บท
ตั้งค่า

บทที่ 15 ตบหัวแล้วลูบหลัง

สมองของลลิสาทำงานหนัก ทั้งที่ปกติเธอมีมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่งานที่ทำไม่ค่อยได้สร้างรอยหยักให้สักเท่าไหร่ มีการป้อนงานให้ตลอด ไม่ได้ขวนขวายเองมาสักพักหนึ่งแล้ว ชีวิตจึงสะดวกสบายจนติดเป็นนิสัย และการไม่จับผิดใคร ไม่เอะใจ คือการไม่สร้างงานเพิ่มขึ้นมา เอาจริงเธอเป็นคนที่หนีความประสาทแดกได้เก่งระดับหนึ่ง นั่นคือความสามารถเฉพาะตัว

พอคนตรงหน้าไขข้อกระจ่างให้แบบไม่ได้ร้องขอ ผลของการไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนหน้าถึงกับพาเธอวูบ สมองที่ว่ามีเพียงน้อยนิด คล้ายถูกไม้หน้าสามตีลงมาอย่างจัง

สรุปคือคนที่เธอคิดว่าไว้ใจได้ คือคนที่หักหลังเธอมาตลอด

เขาไม่ได้พูดพล่อยๆ แต่เขามีหลักฐาน

มีอีกมากมายที่นางแบบสาวตามไม่ทัน และอยากจะตั้งคำถามกับเขารวดเดียวจบ ทว่าสีหน้าของเขาตอนนี้ไร้ซึ่งอารมณ์ ไม่มีส่วนร่วมกับเธอสักนิด

เธอเป็นคนอยู่เป็น อาจเป็นเพราะวงการนี้จะต้องใช้เอเนอร์จี้ขั้นสูง บางอย่างที่ให้ความรู้สึกด้านลบจึงจำต้องถูกเก็บ สอนให้เธอเป็นคนที่ยิ้มง่ายต่อหน้าคนแปลกหน้าและที่สาธารณชน แน่นอนว่าตอนนี้เขาคือหนึ่งในนั้น

เธอจึงเลือกที่จะเงียบ เป็นผู้ฟังที่ดี รอให้เขาเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง แต่เหมือนว่าบทสนทนาเรื่องนี้จะสิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ เมื่อเขาหยิบบุหรี่ในกล่องขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก เตรียมจุดเพื่อสูบ กลับชะงักนิ่งจังหวะปรายตามายังเธอราวกับครุ่นคิดอะไร

“ตอนนี้ผมอนุญาตให้คุณอาบน้ำแล้วครับ”

คงหนีไม่พ้นเรื่องควันบุหรี่ เอาจริงถึงจะไม่ได้เป็นคนที่ดีมาก แต่การปล่อยให้สตรีต้องมาสูดดมควันมือสองจากเขาไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบมากนัก สำหรับเขามันไม่ได้ดูเท่เลย

แต่เหมือนประโยคนี้เธอไม่ได้ฟัง เสียงในหัวต่างหากที่กำลังมีอิทธิพล ปั่นหูให้เธอหัวเสีย เป็นการหาทางเอาตัวรอดผ่านสัญชาตญาณการถกเถียงเพื่อสนองความอยากรู้ ที่มันมากเกินจนเธอเป็นฝ่ายแพ้ โพล่งออกมาในที่สุด

“สาเข้าใจว่าคุณไม่เชื่อใจถ้าต้องปล่อยกัน แต่การที่ขังกันไว้แบบนี้มันก็ไม่แฟร์กับสาเหมือนกันอะ”

กลายเป็นว่าเขาต้องดึงบุหรี่ที่คาบอยู่ออกด้วยความหงุดหงิด โยนมันไปกลางโต๊ะอย่างไม่ไยดี พร้อมซิปโป้ทองเหลืองที่ไม่สนว่ามันจะแตกหักยังไง

“ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้น”

ตอบกลับไปน้ำเสียงเย็นชา ก่อนพ่นลมหายใจออกมา

“ไม่สนเลยเหรอ สักนิดนึงก็ไม่มีเหรอ”

“คุณจะมาเอาอะไรกับโจรอย่างผม ไม่ฆ่าตั้งแต่ตอนนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

“ไม่ฆ่า แต่ไม่ปล่อยกันมันต่างตรงไหนคะ”

“คุณพูดแบบนี้เหมือนกำลังเรียกร้องหาความตายเลย หรือว่าอยากตาย ตายไหม ตอนนี้จะได้จบๆ”

“ขู่กันอีกแล้ว งั้นก็ฆ่าเลยสิคะ เอาจริงๆนะ ถ้าใจคุณอยากทำแบบนั้นจริง ป่านนี้สาคงตายไปนานแล้ว”

ดวงตาคมกริบส่งกลับมาอย่างครั่นคร้าม เหมันต์เริ่มหัวเสียแต่เก็บอาการเอาอยู่ เมื่อเธอกำลังงัดประโยคที่ไม่พึงประสงค์ต่อสมองเขา ต้อนให้เขาจนมุม เขาไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงอะไร และไม่รู้ว่าเธอรู้ข้อนี้หรือเปล่า

“เพราะคุณมีประโยชน์อยู่ไงลลิสา ผมถึงไม่คิดฆ่า แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดอาจจะไม่แน่”

ไม่พูดเปล่า แต่เดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆด้วย จนอีกฝ่ายต้องถอยหนี สีหน้าของเขาเอาจริง ดวงตานั้นไม่ต่างเปลวเพลิง ที่พร้อมแผดเผากันได้ทุกเมื่อ

“มะ ไม่ใช่อย่างนั้น สาหมายความว่า..” เสียงของลลิสาขาดห้วง ความประหม่าทำให้เธอต้องทิ้งช่วง เพื่อสูดลมหายใจและอธิบายเขา ทั้งที่เธอเองก็เข้าใจตรรกะเหล่านั้น และเธอก็ไม่ได้ใจเด็ดพอที่จะพร้อมตาย “สาต้องใช้ชีวิตไง แบบว่าถ้าคุณคิดจะขังกันตลอดชีวิต สาจะใช้ชีวิตยังไง”

ดังนั้นเธอต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด

“ชีวิตของคุณตอนนี้เป็นของผม ยังไม่เข้าใจอีกหรือ”

“ไม่ ไม่ใช่.. ชีวิตเป็นของสา คุณมีสิทธิ์อะไรมาบังคับกัน”

“จะสิทธิ์อะไรก็ช่าง ผมไม่จำเป็นต้องอธิบาย สำหรับผมคุณมีประโยชน์และผมต้องการผลประโยชน์จากคุณก็คือจบ จะมาหาคำตอบอะไรอีก”

“อินเวร์โน คุณมัน..ใจร้ายสุดๆไปเลย ก็แค่พลัดหลงมาเห็นสิ่งที่คุณทำ ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!”

เสียงตวาดจนแสบแก้วหู ทำให้เขาชะงักจนต้องหันหน้าหนี

“ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะเหรอ..หึ” เกิดมาสามสิบห้าปี เขายังไม่เคยโดนใครใช้เสียงสูงกับเขาสักคน เธอเป็นใครกัน “เพราะผมต้องการให้มันเป็นไง! แล้วก็เลิกถามสักที รำคาญ”

ลลิสายืนอึ้ง ดวงตาที่ขึงโตเต็มไปด้วยน้ำล่อเลี้ยงราวกับลืมวิธีกะพริบ มองร่างสูงที่ยืนเท้าเอวสอบหันข้างให้เธอ เขาอยู่ในลักษณะแหงนหน้าขึ้นสุด เสมือนการตวาดเธอเป็นการสิ้นเปลืองพลัง ทว่าเธอไม่รู้ว่ามันมีมากกว่านั้น อารมณ์ของเขาในตอนนี้สามารถทำร้ายเธอได้เลย หากไม่เท้าเอวสอบยึดไว้แน่นจนขึ้นเส้นปูด ป่านนี้ร่างของเธอทั้งร่างอาจถูกเหวี่ยงไปไกลแล้ว คงได้ตายสมใจจริงๆ

“ฮึก..สารเลว”

นางแบบสาวมองภาพนั้นตาละห้อย เจ้าของใบหน้าที่เห็นเพียงเสี้ยวด้านข้างยังหล่อ แต่จิตใจดำอำมหิต คำพูดคำจาสามารถฆ่าคนได้ไม่ใช่เพียงการเหวี่ยงดาบ จากนั้นจึงเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อไล่น้ำตาที่สาระแนพากันกลิ้งลงทั้งที่ยังไม่ได้อนุญาต ไม่อยากนิ่วหน้าสะอื้นไห้ให้เขาเห็น

แต่เธอไม่รู้ หลังเขาปรายตามามองแล้วเห็นว่าหัวไหล่ของเธอสั่น กำลังร้องไห้ตัวโยนถึงกับเงียบไป ทิ้งตัวลงบนโซฟา ยกขาแกร่งพาดบนโต๊ะเตี้ยฝั่งตรงข้าม เขาหงุดหงิด ไม่ชอบเลยกับน้ำตาผู้หญิง

นั่งมองอยู่พัก พอเห็นว่าเธอยังคงสะอื้น และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ด้วยความอึดอัดที่พรั่งพรู ผลจากการไม่ได้อัดสารนิโคตินเข้าไป ตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เลือกที่จะไปที่อื่น แทนที่จะไล่เธอกลับ

“ห้องน้ำผมคุณใช้ได้”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel