5 ตกนรกทั้งเป็น
“ไม่ใช่ทางนี้ค่ะ” นิรินหันขวับไปมองคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย พิชญ์ยกยิ้มเบาๆ ไม่ได้หันมาสบตาเธอด้วยซ้ำ และรอยยิ้มนั้นทำให้เธอรู้ว่าว่าเขากำลังเริ่มขึ้นแล้ว
“แล้วใครว่าจะกลับบ้าน”
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนจอดรถค่ะ นิ้งกลับเองได้”
“แค่จะแวะไปเอาของ ทำเป็นตื่นตระหนักไปได้”
ยิ่งเห็นจุดหมายปลายทางใจของนิรินเริ่มสั่น แถมตอนนี้ฝนเทลงมาราวกับฟ้ากำลังโกรธใครอยู่ ลมกระโชกแรงจนต้นไม้ข้างทางเอนไปตามทิศทางลม จำได้ดีไม่ผิดเพี้ยนว่าที่นี่คือคอนโดของพิชญ์ จุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขามาที่นี่เธอไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มมาเอาของจริงๆ หรือเปล่า
“เราจะกลับกันตอนที่ฝนหยุดตก” ทันทีที่ดับเครื่องยนต์พิชญ์ถึงเปิดปากพูดต่อ “หวังว่าเธอคงไม่ดื้อด้านเอาแต่ร้องจะกลับบ้าน”
นิรินเม้มปากเป็นเส้นตรงเมื่อโดนเขาดักทุกช่องทาง
“ครับแม่” รีบลงจากรถตามเจ้าของร่างสูงไปเมื่อเห็นว่าเขาคุยโทรศัพท์กับใคร พิชญ์ใช้รีโมทล็อกรถแล้วปรายตามองเธอแวบหนึ่ง
“หลานสาวแม่อยู่กับผม บังเอิญเจอที่ร้าน ตอนนี้ผมแวะมาเอาของที่คอนโดฝนตกแรง ตั้งใจรอให้ฝนหยุดก่อน” เธอเห็นริมฝีปากของชายหนุ่มเหยียดยิ้ม ก่อนที่เขาจะยื่นโทรศัพท์มาให้ “แม่ฉันจะคุยกับเธอ”
“ค่ะ คุณป้า” อย่างน้อยก็พอให้โล่งอกที่เขาไม่ได้โกหกอะไรออกไป
“ป้าโทรหาเราไม่ติด เลยโทรหาเจ้าพิชญ์จะให้แวะไปดูเราที่ร้านนั้น แบตฯ หมดเหรอลูก” นิรินรีบล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋าหยิบออกมาดูก็พบว่ามันหมดจริงๆ
“ขอโทษค่ะคุณป้า ก่อนออกจากบ้านนิ้งลืมชาร์จแบตฯ ทิ้งไว้”
“โชคดีที่พี่เขาไปกินข้าวร้านเดียวกับเราพอดี ยังไงถ้าฝนหยุดตกก็รีบกลับล่ะ อ่อ...ถ้าพี่เขาแกล้งอะไรบอกป้านะ เดี๋ยวป้าจัดการเอง”
“ค่ะ” นิรินเหลือบมองร่างสูงแวบหนึ่ง ซึ่งพิชญ์ยืนกอดอกมองเธออยู่ก่อนแล้ว สิ่งที่อนงค์กังวลนั้นยังน้อยนิดหากเทียบกับความจริงที่พิชญ์กระทำกับเธอ
“ป้าขอคุยกับพี่เขาหน่อย”
ยื่นโทรศัพท์คืนให้พิชญ์ และเขารับมันไปพร้อมกับรวบข้อมือเธอไว้ จะปริปากร้องห้ามก็ไม่อาจทำได้เพราะเขาถือไพ่เหนือกว่าด้วยการถือสายคุยกับอนงค์ แน่นอนว่าระหว่างแรงของเขากับแรงของเธอมันต่างกันมากนัก
พิชญ์คุยกับมารดาไม่กี่คำจากนั้นก็วางสาย หันมามองหน้ายัยตัวเล็กที่ทำหน้าราวกับแบกโลกทั้งใบ อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้สีหน้าแบบนี้จะแปรเปลี่ยนได้หรือเปล่าหากถึงเวลาสำคัญ
ดูเหมือนว่าตั้งแต่กลับมาพิชญ์คงแวะมาที่นี่บ้างแล้ว สังเกตได้จากข้าวของบางอย่างเช่นเบียร์กระเป๋องที่เขาหยิบออกจากตู้เย็น
“สักกระป๋องไหม อีกนานกว่าฝนจะหยุด” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นนิรินเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ดูแล้วสาวเจ้าพยายามระวังตัวแจราวกับกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เป็นความคิดที่น่าสนุกดีไม่น้อย เพราะถ้าเขาลงมือทำจริงๆ มีหรือเธอจะต่อต้านได้
“ทำไมถึงไม่ทำงานที่บริษัท” เบียร์ถูกกระดกเข้าปากขณะที่สายตาจับจ้องไปยังรายการกีฬาที่ถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ ทีแรกไม่ได้อยากจะ ‘กลับไป’ ยุ่งด้วยนักเท่าไหร่ แต่ท่าทีของนิรินทำเหมือนตั้งใจตีตัวออกห่างแบบนั้นมันยิ่งทำให้เขานึกอยากลองดูอีกสักตั้งก็เท่านั้น อันที่จริงผู้หญิงคนนี้กลายเป็นของต้องห้ามด้วยซ้ำ
แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ จะปล่อยไว้เฉยๆ ให้เป็นหอกทิ่มแทงคงไม่ได้
“ไม่ถนัดค่ะ” คำตอบของเธอทำให้อีกฝ่ายหัวเราะขึ้นอย่างเย้ยหยัน นิรินเองก็คิดอยู่แล้วว่าพิชญ์ถามไปแค่นั้น ไม่ว่าเธอจะตอบยังไงเขาสามารถหาวิธีเหยียบกันได้ทุกทาง
พิชญ์ไม่เคยสนใจความรู้สึกของใครอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเธอมันยิ่งไม่เคยฝังอยู่ในความคิดหรือหัวใจของเขา เพราะถ้าเขาฉุกคิดดูบ้างสิ่งเหล่านั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น ผู้ชายคนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตราบาปที่เคยมอบให้กันยังคงฝังลึกอยู่ในใจ แม้ว่าจะพยายามลืมมากแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ไม่อาจโกหกความจริงได้เลย
“แล้วเธอถนัดแบบไหนล่ะ” จงใจลากสายตามองร่างบางแบบกรุ้มกริ่ม
“พี่พิชญ์ !”
“ทำไม มันแทงใจดำหรือไง อยู่กับฉันเธอไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ” ร่างสูงลุกขึ้นพรวดเมื่อนิรินเตรียมหนี คว้าชายเสื้อออกแรงดึงจนหญิงสาวเสียหลักล้มสู่แผงอกที่รอรองรับ
ไม่ปฏิเสธว่านิรินโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่แปลกที่ไอ้ห่านั่นจะตามติดแจมองปราดเดียวก็มันหวังแอ้มยัยตัวเล็ก ลำพังแค่ริมฝีปากจิ้มลิ้มลองได้เผยอขึ้นนิดหน่อย ขี้คร้านผู้ชายพวกนั้นต้องแอบคิดว่ามันจะหวานสักแค่ไหน
ยกเว้นเขาไว้คนหนึ่ง...เพราะรู้อยู่แก่ใจว่ารสชาติมันหวานนุ่มลึกมากเพียงใด
“การที่นิ้งแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากยุ่งกับพี่ มันไม่ได้หมายความว่านิ้งกำลังสร้างภาพ” นิรินขืนตัวสุดแรงแต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ พิชญ์ยิ่งรัดแน่นมากเท่านั้นกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดหอบถี่
“อย่าทำเป็นลืมว่าเราสองคนเข้ากันได้ดีแค่ไหน” พิชญ์ลอบกลืนน้ำลายกระทั่งตอนนี้ต้องยอมรับว่าหญิงสาวค่อนข้างมีผลต่อเขามากถึงมากที่สุดในเรื่องนี้ เลือดในกายพลุ่งพล่านจนเขาแทบจะบ้าคลั่งเมื่อพวงแก้มใสของหญิงสาวระเรื่อขึ้น
นิรินยังจำเรื่องคืนนั้นได้ดี ไม่อย่างนั้นคงไม่เผลอหลุดออกอาการแบบนี้
แต่เชื่อเถอะ…ว่าเธอจำได้ไม่หมด
ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังบอบบางตามใจตัวเอง แม้คนตัวเล็กจะขัดขืนด้วยการพยายามดันตัวออกทว่าแรงต่อต้านยังน้อยนิดเมื่อเทียบกับความต้องการของเขาในตอนนี้
“จำไม่ได้ พี่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่าจำสักเท่าไหร่ ปล่อยเถอะค่ะนิ้งจะกลับบ้าน ถ้าพี่ไม่ไปส่งนิ้งจะกลับเอง” ดันตัวออกทันทีเมื่อเขาเผลอ รีบหันหลังจ้ำก้าวไปคว้ากระเป๋าแต่สุดท้ายก็ยังช้ากว่า
