บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 คฤหาสน์เก่าตระกูลลั่ว

คฤหาสน์เก่าของตระกูลลั่วตั้งอยู่บนไหล่เขา หลังจากผ่านการต่อเติมขยายพื้นที่มาหลายต่อหลายครั้ง ปัจจุบันมันได้กลายเป็นคฤหาสน์สุดหรูหรา

คุณปู่และคุณย่าลั่วมีลูกชายเพียงสองคน คือ ลั่วเฉินเฟิงผู้เป็นพ่อของเธอและลั่วเฉินข่ายผู้เป็นอาของเธอ

ในตอนนั้นคุณอาเลือกที่จะเดินเส้นทางสายการเมือง พ่อของเธอจึงรับช่วงต่อธุรกิจลั่วซื่อจากคุณพ่อ และแผ่ขยายอาณาจักรธุรกิจจนยิ่งใหญ่

ต่อมาต่างคนต่างแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่งงานมีลูก แต่กลับไม่มีเรื่องการชิงดีชิงเด่นเหมือนในตระกูลเศรษฐีอื่น ๆ บ้านก็ไม่มีราชบัลลังก์ให้สืบทอด จะสู้กันไปทำไม?

อีกอย่างเงินทองก็มีใช้ไม่หมด เป็นเพียงแค่ตัวเลขชุดหนึ่งเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ พี่น้องจึงกลมเกลียว สะใภ้ก็ปรองดองกัน ทุก ๆ เดือนทุกคนจะกลับมาพักที่คฤหาสน์เก่าสักระยะหนึ่งเพื่ออยู่เป็นเพื่อนผู้ใหญ่

เนื่องจากผู้เฒ่าตระกูลลั่วไม่มีลูกสาว จึงฝากความหวังไว้ที่รุ่นหลาน อยากจะมีหลานสาวตัวน้อยสักคน หรือถ้ามีมากกว่าหนึ่งก็ยิ่งดี

หลังจากพ่อและแม่แต่งงานกัน ก็ให้กำเนิดพี่ชายคนโตลั่วอวิ๋นเช่อ และพี่ชายคนรองลั่วอวิ๋นซี

ส่วนคุณอากับอาสะใภ้เรียกได้ว่าเป็นรักแรกสมัยเด็ก เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันมาตั้งแต่ประถม พอจบมัธยมปลายคุณอาก็หลอกล่อจนได้หมั้นหมายกัน

หลังแต่งงานได้ปีที่สองก็ให้กำเนิดพี่ชายลูกพี่ลูกน้องลั่วอวิ๋นฟาน แต่ตอนนั้นอาสะใภ้เสียสุขภาพไปมาก หมอบอกว่าหลังจากนี้คงตั้งท้องได้ยากแล้ว

ดังนั้น เมื่อรู้ว่าท้องที่สามของแม่เป็นแฝด ความรู้สึกของทุกคนจึงยากจะบรรยาย ของใช้เด็กอ่อนที่เตรียมไว้ตอนนั้นล้วนซื้อเบิ้ลเป็นของเด็กผู้หญิงทั้งสองชุด

ถ้าเกิดออกมาเป็นลูกชายล่ะ? พี่ชายเขาก็ตั้งเยอะแยะ ไปเก็บเสื้อผ้าเก่าพี่ ๆ มาใส่ไปก่อนก็ได้นี่นา

จนกระทั่งซูหว่านหรูคลอดลูกออกมา ปรากฏว่าเป็นฝาแฝดชายหญิง ทุกคนต่างดีใจกันยกใหญ่ มีหลานสาวคนเดียวก็ยังดี ดีกว่าไม่มีเลย

เมื่อเห็นลั่วอวิ๋นเยียนตัวน้อยที่ผิวพรรณขาวอมชมพูน่ารัก ของขวัญจากพวกผู้ใหญ่ก็ประโคมให้แบบไม่เสียดายเงิน

ตั้งแต่เกาะส่วนตัว อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ไปจนถึงห้องนอนเจ้าหญิง ชุดกระโปรงและเครื่องประดับอัญมณี เกิดมาได้ไม่กี่วันค่าตัวเธอก็ทะลุร้อยล้านไปแล้ว

ต่อมาอาสะใภ้ฉู่ม่านถิงเกิดตั้งท้องลูกคนที่สองอย่างไม่คาดคิด

ทุกคนต่างกังวลว่าเด็กคนนี้จะกระทบต่อสุขภาพของเธอ จึงแนะนำให้เอาออก แต่อาสะใภ้ยืนกรานหนักแน่น ไม่ยอมทำร้ายสิ่งมีชีวิตตัวน้อย

ผลปรากฏว่าพอคลอดออกมา...ก็ยังเป็นลูกชายอีกงั้นเหรอ? รู้งี้ตอนนั้นน่าจะตัดใจทำร้ายไปซะก็ดี

แต่เมื่อคิดได้ว่ามีเจ้าตัวแสบเพิ่มมาอีกคนไว้คอยปกป้องพี่สาว ในใจก็ค่อยรู้สึกสบายขึ้นมาหน่อย

ส่วนทางฝั่งตระกูลซูนั้น ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่ก็ให้กำเนิดลูกชายมาสองคนเช่นกัน

ดังนั้นจึงจินตนาการได้เลยว่า ลั่วอวิ๋นเยียนนั้นเป็นที่รักและตามใจมากขนาดไหน

...

