บทที่ 25 โด่งดังกว่าที่คาด (1/3)
เฉินจือหาน เขาคือ CEO ของ B Entertainment Media Investment Group นี่เป็นบริษัทที่เขาตั้งขึ้นเมื่อหลายปีก่อนเพื่อดูแลหวงซ่านอิงที่แม้จะอยู่ในสังกัดของจิวซิ่งก็ตาม พูดง่ายๆ ก็เหมือนบริษัทนี้เป็นผู้จัดการส่วนตัวของหวงซ่านอิง เฉินจือหานได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยมากคนหนึ่งของประเทศ C
รับรู้กันทั้งประเทศ C ว่าเฉินจือหานสนับสนุนหวงซ่านอิงตั้งแต่เธอเริ่มเข้าวงการบันเทิงเมื่ออายุ 15 ปี ผลักดันเธอจนดังเป็นพลุแตก เรียกได้ว่าเขาเป็น ‘พ่อทูนหัว’ ของเธอ และเธอก็เรียกเขาว่า ‘คุณพ่อ’ ด้วยความเคารพนับถือ ! !
เวลานี้เขาอายุ 61 ปี และหวงซ่านอิงอายุ 36 ปี ส่วนหลิวเซียวหลินคู่แข่งของหวงซ่านอิงอายุ 37 ปี
“คุณเฉินนั่นเอง มีอะไรครับ” หม่าเซินซิวรับสายอย่างอารมณ์ดี
ก็จะไม่ให้เขาอารมณ์ดีได้ไงล่ะ อยู่ๆ แบรนด์ลาสมิวก็ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลกลางให้ทำตลาดได้เต็มที่ เพียงแค่ให้หยางลี่เซียนเป็น Brand Spokesperson (BS) เท่านั้น พอเขารู้ว่ารัฐบาลกลางต้องการสนับสนุนหยางลี่เซียน เขาก็ตอบรับอย่างไม่ลังเล นั่นเพราะภูมิหลังของหยางลี่เซียนดีเลิศอยู่แล้ว และเธอยังมาโด่งดังในฐานะดาราแม้จะดังจากบทตัวประกอบก็ตาม เรียกว่าได้เธอมาก็ส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างมหาศาลในประเทศ C
ที่สำคัญคือ เพียงประกาศว่าลี่เซียนเป็น BS ให้ลาสมิวไปได้ราวสามชั่วโมง ทุกร้านสาขาของแบรนด์ต่างแจ้งมาว่ายอดขายสินค้าในร้านเพิ่มขึ้นเร็วมาก สินค้า 7-8 รายการต้องติดป้าย SOLD OUT ทั้งในร้านและในเว็บไซต์ และยังมีเสียงเรียกร้องให้ทางแบรนด์เร่งนำสินค้าเข้ามา ลูกค้ามากมายยินยอมลงชื่อเพื่อให้อยู่ใน Waiting List ของร้านที่จะได้รับสินค้าแน่นอน คนที่ไม่ลงชื่อก็ต้องมาเข้าคิวรอเข้าชมสินค้าที่หน้าร้านต่อไป
เพียงแค่นี้ หม่าเซินซิวก็นั่งยิ้มอารมณ์ดีได้ตลอดเวลา และตัวเขาเองก็พลอยได้หน้าไปด้วยว่า สามารถทำให้รัฐบาลกลางใจอ่อนจนยอมให้แบรนด์หรูมี BS ทั้งๆ ที่ตำแหน่ง BS นี้ ภาครัฐมักจะให้กับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปในประเทศ C เท่านั้น เช่นนี้เท่ากับหม่าเซินซิวสร้างผลงานได้เป็นที่น่าพอใจของบริษัทแม่ในต่างประเทศ และนั่นย่อมหมายถึงโบนัสและเงินรางวัลพิเศษต่างๆ ที่เขาจะได้รับ
“เห็นจากข่าวว่าลาสมิวให้ ‘หยางลี่เซียน’ เป็น BS” เฉินจือหานเอ่ยต่อ
“อ๋อ ! ใช่ครับ ผมเป็นคนติดต่อเธอไปเอง แต่ระหว่างที่รอเธอตอบตกลง ผมพิจารณาในหลายๆ ด้านอีกครั้งแล้ว จึงตัดสินใจเปลี่ยนข้อเสนอใหม่ โดยให้เธอเป็น BS เธอก็เลยตกลงทันที” หม่าเซินซิวตอบกลับอย่างไหลลื่น
เรื่องที่รัฐบาลกลางต้องการให้หยางลี่เซียนเป็น BS เป็นเรื่องที่เขาพูดไม่ได้ มิฉะนั้น แบรนด์ลาสมิวได้ปิดร้านสาขาและเก็บของออกจากประเทศ C ไปได้เลย พร้อมด้วยคำสั่งปิดตายที่จะไม่รับแบรนด์ลาสมิวให้เข้ามาค้าขายในประเทศ C อันเป็นตลาดใหญ่ที่ทุกประเทศต่างต้องการเข้าไปมีส่วนแบ่งทั้งสิ้น นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่เขาไม่มีวันเปิดปากเป็นอันขาด
คำตอบของหม่าเซินซิวทำให้ทั้งหวงซ่านอิงและเฉินจือหานนิ่งอึ้ง พวกเขาคาดไม่ถึงว่านี่จะเป็นการเสนอของแบรนด์เอง จากที่ตอนแรกพวกเขาเข้าใจว่าเป็นข้อต่อรองของหยางลี่เซียน
“เอ่อ...ผมมีเรื่องหนึ่งอยากให้คุณช่วย” เฉินจือหานเริ่มเจรจา
“เรื่องอะไรครับ”
“ตอนนี้หวงซ่านอิง ดาราที่ผมดูแล เธอเป็น BA ให้แบรนด์คุณอยู่ ผมอยากให้คุณเลื่อนเธอเป็น BS เหมือนหยางลี่เซียน ผมเห็นว่าเธอเป็นดาราประวัติดีและเธอยังมีชื่อมาก่อนหยางลี่เซียน” เฉินจือหานทั้งเจรจาและโน้มน้าวไปพร้อมกัน
“ประวัติดีนี่ ผมไม่เถียงคุณนะ มีชื่อเสียงมาก่อนในฐานะดารา นั่นก็ใช่ แต่ในภาพรวมจะบอกว่าหวงซ่านอิงมีชื่อมาก่อนหยางลี่เซียนเห็นจะไม่ใช่ หวงซ่านอิงเข้าวงการมาตอนเธออายุสิบห้า ตอนนั้นเธอเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงเท่านั้น”
“แต่หยางลี่เซียน แค่ตอนอายุหกปีเธอก็ได้แชมป์โลกสเก็ตลีลารุ่นอายุไม่เกินสิบปีแล้ว ชื่อเสียงของเธอเริ่มเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก นับจากนั้นเธอก็กวาดเหรียญทองมามากมายจากการลงแข่งในหลายรายการก่อนที่เธอจะย้ายมาแข่งให้ประเทศ C ของเรา พอเธอย้ายมา เธอก็ทำลายสถิติแทบจะทุกประเภทและยังคว้าแชมป์สี่ทวีป เหรียญทองโอลิมปิกฤดูหนาวสามสมัยติดต่อกันมาให้ประเทศเรา นี่เป็นความภูมิใจที่เธอมอบให้กับประเทศเราจนถึงทุกวันนี้ และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีนักสเก็ตคนไหนในประเทศเราและในโลกทำได้เท่าเธอ ดังนั้น ในแง่ชื่อเสียง หยางลี่เซียนเหนือชั้นกว่าหวงซ่านอิงไปไกล”
“ยิ่งเมื่อดูความพยายาม หยางลี่เซียนฝึกสเก็ตมาตั้งแต่อายุสามหรือสี่ปีเท่านั้น เธอเพิ่งมาประกาศวางมือเมื่ออายุยี่สิบสี่ เท่ากับเธอฝึกสเก็ตมาถึงยี่สิบปี ยี่สิบปีเชียวนะคุณเฉิน ความพยายามนี้แทบหาคนเทียบเธอไม่ได้ หลังจากนั้นเธอก็ไปศึกษาด้านการแสดงที่ประเทศ U ในคณะภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัยซานมินอส มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเข้ายากเข้าเย็น คณะภาพยนตร์นี้ผลิตดาราและผู้กำกับระดับโลกมามากมาย แต่หยางลี่เซียนสำเร็จการศึกษามาด้วยระดับเกียรตินิยม”
“ที่สำคัญคือบท Mary Harp ที่เธอเล่นใน Unconscious แม้จะมีบทให้ออกมาแค่ห้านาที แต่เธอกลับทำให้นักวิจารณ์และผู้ชมทั่วโลกจดจำเธอได้ทุกครั้งที่ดูหนังเรื่องนี้ ผมเองก็เคยดูเรื่องนี้และยังชอบ Mary Harp ที่เธอเล่นมาจนถึงเดี๋ยวนี้ เธอแสดงได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ”
