บทที่ 29 จดทะเบียน
“ไม่ยักจะรู้ว่าคนอย่างคุณจะเคร่งครัดความถูกต้อง”
เสียงหัวเราะในลำคอดังออกมาหลังพูดจบ ก่อนไวน์ในแก้วนั้นจะถูกยกกระดกรวดเดียวหมด และวางบนโต๊ะข้างจานเสียงดัง
“เปล่า..” เธอส่ายหน้า ทว่าก้มงุดไม่กล้าสบตา “สาก็แค่อยากขอเวลา..ทำใจสักหน่อย”
เหมันต์นิ่งไปชั่วขณะ อันที่จริงเรื่องที่เธอขอมานั้นมันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาเลย ถ้าวางความเป็นอัตตาสูงที่เขามีลง เปลี่ยนเป็นการมองข้ามแทน มันก็จะเป็นแค่คำขอคำหนึ่ง ที่โคตรจะเล็ก
ทว่าเขาอยากแกล้งเธอ
“เวลาของผมมีค่ามากครับ ถ้าคุณจะเอาไป คุณต้องสำคัญระดับนึง”
คำตอบของเขาที่มาจากเสียงที่เรียบเฉย ไม่นึกเลยว่าจะมีอิทธิพลกับเธอถึงขั้นสะอึก หญิงสาวหน้าชาไปทั้งแถบ ริมฝีปากสั่นระริก สิ้นสุดประโยคนั้นเธอก็เงียบไป จนกระทั่งเขาลุกขึ้นยืนและเดินนำกลับไปข้างบน โดยไม่ลืมที่จะพยักพเยิดหน้าเชิญชวนเธอด้วย
ขาเดินมาก็ว่าประหม่าเกรงกลัวเขามากแล้ว ขากลับยังมีความรู้สึกคงเดิมอยู่ ต่างกันแค่มันถึงไวกว่าจนน่าใจหาย ประตูห้องนอนถูกเปิดออกไปโดยเขา และเธอที่เดินตามหลังไปติดๆ กลายเป็นต้องเดินผ่านเสี้ยวหน้าด้านข้าง เพราะเขาเป็นฝ่ายหยุดให้เธอ พลันประตูนั้นจะถูกปิดลงพร้อมกับเสียงล็อค
แน่นอนว่าประหนึ่งค้อนตอกกลางอกของเธอด้วย หน้าร้อนวูบวาบ ทั้งประหม่า ทั้งตื่นเต้น
ทว่าแทนที่เขาจะคุยกับเธอกลับเดินไปยังระเบียงเพื่อสูบบุหรี่ซะงั้น ไม่พอยังปิดประตูและล็อคให้อีก สรุปเธออยู่ในห้องตามลำพัง ส่วนเขาขังตัวเองอยู่ตรงระเบียง
แล้วยังไงต่อ
หมายถึงเธอ ต้องทำยังไงต่อ นอนเลยได้ไหม
เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง คนตัวเล็กยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น ร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ระเบียง กำลังคุยอะไรอยู่กับคนบางคนผ่านโทรศัพท์ ส่วนริมฝีปากก็พ่นควันโขมงล้อมรอบตัวเอง โชคดีที่ควันมือสองนั้นไม่ได้โชยมาหาเธอ ถึงได้เข้าใจเรื่องที่เขาปิดประตูระเบียงให้ แต่กระนั้นเธอยังหงุดหงิด ความดีอันน้อยนิดนี้จะไม่นับ เพราะเขาปล่อยให้เธอนั่งอยู่ตรงนี้เป็นชั่วโมง
จะให้เธอทำอะไรล่ะ
โทรศัพท์ก็ไม่มี
“น่าเบื่อชะมัด”
เธอบ่นพึมพำ พ่นลมหายใจหนักๆออกมาเป็นครั้งที่ร้อย
จนกระทั่ง..
แกร็ก
เสียงสลักประตูถูกสะเดาะ เธอที่ดวงตาเริ่มปรือแล้วเหลือบขึ้นมามอง ก่อนจะหาววอดอย่างลืมตัว ร่างสูงที่มองอยู่นั้นถึงกับชะงัก นึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าปล่อยมุมนี้ต่อหน้าเขา
ไม่ต่างกับเด็กน้อยที่กำลังง่วงนอน แต่ต้องขออนุญาตจากผู้ใหญ่ก่อน
“ง่วงแล้วทำไมไม่นอน”
ลลิสาเกือบตาสว่าง ดวงตาที่ปรือก่อนหน้าขึงกว้างขึ้น จ้องมองเขาตาไม่กะพริบ ทว่าอีกฝ่ายจ้องกลับมานิ่งจนเธอต้องหลบตา
“สาก็รอคุณไง”
มองตามร่างสูงที่เดินห่างจากประตูพร้อมกับถอดเสื้อนอกออก เหลือแต่เสื้อแขนยาวข้างในหากแต่ยังหนาอยู่ เสื้อที่ลำลองแสนธรรมดานั้น หากอยู่บนตัวผู้ชายคนอื่นสาวเจ้าอาจไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่นัก ทว่าเมื่ออยู่บนตัวผู้ชายคนนี้กลับค้นพบว่า เขาคือผู้ชายที่น่ามองมากๆคนหนึ่ง
“หรือว่าจะเปลี่ยนใจ”
“คะ?”
“ก็เห็นมองตาไม่กะพริบ นึกว่าคำขอนั้นจะยกเลิกเปลี่ยนเป็นเอากันคืนนี้ซะอีก”
ลลิสากะพริบตาสองที เอียงหน้าเล็กน้อย ขณะยังจ้องมองเขานิ่ง หมายความว่าไง เรื่องที่เธอขอเขาโอเคอย่างนั้นเหรอ
“คุณหมายถึง..”
“ขอให้ทำพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือ หลังจดทะเบียน”
“..........”
ลลิสาอ้าปากค้าง กัดฟันกรอด รู้สึกฉุนกึกจนหน้าแดง ส่วนเขากลับยักไหล่อย่างไม่แยแสแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำซะงั้น
ก็แล้วทำไมไม่บอก จะได้นอน ไม่ต้องมานั่งถ่างตารอแบบนี้!!
เช้าวันต่อมา
ร่างบางลุกขึ้นจากที่นอนซึ่งอยู่บนล่างพื้น เก็บพับอย่างดีเหมือนทุกครั้ง หากแต่คราวนี้กลับเจอเขา ที่เพิ่งโผล่ออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวรู้หากเผชิญหน้ากันตอนที่เปลือยท่อนบนแบบนี้จะต้องประหม่าเป็นแน่ เลยเปลี่ยนเป็นหันหลังกะทันหันแทน ส่วนเขาที่ไม่ทันตั้งตัว ประโยคทักทายกำลังจะหลุดพ้นออกมาจากปากกลายเป็นว่าต้องกลืนลงไปใหม่ พลางขมวดคิ้วสูง
“เตรียมตัวออกไปข้างนอกกับผม”
“ทำไมถึงไม่ให้เขามาที่นี่เองคะ”
จากที่ไม่สนใจการพับผ้าห่มของเธอ กลับต้องยืนมองนิ่ง เนื่องจากคำถามนั้นเขาจะต้องตอบ
“ผมไม่ชอบให้คนนอกมาเหยียบพื้นที่ส่วนตัว เว้นก็แต่เหยื่อที่จะพามาฆ่าเท่านั้น”
มือบางกำลังพับผ้าขั้นตอนสุดท้ายชะงัก จู่ๆ ก็รู้สึกปวดหนึบตรงกลางอกขึ้นมา เผลอย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นาน ตอนเขาถือดาบจ้วงคนตรงหน้า และนานแค่ไหนไม่รู้ทีมือบางนั้นเปลี่ยนเป็นบีบเนื้อผ้าจนสั่น รู้ตัวอีกทีก็ตอนรู้สึกเจ็บ ทนไม่ไหวจนต้องปล่อย น่าแปลกที่จังหวะนั้นเหมือนมีความรู้สึกหนึ่งแทรกเข้ามา
หากว่าเธอไม่ดิ้นรนที่จะหนีในตอนนี้ ไม่รนหาที่ตายทั้งที่ไม่มีปัญญา แต่เก็บความเจ็บปวดนี้เอาไว้แบบทีละนิด ทีละนิด เพื่อเอาคืนเขาทีเดียว จะดีกว่าหรือเปล่า
ถึงตอนนั้นหากยังมีชีวิตอยู่ ก็คงไม่เลว อย่างน้อยก็ช่วยครอบครัวไม่ให้มาเฟียที่ยืนมองอยู่ข้างหลังในตอนนี้ทำเรื่องไม่เข้าท่า สร้างความเดือดร้อนให้พวกเขาได้
พ่อแม่ของเธอ
และคิดว่าถ้ายังมีชีวิต ความหวังสุดท้ายก็อยากจะเปลี่ยนความคิดเขาด้วย แม้ว่าจะยาก หรือเป็นไปได้เลยก็ตาม อยากรู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ก่อนหน้านี้มีอาจไม่มีคำถามใดๆที่นึกสงสัย แต่พอมีเรื่องพ่อของเธอมาเกี่ยวข้อง เริ่มอยากรู้ขึ้นมาแล้วว่าทั้งคนอื่นๆ และพ่อของเธอไปทำอะไรให้ ถึงเขาจะไม่ใช่คนดีมาก แต่เขาก็ไม่น่าจะทำเรื่องเลวร้ายถึงขนาดที่ใครบางคนต้องมาตัดสินให้ตาย
เขาเข้าใจผิดอะไรอยู่หรือเปล่า
