ตอนที่ 7
"ผมมีวิธีแล้วกัน อ้อ ขอชมหน่อยว่าดอกไม้บ้านคุณสวยจัง ผมอยากให้คุณมาปลูกดอกไม้สวยๆ แบบนี้ที่บ้านผมบ้าง" น้ำเสียงชายหนุ่มอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ใช่ธุระของฉันที่จะต้องทำแบบนั้นให้คุณ หรือถ้าอยากได้คุณก็ไปจ้างคนมาปลูกเองสิ แต่เอ๊ะ..." รสาเอะใจอะไรบางอย่าง ไบรอันรู้ได้อย่างไรว่าบ้านเธอปลูกต้นไม้ หรือว่าเขา
"ตอนนี้ผมอยู่หน้าบ้าน ถ้าลงจากรถเดินแค่ก้าวเดียวก็เคาะประตูเรียกแม่คุณได้แล้ว"
"นายมาที่นี่ทำไม"
หญิงสาวรีบวิ่งออกมาที่ระเบียง โผล่หน้ามาดูเห็นรถเก๋งคันหรูจอดซุ่มอยู่ที่หัวมุมบ้านพอดี ไบรอันลดกระจกลงมาแล้วโบกมือทักทายรสาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"กลับไปเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก" หญิงสาวเอามือป้องปากไว้ไม่ให้เสียงดังไปกลัวว่ามารดาจะได้ยิน
"แต่ผมอยากเห็น อยากเห็นมากกว่าหน้า อยากเห็นทุกอย่างที่เคยเห็น"
"คนบ้า โรคจิต ลามก จะไปตายที่ไหนก็ไป"
คำพูดของเขาทำให้คนฟังหน้าแดงก่ำ เนื้อตัวร้อนวูบวาบไปหมด ภาพที่พยายามจะลืมผุดขึ้นมาอีกครั้ง ค่ำคืนนั้น ค่ำคืนที่รสาอยากจะลืมให้หมด
"ผมตายไม่ได้ถ้ายังไม่ได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้" เขาตอบกลับทันทีแล้วพูดต่อไปว่า
"จะเอาไง จะลงมาคุยกับผมดีๆ หรือว่าจะต้องให้ผมเข้าไปหาคุณในบ้าน อ้อ คนไทยมีสำนวนที่ว่าเข้าตามตรอกออกตามประตูใช่ไหม ถ้างั้นผมก็ควรเข้าบ้านไปสวัสดีแม่คุณ แล้วก็บอกว่ามาพบคุณใช่ไหม"
รสาอยากจะมีเวทมนตร์เสกให้คนที่พูดอยู่ในเวลานี้หายไปจากโลกในทันที หญิงสาวรีบวิ่งออกมาที่ระเบียงอีกครั้ง เพื่อดูให้แน่ใจว่าตอนนี้ที่หน้าบ้านเกิดอะไรขึ้น
"นาย"
หญิงสาวไม่พูดอะไรต่อทั้งนั้น รีบกดโทรศัพท์ทิ้งแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างอย่างไม่รอช้า ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะไบรอันลงจากรถอย่างที่พูดจริงและโบกมือทักทายให้รู้ว่ากำลังจะทำอย่างที่บอก
"รสาไปไหนลูก" นางลอรตกใจที่จู่ๆ บุตรสาวก็วิ่งหน้าตาตื่นลงมา
"เพื่อนรสามาค่ะ แม่ ขอออกไปหาแป๊บหนึ่ง" รสาพูดเพียงแค่นั้นแล้วรีบเดินออกไปทันที
ยกนี้ไบรอันชนะเพราะในที่สุดรสาก็ยอมออกมาพบที่หน้าบ้านตามต้องการอย่างรวดเร็ว เพียงแค่เห็นหน้าคนที่คุกคามด้วยคำพูด เธอก็แทบอยากจะหักคอเขาทิ้งเสียตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
"มีอะไรว่ามา" รสาเปิดฉากถามคำแรก และคอยหันมองว่ามารดาจะเดินตามออกมาหรือไม่
"ไม่มีอะไร แค่มีสองคำถามที่อยากให้คุณพูดความจริงเท่านั้น" ชายหนุ่มยิ้มยั่วอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นสีหน้าสาวน้อยที่มองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"จะถามอะไรอีก ฉันว่าเราไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้วด้วยซ้ำ อย่าลืมสิ ฉันลาออกจากบริษัทแล้วนะ"
"แต่ผมยังไม่ได้เซ็นใบลาออกของคุณ"
"นั่นก็เรื่องของคุณ จะเซ็นหรือไม่ฉันไม่สน แต่ว่าฉันลาออกแล้ว คุณจะมาวุ่นวายกับฉันอีกทำไม"
"ผมยังไม่เซ็นใบลาออกนั่นก็หมายความว่าคุณยังเป็นพนักงานของบริษัทอยู่ และที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อจะถามว่าคุณจะรับผิดชอบอย่างไรกับการสูญเสียของบริษัท"
"สูญเสีย" รสาทวนคำเสียงดังแล้วถามต่อว่า
"สูญเสียอะไร"
ให้ตายเถอะ คนที่สมควรจะพูดว่าสูญเสียน่าจะเป็นเธอมากกว่า
การลาออกของรสาในครั้งนี้หมายถึงรายได้ที่จะจุนเจือครอบครัวหายไป และยังจะต้องเสียเวลารอคอยงานใหม่ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไรอีก
สิ่งที่เรียกว่าสูญเสียอีกอย่างก็คงเป็นเงินเก็บในบัญชีที่จะต้องถูกถอนออกมาเป็นค่าใช้จ่ายประทังในยามที่รองานใหม่ รสาต่างหากสมควรเรียกร้องค่าตอบแทนของการสูญเสียนี้ ไม่ใช่เขา นายไบรอันจอมเจ้าเล่ห์
"ผมจะพูดให้คุณฟังรสา การที่คุณไม่สามารถปิดการขายลูกค้าในวันนี้ได้ เพราะความไม่รู้และไม่ใส่ใจของคุณ มันทำให้บริษัทเสียรายได้ไปประมาณสิบล้านบาท ซึ่งการสูญเสียในวันนี้คุณต้องชดใช้"
"จะบ้าหรือไง ฉันไม่ได้ไปพบลูกค้าที่ไหนแค่เจอคุณไม่ถึงสิบนาที แล้วคุณก็ถามในสิ่งที่ฉันไม่รู้ การที่ฉันพูดความจริงว่าไม่รู้เรียกว่าไม่มีความรู้หรือไม่ใส่ใจมันไม่ถูกต้อง ก็ในเมื่อนโยบายอันดับแรกของบริษัทคือความจริงใจต่อลูกค้า ถ้าฉันพูดทั้งที่ไม่รู้แล้วลูกค้าตกลงซื้อเพราะความไม่รู้ของฉัน ไม่เท่ากับว่าฉันขายของได้แต่ไม่มีความจริงใจหรอกเหรอ สุดท้ายถ้าลูกค้ารู้ก็ต้องต่อว่าอยู่ดี"
"แล้วใครผิด" ไบรอันเอ่ยต่อไปว่า
"คุณเป็นพนักงานขายแต่ไม่รู้จักสินค้า ก่อนออกไปพบลูกค้าทำไมไม่เตรียมตัว ถ้าวันนี้เปลี่ยนจากผมเป็นลูกค้าจริงๆ นอกจากจะขายของไม่ได้เสียโอกาสอย่างที่หนึ่งแล้ว คุณยังจะทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่นในบริษัทเป็นการสูญเสียอย่างที่สอง และการที่คุณลาออกทิ้งปัญหาไว้ให้บริษัทต้องไปตามแก้ อธิบายหรือขอโทษลูกค้าที่มีพนักงานไม่ได้เรื่องไปพบ ซึ่งลูกค้าอาจจะไม่วางใจเราเหมือนแต่ก่อน ถือเป็นการสูญเสียอย่างที่สาม"
"คุณ" หญิงสาวพูดไม่ออก ความผิดที่เขาร่ายยาวมาทั้งหมดนั้น รสายอมรับในความผิดของตนกึ่งหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด
"ฉันเพิ่งทำงานที่นี่วันแรก ยังไม่เคยมีใครสอนงานฉันแล้วจะรู้ไหมว่าไอ้รถราคาหลักล้านของคุณมันมีอะไรอยู่ตรงไหน เป็นอย่างไรบ้าง ฉันยอมรับว่าไม่ได้เตรียมตัวให้ดี แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าท่านรองประธานบริษัทจะมีนโยบายประหลาดๆ ไล่พนักงานไปขายของราคาหลักล้านภายในเวลาสองชั่วโมง" รสาประชดด้วยความหมั่นไส้
"มีคนทำได้ ซึ่งไม่ใช่คุณ" ไบรอันแกล้งยั่วโมโหอีกต่อไปว่า
"วันนี้ผมส่งคนออกไปพบลูกค้าทั้งหมดสิบราย ทุกรายได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี บางคนได้เช็คและสัญญาซื้อขายมาเลย แต่มีอยู่แค่คนเดียวที่ไม่ได้อะไรกลับมาแม้แต่คำชม ซึ่งนั่นก็คือคุณ"
"ฉันก็ลาออกแล้วไง ในเมื่อรู้ตัวว่าทำไม่ได้ฉันก็ไม่อยู่สร้างปัญหาเป็นภาระให้ใคร แล้วจะเอาไงกับฉันอีก" รสาชักจะหมดความอดทนแล้ว
"ก็ไม่มีอะไร ผมทำตามกฎบริษัทคือมาตามทวงค่าเสียหาย" ชายหนุ่มพูดหน้าตาเฉย
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเสียหาย"
ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ไบรอันจะหมั่นไส้กับท่าทางอวดดีของเจ้าหล่อน แต่เขาก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้และรอคิดบัญชีทีเดียวให้สาสมแน่
"ในสัญญาจ้างเป็นพนักงานของเรา ระบุไว้ชัดเจนว่าถ้าหากคุณยังไม่ผ่านการทดลองงาน และทำสิ่งใดให้บริษัทเสียหายคุณต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนห้าเท่าของเงินเดือน และชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัททุกบาททุกสตางค์"
"ยอดขายที่คุณทำหายไปคือสิบห้าล้าน รวมค่าปรับที่คุณทำให้บริษัทเสียความมั่นใจอีกห้าล้านบาท เงินเดือนห้าเดือนของคุณไม่รวมคอมมิชชันสองแสนห้าหมื่นบาท ทั้งหมดเป็นเงินยี่สิบล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน"
