บทที่ 7 ของขวัญ
หลังจากเห็นเขาเซ็นชื่อเรียบร้อย ลั่วอวิ๋นเยียนก็ถือสัญญาขึ้นไปอาบน้ำด้านบนด้วยความสบายใจ เมื่อครู่นี้เธอเพิ่งเสียเหงื่อไปไม่น้อย
พออาบน้ำเสร็จลงมาข้างล่าง สองพี่น้องก็นั่งอยู่ที่โซฟาต่างคนต่างทำธุระของตัวเอง แม้จะไม่ได้พูดคุยกัน แต่บรรยากาศกลับดูกลมกลืนอย่างประหลาด
รอจนคุณพ่อและคุณแม่ลั่วทานมื้อเช้าเสร็จ ลั่วอวิ๋นเยียนจึงยื่นของขวัญให้ทั้งคู่
"แอบออกไปซื้อของขวัญมาตอนไหนจ๊ะเนี่ย?" ซูหว่านหรูมองกล่องของขวัญอย่างไม่เข้าใจ
"เปล่าค่ะ หนูให้คนเอามาส่งให้ คุณแม่ลองเปิดดูสิคะว่าชอบไหม?"
ของขวัญของลั่วเฉินเฟิงคือแหวนหยกวงหนึ่ง ส่วนของซูหว่านหรูเป็นชุดเครื่องประดับเพชรสีน้ำเงิน
ซูหว่านหรูประคองชุดเครื่องประดับนั้นไว้อย่างทะนุถนอม "เครื่องประดับชุดนี้สวยมาก แม่ชอบมากเลยจ้ะ ขอบใจนะลูก"
"คุณแม่ชอบก็ดีแล้วค่ะ ไว้คราวหน้าเจอที่สวยกว่านี้หนูจะซื้อมาฝากอีกนะคะ"
ลั่วอวิ๋นเช่อแอบคิดในใจ:เครื่องประดับราคาตั้ง 400 กว่าล้าน จะไม่สวยได้ยังไง?
"แหวนนี่ขนาดพอดีเป๊ะเลย เนื้อหยกก็ชั้นยอด ต่อไปพ่อจะใส่ติดตัวไว้ตลอดเลย มีลูกสาวนี่มันดีจริง ๆ มีลูกชายตั้งสามคน ไม่เห็นเคยได้รับของขวัญเป็นชิ้นเป็นอันแบบนี้บ้าง"
ลั่วเฉินเฟิงพูดไปพลางเหลือบมองลั่วอวิ๋นเช่อ
ลั่วอวิ๋นเช่อบีบดั้งจมูกตัวเอง สรุปคือของที่เขาให้ในยามปกติมันดูไม่ได้เลยสินะ? ทั้งที่ราคาก็เจ็ดแปดหลักขึ้นไปทั้งนั้น...แม้ว่าพอเทียบกับชุดนี้แล้วศูนย์จะหายไปตัวหนึ่งก็เถอะ
ลั่วอวิ๋นซีและลั่วอวิ๋นอี้เดินลงมาพอดี เห็นคนอยู่กันพร้อมหน้าในห้องนั่งเล่นก็ตกใจเล็กน้อย
ลั่วอวิ๋นซีรีบเดินเข้าไปจับไหล่ลั่วอวิ๋นเยียน มองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางเจ็บปวดรวดร้าว
"น้อง นี่เพิ่งแปดโมงเองนะ! ทำไมตื่นเช้าขนาดนี้ล่ะ?! อย่าไปติดนิสัยเสียตื่นเช้าแบบพี่ใหญ่นะ มันไม่ดี!"
"แล้วจะให้เลียนแบบพี่ที่นอนกินบ้านกินเมืองจนถึงเที่ยงหรือไง?" ลั่วอวิ๋นอี้ปรายตามองเขา
"เราสองคนก็พอ ๆ กันนั่นแหละ ลงมาพร้อมกันแท้ ๆ!"
ลั่วอวิ๋นอี้พูดเสียงเรียบ "ฉันน่ะโต้รุ่งทำโจทย์ แล้วพี่ล่ะ?"
ฮึ่ย! เถียงไม่ออก เจ็บใจชะมัด!
พอลั่วอวิ๋นซีเห็นกล่องวางอยู่บนโต๊ะ ก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที "นี่อะไรน่ะ? ทำไมมีกล่องวางอยู่ตรงนี้?"
"ของขวัญที่น้องให้พวกเราไง ไม่เหมือนใครบางคน กลางคืนไม่นอน กลางวันไม่ตื่น อย่าว่าแต่ของขวัญเลย แม้แต่กล่องของขวัญก็ไม่เคยเห็น" เสียงของลั่วเฉินเฟิงดังมาจากข้างหลัง
ลั่วอวิ๋นซีชะงัก พลาดแล้ว ดันเลือกเป้าหมายผิด!
