บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 หญิงชราผู้ใจดี กับหน้าที่ใหม่

วัดริมน้ำในชานเมืองตอนบ่าย หญิงชราหน้าตายิ้มแย้มนั่งรับลมใต้ต้นไม้ใหญ่ริมสะพานทางเดินริมน้ำของวัดเพียงลำพัง ถุงใส่ขนมปังในมือที่ให้อาหารปลาเหลือเพียงแค่ถุงเปล่า เธอลุกขึ้นยืนด้วยไม้เท้าในมือที่ถืออยู่ช่วยพยุงตัวไว้ แต่ด้วยร่างกายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนไม่ได้ดั่งใจ เดินขึ้นบันไดศาลายังไม่ทันจะถึง หญิงชราก็สะดุดพื้นและล้มลง

ที่นี่เป็นวัดที่ค่อนข้างเงียบและสงบร่มรื่นคนไม่พลุกพล่าน เธอพยายามดันร่างขึ้นยืนแต่หลังเจ้ากรรมก็เจ็บแปลบขึ้นมา มือที่ถือไม้เท้าเผลอวางและกุมที่หลังแทน ทำให้ตัวฟุบลงไปกับพื้น

“คุณยายเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” หญิงสาวที่อยู่บริเวณนั้นวิ่งปรี่เข้ามาหาหญิงชราทันที

“หนูช่วยค่ะ” เธอพูดพลางพยุงหญิงชราลุกขึ้น

“เจ็บตรงไหนไหมคะ ไปนั่งตรงโน้นก่อนดีกว่าค่ะ” เธอมองไปที่ศาลาริมน้ำ

“ไม่เป็นไรจ้ะคนแก่ก็แบบนี้แหละ”

“คุณยายมาคนเดียวเหรอคะ?” พูดพลางพยุงเดิน

“มีคนมาด้วยจ้ะ แต่ตอนนี้เขาไปทำธุระ ประเดี๋ยวคงกลับมารับ” พูดพลางมองหน้าหญิงสาวและยิ้มให้เธอ

“ขอบใจนะหนู” เธอพยุงหญิงชราเดินมานั่งพักที่ศาลาริมน้ำ

“พิมพ์” เสียงเรียกจากด้านหลังสองหญิงต่างวัยหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน

“ไปกันเถอะ”

เจ้าของเสียงเรียกที่ยืนห่างศาลาออกไปไม่ไกลนัก ส่งสายตามองมาและยืนรออยู่

ชื่อ “พิมพ์” ผู้สูงวัยทวนชื่อเธอในใจ

“คุณยายอยู่คนเดียวได้แน่นะคะ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”

“ไม่เป็นไรจ้ะอีกประเดี๋ยวก็มีคนมารับแล้ว หนูไปเถอะ”

“งั้นหนูไปนะคะ” ยิ้มและเดินจากไป

พิมพ์มาดา หญิงสาวที่ต้องตระเวนส่งขนมให้พี่สาวในระหว่างที่ยังหางานทำไม่ได้ และวันนี้ก็ต้องมาส่งขนมที่วัดอีกเช่นเคยตามรายการสั่งซื้อของผู้เป็นพี่

ชายหนุ่มร่างสูงกำยำเดินเข้ามาในวัดกวาดสายตามองหาร่างคุ้นเคย ตามคำบอกเล่าของผู้เป็นย่าคือศาลาริมน้ำ

“คุณย่ารอนานไหมครับ?” หญิงชราหันไปมองตามเสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลัง

ปกรณ์ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้าง ทายาทศูนย์การค้าและโรงแรมหลายแห่งในกรุงเทพและต่างจังหวัด หลานชายเพียงคนเดียวของหญิงชรา ที่ปล่อยให้เธอได้อยู่ตามลำพังตามคำขอบ้างในบรรยากาศที่เงียบสงบ

“กลับกันเถอะครับ” พยุงร่างไม้ใกล้ฝั่งเดินตรงไปที่รถ

“เมื่อไหร่แกจะมีแฟนและแต่งงานสักทีตากรณ์” พูดขณะนั่งรถกลับ

“ย่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน จะได้อุ้มหลานหรือจะตายก่อนแกนะ” นึกถึงสุขภาพที่สามวันดีสี่วันไข้ของตัวเองและบ่นพึมพำ

“คุณย่า…ทำไมชอบพูดแบบนี้ล่ะครับ”

“เฮ้อ” ผู้เป็นย่าถอนหายใจกับคำพูดซ้ำๆ ของตัวเองที่ดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับหลานชายเลยสักนิด เขายังไม่มีท่าทีว่าอยากจะแต่งงานหรือคบหาดูใจกับใครเป็นจริงเป็นจังเลยสักราย

“ผมให้คนติดต่อพยาบาลไว้มาช่วยดูแลคุณย่า ตอนผมไปทำงานคุณย่าจะได้ไม่เหงา” เขาเปลี่ยนเรื่อง

“พอ ๆ อย่าเลยย่าขี้เกียจจะไล่ออก”

ไม่ว่าจะจ้างพยาบาลมาสักกี่คนก็ไม่เป็นอันถูกใจหญิงชรา เพราะในสายตาของเธอผู้หญิงเหล่านั้นมัวจ้องแต่จะจับปกรณ์ แต่เขาก็ยังคงรักษาสถานะโสดไว้ได้ มีเพียงแค่ อิงอร นางแบบชื่อดังที่ไปมาหาสู่กับเขาอยู่ตลอด นับตั้งแต่เจอกันครั้งที่ไปเรียนต่างประเทศ แต่ก็ไม่เคยได้หัวใจของเขาเลย

วันนี้พิมพ์มาดาออกมาส่งขนมให้พี่สาวเหมือนเช่นเคย และหยุดพักรับลมเย็นในศาลาวัดริมน้ำที่ประจำของเธอ นั่งจ้องจอโทรศัพท์มือถือหาตำแหน่งงานว่างอย่างจดจ่อก็ยังไม่เจอสักที่ ลุกขึ้นเดินผ่อนคลาย สายตาเหลือบไปเห็นหญิงชราคนเดิมในวันนั้น เดินช้าๆ มีไม้เท้าช่วยพยุงอันเดิมของเธอตรงมาทางศาลาริมน้ำและนั่งใต้ร่มไม้จุดเดิม

“คุณยายคะ”

หญิงชราหันมามองตามเสียงเรียก

“หนู” ยิ้มรับ

หญิงสองวัยนั่งสนทนากันอย่างถูกคอ ไม่รู้หญิงชราหาเรื่องราวมากมายมาจากไหนมาเล่าสู่กันฟัง และพิมพ์มาดาก็เป็นผู้ฟังที่ดีฟังอย่างไม่รู้เบื่อ

“หลานคุณยายทำงานที่บริษัทพิบูลย์ผลเหรอคะ? พ่อพิมพ์ก็เคยทำที่นั่นค่ะ แต่ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว”

“อ้าวไปไหนเสียหล่ะ”

“พ่อกับแม่พิมพ์ท่านเสียแล้วทั้งคู่ค่ะ”

สายตาผู้พูดหม่นลงชั่วขณะ สักครู่ก็กลับมายิ้มสดใส

“เสียใจด้วยนะ พ่อเธอชื่ออะไรหล่ะ ถ้าเคยทำงานที่นั่นหลานฉันต้องรู้จักแน่”

หญิงชราที่ความจำเลือนลางไปตามสังขาร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอยังไม่เคยลืมคือชื่อนี้ที่หญิงอ่อนวัยตรงหน้าเอ่ยมา

“นาย ศักดิ์ชาย อรุณรัตน์” เจ้าหน้าที่ รปภ. ที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้จากอุบัติเหตุในการก่อสร้างโกดังเก็บของที่บริษัท หากไม่มีเขาในวันนั้นเธอคงตายไปแล้ว ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขอบคุณหรือตอบแทนด้วยซ้ำ หลังจากออกจากโรงพยาบาลเขาก็ลาออกจากบริษัทไปและติดต่อไม่ได้ แต่เธอไม่ได้เอ่ยอะไรออกมากับหญิงสาวตรงหน้าในเรื่องนั้น

“หนูลองไปสมัครสิฉันได้ยินมาว่าเขาเปิดรับสมัครนะ”

“เหรอคะ?” ท่าทางดีใจ

หญิงชรากำชับหลานชายให้หาตำแหน่งลงให้กับพิมพ์มาดา หลังจากแจ้งชื่อและนามสกุลของเธอไป

“แต่ที่บริษัทยังไม่มีตำแหน่งว่างนะคะคุณกรณ์” เงยหน้ามองคนพูด

“มีตำแหน่งประชาสัมพันธ์ที่โรงแรมจันทร์จะให้เธอประจำที่นั่นค่ะ”

พยักหน้ารับรู้

พิมพ์มาดา ที่รอการติดต่อมาจากฝ่ายบุคคลดีอกดีใจเผลอกระโดดอย่างลืมตัว

“พี่พร…พิมพ์ได้งานแล้ว”

วันแรกของการทำงานพิมพ์มาดาสวมชุดยุนิฟอร์มของโรงแรมที่ได้มาในวันสัมภาษณ์รอบสอง ที่นี่เป็นสาขาย่อย จึงไม่วุ่นวายเธอเรียนรู้งานและปรับเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ไว ก่อนครบกำหนดระยะเวลาทดลองงานสามเดือนตามที่ระบุในสัญญาเสียอีก

ก่อนเริ่มงานในตอนเช้าผู้จัดการฝ่ายได้เรียกประชุมแจ้งข่าวสาร เรื่อง จะมีทีมผู้บริหารมาตรวจความพร้อมของโรงแรมในวันรุ่งขึ้น ขอให้พนักงานทุกคนเตรียมความพร้อมในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดี และต้องไม่มีความบกพร่องใดๆ เกิดขึ้น คือคำสั่งจากผู้จัดการฝ่าย

รุ่งเช้าเจ้าหน้าที่ต้อนรับผู้บริหารยืนเรียงหน้าเตรียมความพร้อมรออยู่หน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ตามกำหนดตารางเวลา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม และทีมผู้ติดตามที่ถือทั้งปากกาและสมุดจดเดินตามมาติดๆ จุดแรกคือเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ ทีมต้อนรับก้มศีรษะขณะเขาเดินผ่าน และรวมเป็นขบวนเดียวกันเพิ่มไปในทีมกับผู้มาเยือนอย่างรวดเร็ว คนนี้คงจะเป็นบอสเธอคิดในใจ

ใบหน้าเข้มๆ รับกับคิ้วเข้มๆ แต่นัยน์ตาดุ ดูจริงจัง ปากหนาได้รูปจมูกโด่งเป็นสัน ผมตรง ตัดรองทรงเปิดข้างทันสมัยผิดกับที่เธอคิดไว้ว่าคงมีอายุพอสมควร

“หล่อจัง” คิดในใจ

กว่าทีมบริหารจะกลับเล่นเอาพนักงานหัวหมุนไปตามๆ กัน

“พิมพ์มีลูกค้าจะไปห้องรับรอง พี่ฝากที ของกินกาแฟก่อน ปวดหัวไม่ไหวแล้ว”

เสียงจากเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ที่ไหว้วานเธอ พิมพ์มาดาถือถาดเครื่องดื่มมาที่ห้องรับรอง โค้งคำนับลูกค้าและขออนุญาตเสิร์ฟเครื่องดื่มอย่างสุภาพ

“พิมพ์”

เงยหน้าตามเสียงเรียก

“คุณยาย” ยิ้มดีใจ

“ได้เจอกันอีกแล้วนะคะ ดีใจจังเลยค่ะ”

“คุณยายมาทำธุระที่นี่เหรอคะ?” หญิงชราแค่ยิ้ม

“นี่หล่อนไม่ทำการบ้านบ้างเลยหรือไง” คิดในใจ หญิงชราไม่ได้เปิดเผยตัวตน แต่เด็กสาวตรงหน้าพูดเองเออเองไปเสียหมด

“ขอบคุณคุณยายมากเลยนะคะ ถ้าไม่เจอคุณยายพิมพ์คงยังไม่มีงานทำค่ะ”

“แล้วเป็นยังไงบ้างงานใหม่?”

“ดีมากเลยค่ะ แต่เดินทางไม่ค่อยสะดวกค่ะ บ้านพิมพ์อยู่ไกลต้องนั่งรถหลายต่อกว่าจะมาถึง”

พูดแล้วยิ้มเหมือนที่บอกว่าปัญหามันไม่ใช่ปัญหานี่แหละคือเธอ

“ทำไมไม่หาห้องเช่าใกล้ ๆ ล่ะ?”

“พิมพ์อยู่กับพี่สาวค่ะ ไม่อยากย้าย แล้วก็เปลืองเงินเปล่าๆ ค่ะ” ยืนประสานมือสำรวมแบบสุภาพอยู่อย่างนั้น

“เธอดูแลคนแก่ได้ไหม?”

“ไม่ต้องเดินทางมีที่พักพร้อม เงินเดือนน่าจะมากกว่าที่นี่สามเท่า”

หญิงชราคาดคะเนเพราะไม่รู้รายได้ของเธอ แต่เนื่องด้วยเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของที่นี่ จากตำแหน่งพนักงานของเธอก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยาก

“สามเท่า” ใครจะไม่สนงานอะไรที่สุจริตฉันทำจ้ะ เธอนึกในใจ

“เธอยังไม่ต้องตอบตกลงตอนนี้ก็ได้ เก็บไปคิดดูก่อน นี่นามบัตรฉันไปตามที่อยู่นี้ แล้วค่อยตัดสินใจ”

“นภา ประพันธ์พิบูลย์” ชื่อที่ระบุในนามบัตร นามสกุลเดียวกันกับบอสคงเป็นเครือญาติเธอคิดในใจ

หลังจากวางสายจากจันทร์เจ้าเลขาเก่าของนภา ปกรณ์พึมพำคนเดียว

“คุณย่าเป็นอะไรกับพนักงานคนนี้?”

เพิ่งจะขอให้รับเข้าทำงานได้ไม่นาน มาวันนี้จะให้เป็นพยาบาลส่วนตัวทั้งที่เคยพูดเองว่าไม่ต้องการพยาบาล ปกรณ์นั่งนึกในใจในกับการกระทำของผู้เป็นย่า

หญิงสาวกดออดหน้าบ้านหรูตามนามบัตรของหญิงชราที่ให้มา หญิงวัยกลางคนวิ่งมาเปิดประตูและพาเข้าด้านใน เธอนั่งรอในห้องโถงโอ่อ่า มองไปรอบบริเวณเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถึงแม้เธอจะไม่รู้มูลค่าแต่รู้ว่าคงแพงหูฉี่

“คุณยาย” หลังจากเจอหน้า

หญิงชราและหญิงอ่อนวัยนั่งสนทนากันครู่ใหญ่ ความซื่อที่เธอพกมาด้วยตั้งนานก็ถึงบางอ้อเสียทันที รายละเอียดงานใหม่คือการดูแลผู้สูงวัยที่ชื่อระบุในนามบัตร โดยให้เธอทดลองงานเป็นระยะเวลาสามเดือนเหมือนที่อื่น ๆ หากผ่านเกณฑ์การประเมินจะพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนให้ และเธอสามารถเริ่มงานได้ทันทีที่เธอพร้อม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel