บท
ตั้งค่า

บทที่3 หญิงสาวจากประเทศไทย และเจ้าบุญช่วย 4

“แล้วจะให้ฉันเถียงแกหรือไง” อลิชาหันไปตอบเพื่อนอย่างหงุดหงิด

“เอ๊ะ....” มินนี่หยุดพูดและหยุดเดินอย่างลังเล

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ” อลิชาหยุดเดินแล้วหันไปถามเพื่อนอย่างเบื่อๆ

“ฉันเพิ่งจะสังเกตเห็นนะ ว่าตาแกดูช้ำๆ ถามจริงๆเถอะ แกร้องไห้มาหรือเปล่า...เมื่อเช้าตอนฉันไปเรียก ยังไม่เป็นนี่นา อย่าบอกนะว่าแค่ฉันไปปลุกแค่นี้ แกถึงกับร้องไห้ร้องห่มน่ะ” มินนี่ยื่นหน้ามาใกล้ๆอลิชา ดวงตาสีดำจ้องมองเพื่อนรักอย่างพินิจ

“ฉันว่าแกดูหงอยๆไปนะ ไหนแกใฝ่ฝันไว้ไงว่าอยากมาเที่ยวอียิปต์อีกสักครั้ง นี่เป็นดินแดนในฝันของแกเลยนะเว้ย”

“อืม” อลิชารับคำอย่างเซื่องซึม ความคิดเริ่มล่องลอยไปถึงเสียงประหลาดที่ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ราวกับว่านั่นเป็นความทรงจำของเธอ แล้วทำไม…ผู้หญิงที่มีเสียงเหมือนเธอไม่มีผิดคนนั้นถึงร่ำร้องอยากจะกลับบ้านนัก ทั้งๆที่มีคนที่รักเธออยู่ข้างๆแท้ๆ แล้วผู้ชายคนนั้น…น้ำเสียงเขาช่างอ่อนหวาน แผ่วโหย และเว้าวอน และที่สำคัญ…ทำไมเธอถึงต้องรู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดของเขาด้วย

“ฮึกๆๆๆ” อลิชากล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะน้ำตาค่อยๆไหลรินออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ เมื่อเธอมาสู่ดินแดนแห่งทะเลทราย ทำไมเธอถึงได้อ่อนแอลงมากขนาดนี้

“อลิช !!!” มินนี่ร้องอย่างตกใจ

“เป็นอะไร”

“ปะ เปล่า” อลิชาเช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วมองเมินไปทางอื่น

“แกอย่ามาโกหกฉันอลิช…แกไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนหรือไงวะ”

“เปล่า” อลิชาพูดเสียงอุบอิบ

“งั้นแกก็เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้แกต้องเสียน้ำตามา”

“คือ...ฉันคิดถึงเขา” อลิชาตอบอย่างเขินๆ เล่นเอามินนี่ตาพองทันที

“ว่าไงนะ...นี่แกมีแฟนแล้วเรอะ ทำไมไม่บอกกันมั่ง ว่าแต่คนที่แกคิดถึงอยู่น่ะ เป็นใคร” มินนี่ถามรัวเร็วอย่างตื่นเต้น

“ไม่รู้” อลิชาตอบอย่างซึมๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมีวี่แววลังเลอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่รู้เหมือนกันว่าเธอคิดถึงใคร แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เธอรู้แต่เพียงว่า...ในตอนนี้เธอรู้สึกโหยหา อยากพบเจอใครบางคน คนที่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาอยู่ที่ไหน...

