บทที่ 4
“เธอเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง?”
ฉันมองแอชลีย์ บรู๊กส์ที่เดินเข้ามาอย่างกับเป็นเจ้าของบ้านด้วยความตกตะลึง
“หึ เรื่องแค่นี้ยังต้องถามอีกเหรอ? ก็แน่นอนว่ามาร์กเป็นคนให้กุญแจฉันไง” เธอหัวเราะเยาะอย่างดูแคลน “ตอนนี้ถึงตาเธอไสหัวออกไปได้แล้ว!”
ผู้ชายหลายคนที่เธอพามาด้วยรีบเดินเข้ามาล้อมฉันทันที ก่อนจะกระชากแขนฉันอย่างหยาบคาย พยายามลากฉันขึ้นจากโซฟา
ในเวลาเดียวกัน แอชลีย์ก็เดินตรวจไปทั่วบ้านราวกับตัวเองเป็นเจ้าของคนใหม่ที่กำลังมาตรวจรับทรัพย์สิน เธอมองโน่นมองนี่ด้วยสายตาดูถูก พร้อมวิจารณ์ทุกอย่างด้วยน้ำเสียงแหลมคมและเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“โอ๊ย ครัวเล็กเกินไปแล้วนะ ใครเลือกพื้นสีนี้กันเนี่ย น่าเกลียดชะมัด แล้วฝักบัวในห้องน้ำก็อีก เดี๋ยวนี้ยังมีใครใช้รุ่นแบบนี้อยู่อีกเหรอ เชยสุด ๆ!”
มันช่างน่าขันเสียจริง
นี่คือบ้านของฉัน แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งหรือชี้นิ้ววิจารณ์ทุกอย่างแบบนี้?
เป็นเมียน้อยลับ ๆ ของมาร์กมาตั้งนาน แต่จนถึงตอนนี้เธอคงยังไม่รู้สินะว่า โฉนดบ้านหลังนี้ไม่มีชื่อของมาร์กแม้แต่ตัวอักษรเดียว
มองดูเธอทำตัวโอ้อวดราวกับนกยูงที่กางหางอวดโฉมอยู่ตรงหน้า ในใจของฉันกลับมีเพียงความเย็นชากับความสมเพช
ฉันไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งตำรวจทันที
แอชลีย์รู้ตัวในทันทีว่าฉันกำลังทำอะไร สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์จากมือฉัน
ฉันกำโทรศัพท์ไว้แน่นแล้วรีบเบี่ยงตัวหลบ แต่เธอกลับไวเกินกว่าที่ฉันคาดไว้
ระหว่างที่ยื้อยุดกัน เธอผลักฉันอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงกับพื้นอย่างจัง ส่วนตัวเธอเองก็ลื่นล้มเช่นกัน ศีรษะกระแทกเข้ากับโต๊ะกระจกอย่างแรงจนเกิดเสียงกระจกแตกสนั่น เศษกระจกปลิวกระจายไปทั่วห้อง
แทบจะในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ท้องน้อยของฉันก็ปวดร้าวราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
ฉันขดตัวด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะใช้สองมือกอดป้องท้องของตัวเองเอาไว้ตามสัญชาตญาณ
เลือดสีแดงสดไหลอาบลงมาตามต้นขา เพียงพริบตาก็ย้อมพรมราคาแพงทั้งผืนเป็นสีแดงฉาน
เมื่อเห็นเลือดเต็มพื้น แอชลีย์ก็หน้าถอดสีด้วยความตกใจ เธอกรีดร้องเสียงหลง ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีออกประตูไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
โลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าค่อย ๆ ถูกความมืดกลืนกิน และฉันก็หมดสติไปในที่สุด
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล
กำแพงสีขาวซีด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ฉุนจนแสบจมูก และบรรยากาศที่เย็นเยียบกดดันไปทั่วทั้งห้อง
คุณหมอโคลเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าหนักอึ้ง
“ผมเสียใจด้วยนะครับ เจสสิก้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความเห็นใจ “คุณแท้งแล้ว และจำเป็นต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกหนึ่งสัปดาห์”
คำพูดของเขาราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจ จนฉันแทบหายใจไม่ออก
ความเจ็บปวดและความสิ้นหวังมหาศาลถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์
ชาติที่แล้ว ฉันปกป้องลูกของตัวเองไว้ไม่ได้
แต่ชาตินี้...ฉันก็ยังรักษาเขาไว้ไม่ได้อีกเหมือนเดิม
ลูกของฉันจากไปอีกครั้ง...
ทั้งหมดเป็นเพราะผู้ชายผู้หญิงคู่นรกคู่นั้น!
ความโกรธที่ไร้หนทางระบายแผดเผาอยู่ภายในอก
ฉันเกลียดความโง่เขลาและความอำมหิตของแอชลีย์
ฉันเกลียดการทรยศและความเลือดเย็นของมาร์ก
ฉันสาบาน...ฉันจะทำให้พวกมันชดใช้ทุกหยดเลือดที่ติดค้างฉันไว้!
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่นอนโรงพยาบาล พ่อกับแม่ผลัดกันเฝ้าดูแลฉันแทบไม่ห่างเตียง
หลังผ่านเรื่องทั้งหมดนี้ ฉันจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า บนโลกใบนี้ คนที่สำคัญที่สุดมีเพียงครอบครัวของฉันเท่านั้น
“พ่อ...แม่...หนูไม่เป็นไร” ฉันมองทั้งสองคนด้วยแววตาที่แน่วแน่กว่าที่เคย “ดำเนินทุกอย่างตามแผนเดิมต่อไป พอหนูออกจากโรงพยาบาล เราจะย้ายเข้าไปที่นั่นทันที ตอนนี้เราเสียเวลาไม่ได้แม้แต่วันเดียว”
หลังจากนั้น ฉันโทรศัพท์ออกไปสองสาย สายแรกหาทนายความของฉัน ลอร่า เจนกินส์และอีกสายหนึ่งหานายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ แซม วิเทกเกอร์
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ออกจากโรงพยาบาลได้ตามกำหนด
สิ่งแรกที่ฉันทำหลังออกจากโรงพยาบาล คือไปพบลอร่า
ฉันเล่าทุกอย่างให้เธอฟังโดยไม่ปิดบัง ทั้งการแต่งงานที่ถูกบีบบังคับ การนอกใจของมาร์ก การทำร้ายจิตใจอย่างต่อเนื่อง และการที่เรื่องทั้งหมดนี้นำไปสู่การสูญเสียลูกของฉัน
หลังจากฟังจบ ลอร่าก็จัดทำคำฟ้องหย่าพร้อมยื่นต่อศาลทันที
จากนั้นฉันก็ไปพบแซม และประกาศขายคฤหาสน์หลังนี้ในวันเดียวกัน พร้อมทั้งเปลี่ยนกุญแจทุกบานของบ้านใหม่ทั้งหมด
ต่อให้เป็นมาร์ก หลังจากนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว และยิ่งไม่มีวันได้แตะต้องเสบียงที่เขาแอบกักตุนไว้ในห้องใต้ดิน
ทุกอย่างที่เขาอุตส่าห์เตรียมมา...สุดท้ายกลับตกเป็นของฉันทั้งหมด
ทันทีที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้องและออกหมายเรียก ทรัพย์สินทั้งหมดที่ถือเป็นสินสมรสของพวกเราก็ถูกอายัดตามกฎหมายในทันที
ก่อนหน้านี้ ฉันยังเคยคิดจะเหลือทางถอยไว้ให้เขาอยู่บ้าง และไม่คิดจะบีบให้จนตรอกจริง ๆ
แต่ตอนนี้น่ะเหรอ?
ถ้าอย่างนั้น...ก็ให้พวกมันทั้งคู่ลงนรกไปพร้อมกันเสียเลย
