บทที่ 18 อยากให้เป็นนางบำเรอ
เขาพูดทั้งที่เปลือกตายังปิดอยู่ เธอที่โน้มตัวลงใกล้กันเกินไป หากไม่มัวแต่ยืนตัวแข็งทื่อ ก็คงหนีทันไปแล้ว เพราะจังหวะที่กำลังจะดึงตัวขึ้นมามือหนากลับตะปบบีบตรงทอยกันไว้พอดิบพอดี
“คะ คุณ..”
เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเธอก็ตกใจ มือรั้งกันไว้ไม่ให้หนีนั้นยิ่งตกใจกว่า แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือเขาทำมันทั้งที่ดวงตายังคงหลับอยู่ แสดงว่าเขาตื่นตั้งนานแล้ว ไม่ก็ไม่ได้หลับตั้งแต่แรก
ร่างเล็กพยายามดิ้นขลุกขลัก ทว่ายิ่งดิ้นเหมือนยิ่งดันทุรังให้อิสระพันธนาการลดน้อยลง เหมันต์ใช้จังหวะสมองของเธอกำลังชุลมุนรั้งท้ายทอยลงมา ดึงศีรษะของตัวเองขึ้นไปและเอียงหน้าเข้าหา ยื่นริมฝีปากหยักแนบชิดกับอวัยวะเดียวกัน
“อื้อ...”
คนที่ยืนนิ่งค้างหนีไม่พ้นเธอ ร่างเล็กที่ถูกคนเจ้าเล่ห์ขโมยจูบแรกไปแบบไม่ทันตั้งตัว
ลลิสาขมวดคิ้ว กำลังสงสัยต่อรสจูบนั้นผ่านริมฝีปากร้อนฉ่า ที่เพียงแตะอย่างผิวเผิน ไม่ถึงกับบดขยี้ ก็ทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งกายแล้ว พอเริ่มบดขยี้ช้าๆ แตะปล่อย แตะปล่อยซึมซับสลับกันหลายครั้ง ความชาวาบถึงจะมีขึ้นมา คล้ายกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วตัว ตรงท้องน้อยเหมือนผีเสื้อนับร้อยวนเวียน สมองของเธอขาวโพลนนับแต่นั้น
“อึก..”
มาเริ่มออกแรงต่อต้าน ใช้มือบางทุบตีเขา ก็ตอนแรงบดขยี้เริ่มหนักหน่วง พยายามสอดแทรกปลายลิ้นเข้ามา ทว่ากลับทักท้วงเขาไม่สำเร็จ เมื่อมือประทุษร้ายทั้งสองถูกมือใหญ่รวบไปไพล่หลัง ทันทีที่ร่างสูงลุกขึ้นยืน
“อื้อ”
ลลิสาไม่มีโอกาสได้ถอดถอนด้วยตัวเอง เหตุเพราะศีรษะทุยของเธอถูกมือหนาจับกุมเอาไว้
กลิ่นหอมจางๆจากบุหรี่ราคาแพง ปกติเธอไม่ชอบเอามากๆ สิ่งนี้เป็นชนวนเหตุต่อโรคประจำตัวของเธอกำเริบ แต่พอเป็นเขากลับรู้สึกดีและมีเสน่ห์ขึ้นมาแปลกๆ
หญิงสาวเริ่มหายใจไม่ออก ขณะเดียวกันเขาคงรู้ถึงได้ปล่อยให้เป็นอิสระ
ลลิสาถอยกรูด กระโดดถอยห่างไปตั้งหลัก ใช้หลังมือถูปากอย่างลวกๆ ความตกใจทำให้เธอตัวสั่นสะท้าน จ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“...........”
แต่พอจะอ้าปากด่ากลับพูดไม่ออก เมื่อเขาทิ้งตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วปิดเปลือกตาหลับต่อ
อะไรกันเนี่ย!
จะว่าละเมอคงไม่ใช่
นี่มันจงใจชัดๆ
“โคตรจะจืดชืด”
ผ่านไปไม่กี่อึดใจเขาก็ลืมตาขึ้นมา คราวนี้ดึงตัวเองนั่งหลังตรง ทอดมองเธอนิ่ง ตาไม่กะพริบ
“คุณมันเลวร้ายมากกว่าที่คิดไว้จริงๆ”
“ผมก็แค่อยากให้คุณรับผิดชอบ ที่ปล่อยให้ผมนั่งรอคุณจนหลับ”
“ด้วยจูบเนี่ยนะ”
“หรือจะอย่างอื่นด้วย?”
พวงแก้มของเธอร้อนผ่าวอีกครั้ง ถึงขนาดยืนอยู่ที่เดิมไม่ติดพื้น ความประหม่าทำให้เท้าเธอเบาหวิว ไม่พอแขนขากำลังอ่อนแรงด้วย
“เอ่อ..ทำห้องเสร็จแล้วค่ะ แล้วก็อาบน้ำเสร็จแล้วด้วย ถ้าอย่างนั้นสาขอกลับห้องตัวเองนะคะ”
พูดจบเธอก็เตรียมตัวจะออกเดิน ทว่า..
“จะรีบไปไหน”
พลันร่างทั้งร่างชะงัก หากแต่ไม่ได้หันกลับไปเผชิญหน้า
“จะให้อยู่ทำไมอีก..”
“ถ้าผมไม่ได้บอกให้คุณไป คุณก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นครับ”
เธอเงียบ ไม่คิดจะเถียงต่อ ความตกใจก่อนหน้านี้ทำเธอเขินหนัก ยังรู้สึกถึงสัมผัสที่ยังตราตรึงที่ริมฝีปากไม่หาย
“หันกลับมา”
เสียงทุ้มต่ำออกคำสั่ง เธอหลับตาปี๋รีบโกยอากาศลงปอด จากนั้นก็หันกลับไปตามคำสั่ง
ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ช เดินเชื่องช้ามาหาแล้วประจันหน้า ระยะห่างปลายเท้าของคนทั้งคู่แค่หนึ่งช่วงแขนเอง
“คานโลบอกว่าคุณแพ้ฝุ่น”
คานโลเหรอ? นายนี่มัน ยอดเยี่ยมจริงๆ
กลีบปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มออกจนเผยฟันขาวซี่เล็กเรียงสวย รู้สึกพึงพอใจที่เขาเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา เธอจึงไม่ต้องกอบโกยความกล้าออกมาคุยกับเขาเอง หญิงสาวพยักหน้ายิ้มน้อยๆ
“ค่ะ แพ้”
ก่อนจะหุบยิ้มทันควัน เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ยิ้มกลับ แต่กลับตอบแทนด้วยการจ้องกันนิ่ง สายตายากจะคาดเดา
“อยากเปลี่ยนที่นอนไหม”
“คะ?”
“คุณมีปัญหากับหูตัวเองจริงๆสินะ.. ผมจะไม่พูดซ้ำ”
ไม่ใช่ว่าไม่ได้ยิน แต่คำนี้มักจะถูกเอ่ยขึ้นมากลบเกลื่อนความงุนงงที่จะต้องคิดตามเท่านั้น ไม่ใช่ต้องการให้เขาพูดอีก มันเป็นการถ่วงเวลาให้กับสมองกลวงๆของเธอ ซึ่งเขาไม่เข้าใจหรอก
“หมายถึงเปลี่ยน ไม่นอนห้องนั้นแล้ว?...ใช่ไหมคะ”
“อ่า..”
เขาพยักหน้า จ้องกันเขม็งราวกับอยากได้คำตอบเดี๋ยวนี้เลย ทั้งที่เธอยังติดกับจูบ รอให้เขาอธิบายอยู่ เหตุใดถึงได้เปลี่ยนเรื่อง สร้างความสับสนให้เธอแบบนี้
สรุปว่า เรื่องจูบก็คือ..ถูกมองข้ามไปเลย
และเธอก็ถูกเอาเปรียบฟรี?
เฮ้อ!
“ถ้าอย่างนั้นให้สานอนไหนคะ”
ร่างสูงไม่ตอบในทันที แต่เดินช้าเข้ามาหาเธอ ด้วยสายตาที่นิ่งสงบ มือทั้งคู่ของเขายังคงซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ช ท่าทางนั้นทำให้เท้าเล็กต้องเดินถอยหลังตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเจอทางตันคือตู้ขนาดไม่สูงมากที่วางชิดผนังอีกที และนั่นทำให้เธอสะดุ้งโหยง หันไปมองท่าทางเลิ่กลั่ก
“คุณ..” ยื่นแขนไปข้างหน้า เพื่อกันเขาไว้ “ดะ เดี๋ยวก่อน”
เขาเข้ามาใกล้และโน้มตัวลงมาซะจนเธอต้องเอนตัวหนีไปข้างหลัง กะพริบตามองอย่างหวาดระแวง เหล่ตาตามก้านนิ้วแกร่งที่ยื่นเข้ามาไล้แก้มเนียน
อะไร ยังไง เธอตามไม่ทัน
“บางทีผมคิดว่า..คุณอาจจะไม่เหมาะกับหน้าที่นางนกต่อแล้วมั้ง”
หญิงสาวเม้มปากแน่น แม้ใจจะเต้นแรง หากแต่คิ้วขมวดมองเขาอย่างหวาดหวั่น เขาจะมาไม้ไหนอีก
“ถะ ถ้าอย่างนั้นเหมาะกับอะไร”
ริมฝีปากยกยิ้ม สายตายังคงทอดมองลงมา ทั้งที่ไม่ได้ครั่นคร้ามน่าเกรงขามเหมือนที่เคยเห็น ทว่าการมองมาแบบนั้นก็ไม่ได้ดีไปจากเดิมนัก มันเหมือนสายตาของคนเจ้าเล่ห์ ต้องการอะไรสักอย่างแบบเปิดเผย
“เป็นนางบำเรอของผมดีไหม”
ลลิสาหน้าชาวาบ ขึงตาขยายกว้างลืมความประหม่าไปเสียสนิท ความตกใจปนแปลกใจทำร่างกายของเธอร้อนรุ่ม อ้าปากพะงาบๆ ไปไม่เป็น
“นางบำเรอ? หมายถึง..”
“นอนกับผม มีเซ็กซ์กับผม”
“จะบ้าหรือไง!”
เขาไปโดนตัวไหนมา!!