“อะไรของแกยะ...” มินนี่ทำหน้าอึ้งๆก่อนจะกระแทกเสียงพูด “แกมันบ้าไปแล้วยัยอลิช...ที่ไปคิดถึงคนที่ไม่มีตัวตนและไม่รู้จักน่ะ”

“ไม่นะ” อลิชาพูดโพล่งออกมาอย่างร้อนรน “ฉันเชื่อว่าเขาต้องมีตัวตน เพียงแต่เขาจะอยู่ที่ใดที่หนึ่งในผืนทรายนี้”

“ยัยบ้า” มินนี่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดกับความไร้สาระของเพื่อน แล้วดึงแขนอลิชาลากไปที่รถ “ไปๆๆๆ ตื่นจากฝัน แล้วไปเที่ยวกันดีกว่า”

มินนี่เปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง ประจำตำแหน่งคนขับในขณะที่อลิชานั่งด้านหน้าคู่คนขับอย่างหงอยๆ

“ให้ตาย แกจะทำหน้าหงอยเป็นหมาป่วยอีกนานไหมวะ” มินนี่พูดเสียงหงุดหงิดรู้สึกเบื่อหน่ายที่เห็นเพื่อนรักเอาแต่พูดจาไร้สาระแล้วยังมาทำหน้าเซ็งโลกในวันที่จะไปเที่ยวกันอีก

“วันนี้ แกจะพาฉันทัวร์ที่ไหนมินนี่”

“มาเที่ยวอียิปต์ สถานที่แรกที่ฉันจะพาแกไปก็คือ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกไง”

“พีระมิดกีซา” อลิชาพูดโพล่งออกมา

“ใช่แล้ว ยัยเพื่อนรัก...แกดีใจไหมวะ”

“ไม่อ่ะ” อลิชาส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

“ฉันอยากไปที่อื่น อย่างหุบผากษัตริย์อ่ะ”

“แต่ฉันจะไปดูพีระมิดที่ยิ่งใหญ่นะ ทั้งพีระมิดคูฟู พีระมิดเมนคูเร พีระมิดคาเฟร ฉันอยากไปนี่หว่า”

“แต่ฉันไม่อยากไปนี่มินนี่ อีกอย่างแกอยู่ที่อียิปต์มาตั้งนานหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอไง...ยังไม่เบื่ออีกเหรอ”

“ถึงฉันจะอยู่มานาน แต่เวลาของฉันต้องหมดไปกับการทำงานเปิดร้านอาหารนะโว้ย จะเอาเวลาที่ไหน อีกอย่างฉันอยากไปกับแกนี่” มินนี่หันมาทำเสียงออดอ้อน จนอลิชาต้องส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่าย

“ไปที่อื่นเถอะ” อลิชาพูดเสียงเบา ไม่รู้เป็นอะไร เธอถึงได้มีความรู้สึกอิจฉาพีระมิดของฟาโรห์ทุกพระองค์ด้วย ...ใช่…เธออิจฉา แม้แต่ตัวเธอเองยังอดที่จะตกใจกับความคิดตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเธอต้องมีความรู้สึกแบบนี้ ทุกครั้งที่เห็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ จารึกพระราชประวัติของผู้ที่สั่งให้สร้าง เธอจะรู้สึกน้อยใจแทนใครบางคนที่สมควรมายืนยังจุดนี้ แต่กลับไม่มีชื่อของพระองค์ให้ชนรุ่นหลังได้เห็นเลยแม้แต่น้อย!

“ไปเมืองเมมฟิสกัน เดี๋ยวฉันจะพาแกเที่ยวชมต้นอินทผลัม” มินนี่รำพึงอย่างฝันๆจนอลิชาอดขัดไม่ได้

“แกจะดูทำไมแค่ต้นอินทผลัม ฉันว่าแกไปดูต้นมะพร้าวที่บ้านเกิดแกดีกว่านะมินนี่”

“ยัยบ้า แกน่ะอย่าขัดได้มั๊ย ฉันกำลังวาดวิมานอยู่ แล้วฉันจะพาแกชมความยิ่งใหญ่ของรูปแกะสลักด้วยหินอลาบาสเตอร์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 เป็นไงแกชักจะตื่นเต้นขึ้นมาบ้างหรือยังยัยอลิช”

พอหันมาเห็นหน้าเซ็งๆของอลิชาแล้ว มินนี่ก็ต้องถอนหายใจอีกครั้งพร้อมกับมองตรงไปยังทางข้างหน้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel