บทที่ 1 Apollo
หลังตอบตกลงรับงานเทศกาลหน้ากากเวนิสไป ลลิสากับจิ๋ว จึงเดินทางมาประเทศอิตาลีก่อนเวลานัดหมายหนึ่งวัน ที่นัดพบอยู่แถวย่าน Dorsoduro เป็นสถานที่เดียวที่มีอยู่ในการ์ดสีดำ นอกจากนั้นคงต้องรอรู้แบบสดใหม่กันอีกที ตอนนั่งอยู่บนเรือของผู้ว่าจ้าง เนื่องจากเขาส่งคนมารับ
“สวัสดีครับ ผมคานโล คนที่นายสั่งให้มารับพวกคุณในวันนี้ครับ”
ขนาดลูกน้องคนสนิทยังมาดผู้ดีขนาดนี้ แล้วคนเป็นนายที่ว่าจะขนาดไหน ลลิสากับจิ๋วหันมามองหน้ากันเอง ก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
ไม่ได้พูดถึงเหตุผลที่ผู้จัดการส่วนตัวไว้ใจพวกเขา เธอได้แค่คิดอยู่ในหัวเพราะไม่มีโอกาสได้ถาม แต่ก็พอจะเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเพราะเงิน การเรียกค่าตัวได้ด้วยตัวเองเป็นอะไรที่ยากมาก ในชีวิตนางแบบ และงานระดับนี้ หากไม่คว้าเอาไว้คงไม่มีอีกแล้ว
ถึงจะรู้สึกแปลก ตั้งคำถามตลอดว่าความโชคดีนี้ทำไมต้องเป็นเธอ เธอถูกคัดเลือกไว้ใจให้ทำงานนี้ได้ยังไง เพราะความสวย ความสามารถ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนนั่งอยู่บนเรือเร็วส่วนตัวของเขาแล้ว
ความตื่นเต้นส่วนตัวเธอมี แต่คงมีไม่เท่ากับอีกคน จิ๋วหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายวิวตลอดทาง แต่พอกล้องหันไปฝั่งเรือ หรือคานโล เจ้าตัวจะก้มหน้า ไม่ก็หันหนีเสมอ นั่นจึงทำให้เธอต้องหันไปปรามผู้จัดการส่วนตัวด้วยสายตาเชิงดุ หล่อนจึงยิ้มแห้งและเก็บกล้องของตัวเองกลับไป โดยไม่ลืมลบรูปที่ถ่ายติดคานโลด้วย แม้แต่เรือก็ไม่เว้น
ลืมไปว่าเป็นดีลลับ ห้ามเปิดเผย
การถ่ายรูปก็ยิ่งไม่ได้
เพราะเป็นเรือเร็วจึงใช้เวลาไม่นานก็มาถึง เรือจอดเทียบท่า Sina Centurion Palace ความเป็นส่วนตัวของเขาทำให้เธอเริ่มหวาดหวั่น ลลิสามองหน้าจิ๋วอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเธอถัดไปทางกังวล ถึงเธอจะชอบรูปแบบของงานใหม่ เพราะมันทำให้ตื่นเต้นและสะสมประสบการณ์ อีกทั้งรู้จักสังคมมากขึ้นเปิดโอกาสให้เธอได้มีงานต่อเนื่อง แต่หากมันดูลึกลับจนต้องมีคำถามอยู่ในหัว ก็รู้สึกประหม่าได้เหมือนกัน
“เชิญครับ”
“ค่ะ”
ผู้ว่าจ้างคนนี้อยู่เหนือจินตนาการของเธอมาก เดาว่าผู้จัดการของเธอก็คิดไม่ถึง ไม่เช่นนั้นคงไม่ยิ้มเจื่อน แววตาไหววูบ และหน้าซีดเป็นไก่ต้มตอนเธอหันมอง เธอรู้หล่อนกำลังกลัว ถ้าเกิดขอยกเลิก และขอตัวกลับทันทีจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ไหนจะค่าเดินทาง ไหนจะค่าพักค่ากิน หล่อนเป็นคนสำรองจ่ายก่อนทั้งหมด ไม่พอแค่นั้น การเปลี่ยนใจกะทันหันจะเป็นอะไรที่เสียมารยาทมาก และทำลายความเป็นมืออาชีพชื่อเสียงมากมาย
ปกติเธอมีความเป็นมืออาชีพ เมื่อรับงานแล้วยากที่เธอจะลอยแพ เว้นแต่จะมีเรื่องราวรับไม่ได้จนต้องเทกลางคัน แบบนั้นก็เคยมีมาแล้ว จิ๋วต้องตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจนปวดหัว ทว่านั่นก็โทษเธอไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะผู้จัดการส่วนตัวสะเพร่าไม่ทำความเข้าใจต่อเนื้อหาของงานให้ดีแต่แรก ปัญหาก็คงไม่เกิด
ผิดกับครั้งนี้ ต่อให้ใจของลลิสาตอนนี้อยากถอยกลับแค่ไหน บรรยากาศที่ดีกับสถานที่ที่สวยงาม ที่ที่เธออยู่ติดกับโบสถ์ระดับโลกเพียงแค่เห็นราวกับต้องมนต์สะกด ระหว่างเดินอยู่ข้างหลังคานโลทำเท้าเล็กก้าวตามไม่หยุด
เขาเดินนำพวกเธอมาทางห้อง The Presidential Suite ที่เป็นได้ทั้งห้องสวีทและห้องลับระดับสูงสุด ระหว่างเดินตาม เดินผ่านห้องโถงที่ทางเดินปูด้วยหินสีดำ และทอดมองไปเห็นผู้ชายในชุดสูทอีกสองคนยืนรออยู่ตรงหน้า มือบางก็บีบเข้าหากันทันที บีบปล่อย บีบปล่อย อยู่แบบนั้นหลายรอบ จนกระทั่งถึง
พวกเธอหยุดเดินเพราะเขาหยุด ก่อนดวงตาคู่สวยจะขึงกว้างเล็กน้อย เมื่อจิ๋วถูกกันไว้และเชิญไปอีกทาง
“นายสั่งให้คุณเข้าไปคนเดียวครับ”
เข้าใจว่าเป็นความลับ แต่เธอไม่รู้จักเขา จะไว้ใจได้ยังไง
“ผู้จัดการฉันเธอไว้ใจได้นะคะ”
เธอต่อรอง หันมองหน้าจิ๋วที่หล่อนเองก็พยักหน้ายืนยัน แต่เหมือนว่าจะไม่เป็นผล
“ไม่ต้องกลัวครับ ตราบใดที่ไม่มีการหักหลังหรือทรยศ นายผมจัดว่าเป็นคนที่ใจดีที่สุด เชิญครับ”
เธอเผลอกัดปาก หันมองผู้จัดการส่วนตัวอีกรอบ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูไม้บานยักษ์ถูกเปิดออกพอดี และจิ๋วก็หันไปถามคนข้างๆพอดี
“ไม่เป็นไรแน่นะ”
“ครับ คุณลลิสาจะปลอดภัย เชิญครับ”