"แค่ก ๆ แล้วมีส่วนของพี่ไหม?" ลั่วอวิ๋นซีขยิบตาให้เธอรัว ๆ
ลั่วอวิ๋นเยียนขำเล็กน้อย "มีแน่นอนค่ะ มีให้ทุกคนเลย"
เธอยื่นส่วนของเขาให้ ดูจากรูปทรงแล้วน่าจะเป็นเครื่องประดับเหมือนกัน
พอแกะออกดู หืม? คุ้น ๆ แฮะ นี่มันเข็มกลัดที่เธอออกแบบเองไม่ใช่เหรอ? มีชิ้นเดียวในโลกด้วย แต่เธอไม่เคยใส่เลย
สรุปว่านี่ไม่ได้หยิบมาจากห้องเก็บของสะสม แต่ไปจิ๊กมาจากห้องแต่งตัวเธอสินะ?
"โอ้โห! เข็มกลัดที่ท่านอาจารย์ Y ทำเองกับมือไม่ใช่เหรอ? ฉันจำได้ว่าในเว็บหลักเคยลงไว้แค่แวบเดียวว่าเป็นของสะสม ไม่ได้มีไว้ขาย มีแค่ชิ้นเดียวในโลกด้วย!
ดูสิ โลโก้อันเป็นเอกลักษณ์นี่ สวยสุด ๆ ไปเลย! น้องไปสอยมาได้ยังไง?" ลั่วอวิ๋นซีอุทานไม่หยุด
โธ่พี่...คำว่า 'สอย' ของพี่นี่มันฟังดูทะแม่ง ๆ นะ...
"อ๋อ พอดีเคยร่วมงานกันน่ะค่ะ เขาเลยให้มา" ลั่วอวิ๋นเยียนเผลอเอามือลูบจมูกตามสัญชาตญาณ
"แค่กๆๆๆ"
ทุกคนเงยหน้ามองตามเสียง เป็นลั่วอวิ๋นอี้นั่นเอง
เขามองลั่วอวิ๋นเยียนด้วยสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติ "แล้วของพี่ล่ะ?"
"นี่ไงคะ ที่เหลือในกล่องใบใหญ่นี่เป็นของพี่ทั้งหมดเลย" ลั่วอวิ๋นเยียนพยักพเยิดไปทางกล่องใบใหญ่
ดวงตาของลั่วอวิ๋นอี้เป็นประกาย เขารีบหยิบกล่องที่มีชื่อตัวเองออกมา
เมื่อเทียบกับของคนอื่นแล้ว ขนาดของกล่องนี้จัดว่าเป็นไซซ์ยักษ์
พอเปิดดู กลับกลายเป็นหนังสือครบเซตที่เขียนโดยศาสตราจารย์สเปนเซอร์ ยอดกูรูด้านคณิตศาสตร์ ไอดอลของเขา แถมทุกเล่มยังมีลายเซ็นสดด้วย!
"ขอบใจนะน้อง!" ลั่วอวิ๋นอี้กอดหนังสือแน่นแล้วเดินขึ้นข้างบนไปโดยไม่หันกลับมามองใครอีก
นั่นไง เป็นหนอนหนังสือที่มีแต่การเรียนจริง ๆ ...
แวบแรกที่ลั่วอวิ๋นเยียนเห็น เธอยังนึกไม่ออกว่าคืออะไร นึกอยู่นานถึงจำได้ว่า ตอนนั้นตาแก่นั่นติดโจทย์ข้อหนึ่ง เธอเดินผ่านหลังเลิกเรียนพอดีเลยช่วยใบ้ให้นิดหน่อย
พอเขาแก้โจทย์ได้ ก็เซ้าซี้จะส่งหนังสือพร้อมลายเซ็นชุดนี้มาให้เธอ
ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ อุตส่าห์ช่วยแก้โจทย์ให้แท้ ๆ แต่เขากลับทำแบบนี้...ไม่รู้ไปติดนิสัยแปลก ๆ มาจากไหน เธอไม่ได้เรียนสายคณิตศาสตร์สักหน่อย
ของขวัญทุกชิ้นกลับเลือกได้ตรงใจผู้รับอย่างน่าประหลาด จนไม่รู้แล้วว่าระหว่างเธอกับเจี่ยงอี้หนิง ใครกันแน่ที่เป็นคนตระกูลลั่ว
ตอนนี้เอง ลั่วอวิ๋นซีก็สังเกตเห็นกล่องใหญ่อีกสองใบที่มุมห้อง "นี่อะไรอีกล่ะ? ของขวัญเหมือนกันเหรอ?"
"ค่ะ เดี๋ยวจะเอาไปให้ที่บ้านใหญ่"
ลั่วอวิ๋นซีทำหน้าเจ้าเล่ห์ "พี่แอบแกะดูหน่อยได้ไหม?"
"ถ้าพี่ทำให้มันกลับไปอยู่ในสภาพเดิมได้นะคะ" ลั่วอวิ๋นเยียนเลิกคิ้วตอบ
"เอ่อ...พี่ว่าพี่ไปกินมื้อเช้าก่อนดีกว่า แหะ ๆ เดี๋ยวไปดูที่บ้านใหญ่พร้อมกันก็ได้" ลั่วอวิ๋นซีหัวเราะแห้ง ๆ แล้ววิ่งไปที่ห้องอาหาร
เมื่อทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็เตรียมออกเดินทาง
พอมาถึงโรงรถ ลั่วอวิ๋นซีเห็นเจ้าแบล็กกี้ของเธอ ก็เริ่มร้องโวยวายอีกครั้ง
“นี่มัน...La Voiture Noire?!! ให้พี่ลองขับหน่อยสิ" ลั่วอวิ๋นซีเริ่มถูไม้ถูมือด้วยความอยากลอง
"อยากขับก็ขับสิคะ ไปขอกุญแจที่พี่ใหญ่เอา"
ลั่วอวิ๋นซีงง ลั่วอวิ๋นซีตกใจ ลั่วอวิ๋นซีไม่เข้าใจ!
"รถของน้อง ทำไมต้องไปขอกุญแจที่พี่ใหญ่ด้วย?!"
ลั่วอวิ๋นเช่อโยนกุญแจให้เขา "เพราะเมื่อวานพี่เป็นคนขับกลับมาเอง"
เนื่องจากลั่วเฉินเฟิงตั้งใจจะขับรถเอง ลั่วอวิ๋นเช่อจึงนั่งข้างคนขับ ส่วนซูหว่านหรูและลั่วอวิ๋นเยียนนั่งที่เบาะหลัง
เหลือลั่วอวิ๋นอี้กับลั่วอวิ๋นซีที่มองหน้ากันไปมา
สุดท้ายลั่วอวิ๋นซีก็คว้าตัวน้องชายมา "เหอะ ถือว่าแกโชคดีนะเนี่ย ที่จะได้สัมผัสฝีมือการขับรถของพี่"
"จริง ๆ ผมว่าผมนั่งเบียดไปกับรถพ่อก็ได้นะ" ลั่วอวิ๋นอี้พยายามดิ้นรน
"เบียดอะไรของแก? เชื่อไหมว่าแม่จะถีบแกตกรถทันที"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วอวิ๋นอี้จึงจำใจขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับของลั่วอวิ๋นซี
ลั่วอวิ๋นซีไม่ลืมที่จะลูบพวงมาลัยแล้วโพสต์ลงในโมเมนต์วีแชท
[คนแรกในปักกิ่งที่ได้ขับรถคันนี้ นอกจากฉันแล้วจะมีใครอีกล่ะ?!]
ในวีแชทเขามีแต่เพื่อนสนิทและพวกลูกเศรษฐี การทำแบบนี้ไม่ถือว่าอวดรวยหรอกนะ อย่างมากก็แค่ 'ขิง' เท่านั้นแหละ
อิอิ เขาคือนักฉวยโอกาสตัวจริง
เป็นไปตามคาด เพื่อนฝูงต่างพากันอิจฉาริษยาและประจบประแจงกันยกใหญ่
ฉู่โม่เซวียนถึงขั้นวิดีโอคอลมาทันที ลั่วอวิ๋นซีเหลือบมองชื่อแล้วบอกให้ลั่วอวิ๋นอี้รับสายแทน
"เสี่ยวอี้? ทำไมเป็นนาย? แล้วไอ้สองล่ะ?"
ลั่วอวิ๋นอี้จำใจแพลนกล้องไปทางพี่ชาย "พี่เซวียน เขาขับรถอยู่ครับ"
พอเห็นภายในของรถคันนี้ รวมถึงโลโก้บนพวงมาลัย ฉู่โม่เซวียนถึงกับสติหลุด
"เฮ้ย?! ไอ้สอง แกได้ขับจริง ๆ เหรอเนี่ย?!"
แม้ตระกูลฉู่จะเทียบตระกูลลั่วไม่ได้ แต่เพราะอาสะใภ้ของตระกูลลั่วคืออาแท้ ๆ ของฉู่โม่เซวียน พวกเขาจึงโตมาด้วยกันและพูดจาเป็นกันเอง
ลั่วอวิ๋นซีปรายตามองกล้อง "ก็จริงน่ะสิ แต่ความรู้สึกก็งั้น ๆ แหละ ไม่เห็นต่างจากที่ขับปกติเท่าไร มีสี่ล้อสองประตูเหมือนกัน"
"แหม...ทำเป็นพูดดีนะแก เมื่อวานฉันยังเห็นรถคันนี้อยู่เลย แกไปรู้จักเจ้าของรถตอนไหน? แนะนำหน่อยสิ คราวหลังจะได้ให้ฉันลองจับบ้าง?" ใบหน้าใหญ่ ๆ ของฉู่โม่เซวียนแทบจะทะลุจอออกมา
"เฮ้อ รถของน้องที่บ้านน่ะ อยากจับเดี๋ยวฉันถามน้องให้"
พอได้ยินคำว่า 'น้อง' ฉู่โม่เซวียนยังนึกไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอ๋อขึ้นมาว่าเมื่อวานทางลั่วซื่อเพิ่งประกาศเปิดตัวคุณหนูใหญ่ที่เพิ่งกลับมา
และคุณหนูคนนั้นยังเป็นเจ้าของบริษัท Pluto อีกด้วย ดูท่าแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับวิลล่าทิงหลานด้วยสินะ
ตอนเด็ก ๆ เขาเคยเห็นเด็กน้อยคนนั้นอยู่เหมือนกัน นุ่มนิ่มน่ารักเชียว แค่ลองให้เธอเรียกพี่ชายดูทีเดียว เขาก็โดนสี่พี่น้องตระกูลลั่วรุมอัดไปหนึ่งยก
ยังมีลั่วอวิ๋นจิ่น เจ้าห้าที่ตอนนั้นยังเดินเตาะแตะอยู่ กลับกล้ามายืนฉี่รดตัวเขาซะงั้น?!
ตอนที่เธอหายตัวไป คุณอาเขาร้องไห้กลับบ้านมาขอให้คุณปู่ช่วยส่งคนออกไปตามหาเลยทีเดียว
พอได้สติกลับมา "ไอ้สอง เมื่อไรจะพาน้องสาวออกมาเจอพวกเราบ้าง?"
"ไปไกล ๆ เลย! นั่นน้องสาวฉัน! กำลังไปบ้านใหญ่อยู่ ไว้ฉันว่างแล้วค่อยว่ากัน แค่นี้นะ" พูดจบเขาก็รีบส่งสายตาให้ลั่วอวิ๋นอี้รีบกดวาง
สองพี่น้องมักจะมีความเข้ากันได้อย่างประหลาดเสมอเมื่อเป็นเรื่องของน้องสาว
ทิ้งให้ฉู่โม่เซวียนนอนโอดครวญอยู่บนโซฟา พร้อมกับไม่ลืมไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ของลั่วอวิ๋นซีว่า:
[หึ แกมันนักเกาะน้องกินเบอร์หนึ่งเลยล่ะ]
กู้สือหลินเดินลงมาข้างล่าง ก็เห็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างนอนบิดไปมาอยู่บนโซฟา
"เป็นบ้าอะไร?"
พอได้ยินเสียง ฉู่โม่เซวียนก็เด้งตัวขึ้นมาทันที "พี่ เมื่อวานตอนเช้าที่พวกเราเห็นรถ La Voiture Noire คันนั้น พี่จำได้ไหม?"
"ที่ขับออกมาจากฝั่งตรงข้ามน่ะเหรอ?"
"เออ พี่ทายสิว่านั่นรถใคร?"
กู้สือหลินนั่งลงที่โซฟา ไม่ปรายตามองเขาสักนิด "อย่างน้อยก็ไม่ใช่ของนายแน่นอน"
"ผมรู้! นั่นมันของคุณหนูใหญ่ตระกูลลั่วที่เพิ่งกลับมาเมื่อวานไง!"
กู้สือหลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบอะไร
ฉู่โม่เซวียนยังคงพล่ามไม่หยุด "พี่ว่าหลายปีมานี้เธอไปทำอะไรมา? อายุแค่ 19 ก็เป็นเจ้าของบริษัท Pluto แล้ว ต่อให้วิลล่าทิงหลานไม่ใช่ของเธอ ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเธอแน่ ๆ
ที่สำคัญคือเธอมีรถในฝันของผมด้วย! เวลานอนต้องหันหน้าไปทางไหนถึงจะได้ฝันเห็น..."
คุณหนูใหญ่ตระกูลลั่วเหรอ? เขานึกถึงเจ้าก้อนนุ่มที่เคยไปรับลั่วอวิ๋นเช่อที่โรงเรียน และนึกถึงข่าวในเน็ตเมื่อคืน ดูผอมลงไปหน่อย แต่ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม