทียนหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เลิกทำตัวลับๆ ล่อๆ กอดห่อผ้าเหมือนมันเป็นระเบิดปรมาณูได้แล้ว! คลายมือออก! เดินให้มันมีจริตหน่อย เอ้า! หายใจเข้าลึกๆ ... นับหนึ่ง สอง สาม... แล้วเดินเข้าไปหาตาเฒ่าคนนั้นซะ ถ้าเจ้ายังทำท่าเลิ่กลั่กอีก ข้าจะเสกให้เจ้าเดินท่าเป็ดไปตลอดชีวิต!"
คำขู่เรื่องเดินท่าเป็ดได้ผลชะงัด เหมยลี่กลั้นใจ ฮึบ! ปรับสีหน้าให้ดูนิ่งที่สุด แม้ปากจะสั่นระริก แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปที่เป้าหมาย
"นั่นแหละ! ดีขึ้นนิดนึง แค่นิดนึงนะ!" เทียนหลงให้กำลังใจแบบกัดเจ็บ
"ตอนนี้เจ้าดูเหมือนโจรที่มีประสบการณ์ขึ้นมาหน่อยนึงแล้ว...ไม่ต้องกลัว! เจ้ามี 'ที่ปรึกษา' ระดับจักรวาลอยู่ตรงนี้ทั้งคน... เอ้ย ทั้งวง!" เทียนหลงพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจและเย่อหยิ่งตามสไตล์
"ข้าสแกนพื้นที่นี้หมดแล้ว มองไปที่ร้านเพิงหมาแหงนตรงมุมขวานั่น ชายแก่เคราแพะที่กำลังส่องพระเครื่องอยู่นั่นไง"
เหมยลี่มองตามสายตา (ในหัว) ไปเห็นชายชราท่าทางเจ้าเล่ห์ สวมแว่นตากลมเล็กๆ กำลังใช้กล้องส่องพระส่องดูเหรียญทองแดงอย่างพินิจพิเคราะห์
"นั่นแหละเป้าหมายของเรา หมอนี่ชื่อเฒ่าหวังเป็นพวกเขี้ยวลากดินที่สุดในย่านนี้ กดราคาเก่ง ตุกติกเก่ง แต่ข้อดีคือ... กระเป๋าหนักที่สุด และกลัวเรื่องโชคลางขึ้นสมอง!"
"แล้วเราจะจัดการเขายังไง?"
"เดินเข้าไป แล้วทำตามที่ข้าบอกทุกคำพูด ห้ามผิดแม้แต่คำเดียว!"
เหมยลี่สูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี นึกถึงหน้าแม่ที่รอคอยยา และหน้าน้องชายที่รอคอยเนื้อหมู... เธอจะถอยไม่ได้!
เหมยลี่ก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปที่แผงของเฒ่าหวัง
"ลุงคะ... รับซื้อเหรียญเงินไหม?"
**** 5555 ชอบเทียนหลง ปากจัดดี****