ทันทีที่รถแล่นเข้าสู่เขตคฤหาสน์ ก็เห็นคนจำนวนไม่น้อยยืนรออยู่ที่หน้าตึกหลัก

สมาชิกในครอบครัวมากันเกือบครบ แถมยังมีแถวของคนรับใช้ยืนเรียงรายอยู่ด้านหลัง

เมื่อเห็นแผนต้อนรับชุดใหญ่ขนาดนี้ ลั่วอวิ๋นเยียนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

อาจจะเป็นเพราะสังเกตเห็นความคิดของเธอ ซูหว่านหรูจึงตบหลังมือเธอเบา ๆ เป็นการปลอบประโลม

"ไม่ต้องตื่นเต้นนะลูก ทุกคนแค่คิดถึงลูกมาก วันนี้เลยกลับมากันหมด ยกเว้นเสี่ยวจิ่นที่เพิ่งขึ้น ม.6 ลาหยุดไม่ได้ ต้องรอเลิกเรียนก่อนถึงจะกลับมา"

"คุณแม่วางใจเถอะค่ะ หนูไม่เป็นไร" ลั่วอวิ๋นเยียนยิ้มตอบ ก่อนจะเปิดประตูรถลงไป

ทันทีที่ก้าวลงจากรถ หญิงชราสองท่านในชุดกี่เพ้าก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว

ลั่วอวิ๋นเยียนถูกกอดจนเต็มอ้อมกอด "หนูน้อย...หนูน้อยของย่า..."

เอาล่ะ ร้องไห้ไปอีกสองคน

เธอกอดตอบหญิงชราทั้งสองท่าน "คุณย่า คุณยาย"

"จ้ะ กลับมาก็ดีแล้ว หลายปีมานี้ลำบากมากใช่ไหม? ดูสิ ผอมเชียว ต้องบำรุงให้หนักเลยนะ" พูดจบ ทั้งสองคนก็ยังกอดรัดไม่ยอมปล่อย

คุณปู่ลั่วทนดูไม่ได้ "อะแฮ่ม พอเถอะ เดี๋ยวหลานจะตกใจเอา"

นี่...ฉันยังไม่ได้กอดเลยนะ

"อย่านึกว่าฉันไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่!" คุณย่าลั่วถลึงตาใส่เขาหนึ่งที

พวกหลาน ๆ แอบหัวเราะคิกคัก คุณปู่ลั่วรีบจับจมูกแก้เก้อ

ใครจะไปคิดล่ะว่าคุณปู่ลั่วหงอวี่ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังน่าเกรงขามในโลกภายนอก จะเป็นพวกกลัวเมีย?

ลั่วอวิ๋นเยียนผละออกจากอ้อมกอด แล้วเข้าไปทักทายสมาชิกในครอบครัวทีละคน

"คุณปู่ คุณตา คุณอา คุณอาสะใภ้ คุณลุง คุณป้า คุณน้า แล้วก็พี่ชายทั้งสามคน สวัสดีค่ะ"

"สวัสดีจ้ะ!" ทุกคนต่างยิ้มหน้าบาน

คุณปู่ลั่วยังแอบส่งสายตาขิงใส่คุณตาซู "หลานเรียกผมก่อนล่ะ"

"เชอะ วันนี้วันดี ผมไม่ทะเลาะกับคุณหรอก" คุณตาซูไม่แม้แต่จะชายตามองเขา

ตาแก่สองคนนี้ไม่ถูกชะตากันมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ ตระกูลซูเป็นตระกูลปัญญาชน คุณปู่ลั่วก็รำคาญที่คุณตาซูพูดจาสละสลวยเกินไป ส่วนคุณตาซูก็รำคาญคุณปู่ลั่วที่เสียงดังโวยวาย

ไม่รู้ว่าผ่านมาตั้งหลายปีรอดมาได้ยังไงโดยไม่วางมวยใส่กัน แถมยังมาดองกันได้อีก นับว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์จริง ๆ

น้าชายซูซือฮ่าวแอบพึมพำในใจ:ตอนหลานเรียกผม มีตั้งสามพยางค์ พวกคุณมันก็แค่เด็กน้อย

"เอาล่ะ เข้าบ้านกันก่อนเถอะ น้องเตรียมของขวัญมาให้ทุกคนด้วย ลุงจางช่วยเรียกคนมาขนของหน่อยนะครับ" ลั่วเฉินเฟิงกล่าวขึ้น

ลุงจางคือคุณพ่อของผู้ช่วยจาง เขาติดตามนายท่านลั่วมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ พอเกษียณแล้วก็เลยอยู่เป็นพ่อบ้านที่ตระกูลลั่วต่อ

พ่อบ้านจางขานรับทันที ก่อนจะพาคนรับใช้สี่คนไปขนกล่องใหญ่ลงจากรถ

เมื่อเข้าไปในห้องรับแขก ลั่วอวิ๋นเยียนก็แจกจ่ายของขวัญให้ทุกคน ซึ่งแต่ละชิ้นนั้นถูกเลือกมาได้อย่างเหมาะสมพอดิบพอดี

ความจริงแล้ว ต่อให้ลั่วอวิ๋นเยียนจะมาตัวเปล่า ทุกคนก็คงไม่ว่าอะไร

แต่การที่เห็นได้ชัดว่าของทุกชิ้นผ่านความตั้งใจเลือก และถูกใจผู้รับไปเสียหมด ย่อมทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้นเป็นธรรมดา

เมื่อมองดูของขวัญที่ทุกคนให้เธอกลับมา แม้แต่ลั่วอวิ๋นเยียนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเงินทองยังต้องตกใจ เพราะมันช่าง "ป๋า" เกินไปแล้ว

อาสะใภ้ฉู่ม่านถิงถือถาดออกมาจากห้องครัว เธอเดินเข้าไปกุมมือลั่วอวิ๋นเยียนด้วยขอบตาที่แดงรื้น

"อาจำได้ว่าเมื่อก่อนหนูชอบกินขนมหอมหมื่นลี้กับนมตุ๋นน้ำขิงที่อาทำ อาเตรียมไว้ให้ตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้หนูยังชอบอยู่ไหม ลองชิมดูหน่อยสิว่ารสชาติเปลี่ยนไปหรือเปล่า?"

ฉู่ม่านถิงอยากมีลูกสาวมาตลอด แต่ตัวเองกลับได้ลูกชาย แม้แต่ลูกของพี่ชายพี่สะใภ้ทั้งสองฝั่งก็เป็นลูกชายหมด เธอคงไม่มีวาสนาจะได้ลูกสาวเองแล้ว

โชคดีที่ต่อมาพี่สะใภ้ใหญ่คลอดลูกสาวคนนี้ เธอจึงรักและเอ็นดูเด็กคนนี้เหมือนลูกในไส้

หลายปีที่ผ่านมาเธอก็เสียใจเรื่องที่หลานหายตัวไป และพยายามใช้เส้นสายช่วยตามหามาตลอด

เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วอวิ๋นเยียนจึงชิมขนมทุกอย่าง "หนูชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะอาสะใภ้"

"จ้ะ ชอบก็ดีแล้ว วันหลังอาจะทำให้กินอีก หลานของพวกเราโตเป็นสาวแล้วจริง ๆ ดีจังเลย" ฉู่ม่านถิงลูบหัวลั่วอวิ๋นเยียนเบา ๆ

จู่ ๆ ลั่วเฉินเฟิงก็เปิดประเด็นขึ้นมา "ที่เรียกทุกคนกลับมาในวันนี้ นอกจากจะให้มาหาลูกสาวผมแล้ว ยังมีอีกเรื่องคือ ผมอยากจะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวการกลับมาของลูก

ถึงแม้ในเน็ตคนจะรู้กันเยอะแล้ว แต่เราก็ต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้พวกคนในวงสังคมที่ไม่มีตาบางคนคิดว่าเราไม่ให้ความสำคัญ แล้วกล้ามาล่วงเกินเธอได้"

"ต้องจัด! และต้องจัดให้ยิ่งใหญ่ด้วย! แก้วตาดวงใจของทั้งสองตระกูล จะให้คนอื่นมาดูแคลนไม่ได้เด็ดขาด" คุณย่าลั่วตบโต๊ะดังปัง พูดออกมาอย่างทรงพลัง

หญิงแกร่งแห่งวงการธุรกิจที่เคยร่วมบุกเบิกสร้างเนื้อสร้างตัวมากับคุณปู่ลั่ว จะเป็นแค่คนธรรมดาได้อย่างไร?

ใครที่เห็นเธอใส่กี่เพ้าถือผ้าเช็ดหน้าปิดปากหัวเราะ แล้วคิดว่าเธอเริ่มจะถอนตัวไปปฏิบัติธรรม กลายเป็นคนอ่อนแอที่ใครจะรังแกง่าย ๆ ...

ถ้ามีคนคิดแบบนั้นจริง ๆ ก็ถือว่ามีความกล้าที่น่าชื่นชม

สมาชิกตระกูลซูต่างเห็นพ้องต้องกัน มีเพียงคุณปู่ลั่วคนเดียวที่นั่งเงียบไม่พูดอะไร

เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มปรึกษาเรื่องงานเลี้ยง คุณปู่ลั่วก็ลุกขึ้นยืน "เยียนเยียน ตามปู่ไปที่ห้องทำงานหน่อย"

"ค่ะคุณปู่" ลั่วอวิ๋นเยียนเข้าไปประคองคุณปู่ลั่ว แล้วเดินขึ้นชั้นบนไปด้วยกัน
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel