บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 กลับสู่ตระกูลลั่ว

ลั่วอวิ๋นเยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองเขา "หลังจากอายุ 11 ปี ฉันก็อยู่ต่างประเทศมาตลอด ความเป็นอยู่ก็ถือว่าโอเคค่ะ"

อายุ 11? แต่น้องสาวหายตัวไปตอนอายุ 4 ขวบนี่นา! ถ้าเธอเป็นน้องสาวจริง ๆ แล้วช่วงเวลา 7 ปีที่หายไปนั้นเธออยู่ที่ไหน?

ลั่วอวิ๋นเช่อมีความสงสัยเต็มไปหมด แต่เขาก็กลัวว่าจะเสียมารยาทและทำให้เธอลำบากใจ จึงทำได้เพียงนั่งฝั่งตรงข้ามและจ้องมองเธอไม่วางตา

ในตอนที่ลั่วอวิ๋นเยียนถูกจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูกและแทบจะอยากเอาเท้าจิกพื้นแก้เขิน อาหารที่สั่งไว้ก็มาเสิร์ฟพอดี

ลั่วอวิ๋นเช่อตักซุปให้เธอก่อน จากนั้นก็คีบซี่โครงหมูชิ้นโตให้หลายชิ้น แล้วเขาก็สวมถุงมือเริ่มแกะเปลือกกุ้งให้เธอ

พอเธอดื่มซุปเสร็จ กุ้งที่แกะเปลือกออกจนเกลี้ยงชามหนึ่งก็ถูกดันมาวางตรงหน้า

ลั่วอวิ๋นเยียนชะงักไปครู่หนึ่ง สมองยังไม่ทันสั่งการ แต่มือกลับขยับคีบเนื้อให้ลั่วอวิ๋นเช่อไปเสียแล้ว

"ขอบคุณค่ะ พี่ก็รีบทานเถอะ"

ลั่วอวิ๋นเช่อรู้สึกตื้นตันใจจนบอกไม่ถูก เขาคีบเนื้อชิ้นนั้นเข้าปาก...

อืม...ทำไมเมื่อก่อนเขาถึงไม่เคยรู้สึกว่าหมูเปรี้ยวหวานมันอร่อยขนาดนี้มาก่อนนะ

ลั่วอวิ๋นเยียนทานค่อนข้างเร็ว แต่ท่วงท่าของเธอกลับดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยมารยาท ดูดีกว่าพวกคุณหนูตระกูลดังที่ชอบอวดอ้างตัวเองเสียอีก

หลังจากทั้งคู่ทานเสร็จ ก็ได้สั่งอาหารใส่กล่องกลับไปฝากผู้ช่วยจางแล้วเดินทางกลับไปที่โรงพยาบาล

ที่ห้องทำงานของหัวหน้าแผนก ผู้ช่วยจางที่รออยู่รีบลุกขึ้นต้อนรับทันทีที่เห็นทั้งคู่เดินเข้ามา "บอสครับ คุณ...คุณลั่ว"

เกือบหลุดปากเรียกคุณหนูใหญ่ไปแล้วสิ ช่วยไม่ได้จริง ๆ ก็ครั้งนี้คุณหนูดูเหมือนคุณนายมาก มากกว่าพวกสาวทำศัลยกรรมที่เคยแวะเวียนมาแอบอ้างก่อนหน้านี้เสียอีก หวังว่าครั้งนี้จะเป็นตัวจริง

เขายังจำคุณหนูใหญ่ตอนเด็ก ๆ ได้ เป็นเด็กน้อยตัวกลม ๆ ผิวขาวนุ่มนิ่ม พูดจาไพเราะและมีมารยาทเหมือนนางฟ้าตัวน้อย ๆ เลย

ลั่วอวิ๋นเช่อยื่นอาหารให้เขา "ไปทานข้าวเถอะ เดี๋ยวฉันรอที่นี่เอง"

"ครับบอส" ผู้ช่วยจางรับอาหารแล้วเดินเข้าไปในห้องพัก

ลั่วอวิ๋นเยียนเป็นพวกที่อิ่มแล้วจะง่วง พอเธอนั่งลงบนเก้าอี้ก็กดหมวกแก๊ปลงปิดหน้า เตรียมตัวหลับพักสายตา

เห็นแบบนั้นลั่วอวิ๋นเช่อก็ไม่อยากรบกวน เขาจึงนั่งลงเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา หัวหน้าแผนกก็ผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ลั่วอวิ๋นเช่อรีบลุกขึ้นยืนทันที "เป็นยังไงบ้าง? ผลออกมาว่าไง?"

ลั่วอวิ๋นเยียนลืมตาขึ้นและเงยหน้ามองเช่นกัน

แม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ในวินาทีนั้นเธอกลับอยากเห็นปฏิกิริยาของลั่วอวิ๋นเช่อขึ้นมา

"คุณลั่วครับ ผมว่าคุณเปิดดูด้วยตัวเองดีกว่า!" หัวหน้าแผนกยื่นซองผลการตรวจให้เขา

ลั่วอวิ๋นเช่อรีบเปิดไปที่หน้าสุดท้าย เห็นข้อความระบุว่า:ผลการตรวจ DNA มีความใกล้เคียงกันร้อยละ 97.015% ซึ่งเป็นการจับคู่ในระดับสูง สอดคล้องกับความสัมพันธ์เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา

หัวใจที่เคยหนักอึ้งได้รับการปลดปล่อย ครั้งนี้คือเรื่องจริง! น้องสาวที่ตามหามานาน 15 ปี กลับมาแล้ว!

สัญชาตญาณตอนแรกที่เห็นเธอไม่ผิดจริง ๆ! นี่คือน้องสาวแท้ ๆ ของเขา!!

ขอบตาของลั่วอวิ๋นเช่อเริ่มรื้นด้วยหยาดน้ำตา เขาพุ่งเข้าไปกอดลั่วอวิ๋นเยียนไว้แน่น

"กลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ดีแล้ว ขอบใจนะ ขอบใจที่เธอยอมกลับมา"

ลั่วอวิ๋นเยียนที่ตอนแรกกะจะผลักเขาออก แต่พอได้ยินเสียงสั่นเครือนั้น เธอก็ชะงักไปและเผลอโอบกอดเขาตอบโดยไม่รู้ตัว

หัวหน้าแผนกและผู้ช่วยจางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างก็รู้สึกตื้นตันใจไปด้วย

15 ปีแล้ว ในที่สุด...

เมื่อลั่วอวิ๋นเช่อควบคุมสติได้ เขาก็คลายอ้อมกอดออกและปาดน้ำตาที่หางตา

เขาถามด้วยความทะนุถนอม "น้อง กลับบ้านกับพี่นะ? ที่บ้านเก็บห้องนอนไว้ให้น้องเสมอ มีคนคอยทำความสะอาดทุกวัน ทุกคนต่างตั้งตารอวันที่น้องจะกลับมา"

ลั่วอวิ๋นเยียนพยักหน้า "ค่ะ"

เมื่อได้ยินคำตอบ ลั่วอวิ๋นเช่อก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาลูบหมวกแก๊ปของเธอเบา ๆ "ดีเลย เรากลับบ้านกันเถอะ"

ลั่วอวิ๋นเช่อจูงมือเธอเดินออกไปข้างนอก

ลั่วอวิ๋นเยียนก้มมองมือที่ถูกกุมไว้...ช่างเถอะ กอดก็กอดมาแล้ว จะโดนจูงมืออีกหน่อยจะเป็นไรไป

ทิ้งให้ผู้ช่วยจางกับหัวหน้าแผนกยืนมองหน้ากันไปมา พอตั้งสติได้ ผู้ช่วยจางก็รีบวิ่งตามออกไป

หน้าโรงพยาบาล ลั่วอวิ๋นเช่อกำลังจะพาเธอไปที่รถของเขา

แต่ลั่วอวิ๋นเยียนดึงแขนเขาไว้ "ฉันขับรถมาค่ะ"

"หือ? งั้นพี่ขอนั่งรถเธอไปได้ไหม?" ลั่วอวิ๋นเช่อมองเธอด้วยสายตาคาดหวัง

ลั่วอวิ๋นเยียนโยนกุญแจให้เขาทันที "พี่ขับเถอะ พี่ชำนาญทางกว่า"

"ได้ ๆ เดี๋ยวพี่ขับเอง" ลั่วอวิ๋นเช่อรับกุญแจแล้วเดินตามหลังเธอไป พลางหันกลับไปสั่งผู้ช่วยจาง

"จางอี้ นายขับรถกลับบริษัทเองนะ บ่ายนี้ฉันไม่เข้าแล้ว มีอะไรก็นายจัดการไปก่อนเลย"

ผู้ช่วยจางกัดฟันยิ้มแบบมืออาชีพ "ได้เลยครับ บอส"

เมื่อเห็นลั่วอวิ๋นเยียนหยุดเดิน ลั่วอวิ๋นเช่อก็ชะงักไป เขาก้มมองกุญแจในมือ

เอ๊ะ? อ้อ...เฮ้ย!?

"น้อง รถคันนี้..."

ลั่วอวิ๋นเยียนเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วเข้าไปนั่งโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "รถฉันเองค่ะ"

ลั่วอวิ๋นเช่อสตาร์ทรถและขับมุ่งหน้าไปยังวิลล่าตระกูลลั่ว

ระหว่างทาง เขาถามหยั่งเชิงขึ้นมาว่า "น้อง ในเมื่อผลก็ออกมาแล้ว...เธอจะยอมเรียกฉันว่าพี่ใหญ่สักคำได้ไหม?"

ลั่วอวิ๋นเยียนรู้สึกขำนิด ๆ เธอเหลือบมองเขา "พี่ใหญ่"

"โอ้! พี่อยู่นี่แล้ว!" ลั่วอวิ๋นเช่อฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่ ไม่ได้ยิ้มจนแก้มปริขนาดนี้มาตั้งกี่ปีแล้วเนี่ย

น้องสาวกลับมาเจอเขาเป็นคนแรก! แถมยังเรียกเขาเป็นคนแรกด้วย!

ลั่วอวิ๋นเยียนรู้สึกเอือมระอานิดหน่อย...

สุขุมเยือกเย็น? มาดนิ่งเข้าถึงยาก? ยมทูตแห่งวงการธุรกิจ?

ตระกูลลั่วเติบโตขึ้นหลายเท่าตัวหลังจากเขาเข้ามารับช่วงต่อจริง ๆ น่ะเหรอ?

ข่าวลือพวกนั้นหลอกลวงหรือเปล่า? นี่มันคนซื่อบื้อชัด ๆ เธอเริ่มสงสัยในประสิทธิภาพของเครือข่ายข้อมูลตัวเองแล้วว่า ข้อมูลบุคลิกภาพนี่มันคลาดเคลื่อนไปไกลขนาดนี้ได้ยังไง

"น้อง เรื่องที่เธอกลับมาพี่ยังไม่ได้บอกคนที่บ้าน กะว่าจะไปเซอร์ไพรส์น่ะ พอดีเลย ช่วงนี้เจ้าสองกับเจ้าสามก็อยู่บ้านด้วย"

นี่คือความจริง ลั่วอวิ๋นเช่อคิดมาตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าเป็นน้องสาวตัวจริงเขาก็จะให้ทุกคนประหลาดใจ แต่ถ้าไม่ใช่ คนที่ผิดหวังก็จะมีแค่เขาคนเดียว

ตอนติดไฟแดง ลั่วอวิ๋นเช่อหันมาถามต่อ "จริงด้วย ตอนมื้อเที่ยงเธอบอกว่าหลังอายุ 11 อยู่ต่างประเทศ เธอถูกรับเลี้ยงไปเหรอ?"

"ก็ทำนองนั้นค่ะ"

ตาแก่นั่นก็จู้จี้จุกจิกเหมือนแม่ไม่มีผิด แม่ที่จู้จี้ก็คือแม่เหมือนกัน งั้นก็ถือว่าเป็นแม่บุญธรรมได้ละมั้ง?

"พวกเขาดีกับเธอไหม?"

ลั่วอวิ๋นเยียนพยักหน้า "ก็ดีค่ะ ไม่ลำบากเรื่องกินเรื่องอยู่"

"แล้ว 7 ปีก่อนหน้านั้นล่ะ? เธออยู่ในประเทศหรือเปล่า? แต่ตอนนั้นเราพลิกแผ่นดินหาตามสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศก็ไม่เจอวี่แววของเธอเลย" ลั่วอวิ๋นเช่อถามต่อ

ลั่วอวิ๋นเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง "ไม่ทราบค่ะ ตอนนั้นฉันความจำเสื่อม จำได้แค่ชื่อตัวเอง"

ความทรงจำก่อน 4 ขวบหายไปจริง ๆ เธอไม่ได้โกหก

ส่วนช่วง 7 ปีนั้น...มันผ่านไปแล้ว คนคนนั้นก็ตายไปจนเปื่อยแล้ว ไม่มีอะไรน่าพูดถึง พูดไปก็ต้องถูกซักไซ้ต่อเปล่า ๆ น่ารำคาญ

"ไม่เป็นไรหรอก กลับมาก็ดีแล้ว ต่อไปครอบครัวเราจะมีความทรงจำดี ๆ ร่วมกันอีกมากมาย" ลั่วอวิ๋นเช่อฟังแล้วรู้สึกปวดใจ เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบา ๆ

น้องสาวต้องประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่ ๆ ถึงได้เสียความทรงจำไปในช่วงที่พวกเขาไม่รู้

ทั้งที่เธอควรจะเป็นเจ้าหญิงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมโดยตระกูลลั่วและตระกูลซู แต่กลับต้องเร่ร่อนอยู่ข้างนอกถึง 15 ปี

โชคดีที่ภายหลังได้พบคนใจดีรับเลี้ยงจนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ และเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี ลั่วอวิ๋นเช่อรู้สึกขอบคุณคนเหล่านั้นจริง ๆ

ณ วิลล่าตระกูลลั่ว

ลั่วเฉินเฟิงและภรรยา พร้อมด้วยลูกชายคนที่รอง ลั่วอวิ๋นซี และคนที่สาม ลั่วอวิ๋นอี้ กำลังนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก

"พ่อ แม่ พี่ใหญ่เรียกเรามารวมตัวกันที่นี่หมายความว่าไงเนี่ย? ผมยังเล่นเกมไม่จบเลย!" ลั่วอวิ๋นซีโวยวายขณะที่นิ้วยังกดรัวบนหน้าจอโทรศัพท์

ลั่วอวิ๋นอี้เงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าทำโจทย์ในสมุดต่อ

"พี่เขาเรียกมาก็คงมีเหตุผลของเขานั่นแหละ ส่วนแก นาน ๆ จะกลับบ้านที เอาแต่เล่นเกมไม่ก็นอน" ซูหว่านหรูพูดอย่างเอือมระอา

ลั่วอวิ๋นซีรีบหุบปากทันที ไม่กล้าเถียง เพราะเถียงไปก็แพ้

เมื่อถึงหน้าวิลล่า ลั่วอวิ๋นเช่อก็จูงมือลั่วอวิ๋นเยียนเดินเข้าไปข้างใน

พ่อบ้านจางได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถจึงเดินออกมาดู

แวบแรก...คุณชายใหญ่จูงมือเด็กสาวมาคนหนึ่ง?! ไม่เห็นบอกเลยว่าวันนี้จะพาแฟนมาเปิดตัว! แล้วหน้าดุ ๆ แบบคุณชายเนี่ยนะจะมีแฟนได้?!

แวบที่สอง...พอเห็นหน้าเด็กสาวชัด ๆ เขาก็ถึงกับยืนอึ้ง

"คุณชายใหญ่ นี่คือ..."

ลั่วอวิ๋นเช่อพยักหน้าเล็กน้อย แล้วหันไปมองลั่วอวิ๋นเยียน "น้อง นี่ลุงจาง"

"สวัสดีค่ะลุงจาง" ลั่วอวิ๋นเยียนทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ

ลุงจางอดน้ำตาซึมไม่ได้ "โอ้...สวัสดีครับคุณหนูใหญ่ ผมจะรีบเข้าไปบอก..."

"อย่าเพิ่งครับลุงจาง พวกเรากะจะเซอร์ไพรส์พ่อกับแม่น่ะ" ลั่วอวิ๋นเช่อรีบห้าม พลางยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก

ลุงจางรีบพยักหน้า "ได้ๆๆ ผมไม่บอกครับ รีบเข้าไปเถอะครับ"

ลั่วอวิ๋นเช่อพาทั้งลั่วอวิ๋นเยียนเดินเข้าห้องรับแขกไป

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ทั้งสี่คนบนโซฟาก็เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน

ในตอนนั้น ปฏิกิริยาทางใจของทุกคนเหมือนกับลุงจางไม่มีผิดเพี้ยน และทันทีที่เห็นใบหน้าของลั่วอวิ๋นเยียนชัด ๆ ซูหว่านหรูถึงกับกระโดดลงจากโซฟา วิ่งเท้าเปล่าตรงเข้าไปหาลั่วอวิ๋นเยียนทันที

สามพ่อลูกก็รีบก้าวตามไป ลั่วเฉินเฟิงไม่ลืมหยิบรองเท้าสลิปเปอร์ของภรรยาติดมือไปด้วย

เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าลั่วอวิ๋นเยียน ทุกคนต่างทำตัวไม่ถูกเหมือนเด็ก ๆ พลางมองลั่วอวิ๋นเช่ออย่างสงสัย

เมื่อเห็นลั่วอวิ๋นเช่อพยักหน้ายืนยัน ซูหว่านหรูก็กลั้นไว้ไม่อยู่ เธอโผเข้ากอดลั่วอวิ๋นเยียนและร้องไห้ออกมา

"น้อง! ลูกสาวของแม่!"

"ขอโทษนะ...ที่ปล่อยให้ลูกต้องลำบากข้างนอกตั้งหลายปี เป็นความผิดของแม่เอง แม่ไม่ได้ทิ้งลูกนะ...แม่ตามหาลูกมาตลอด...แต่หาไม่เจอ ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษนะลูก..."

ซูหว่านหรูร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง

ลั่วอวิ๋นเยียนตัวแข็งทื่อ เธอส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางลั่วอวิ๋นเช่อ

แต่ปรากฏว่าพี่ชายตัวดีนอกจากจะไม่ช่วยแก้สถานการณ์แล้ว ยังมองมาด้วยสายตาให้กำลังใจพลางยิ้มเสียอย่างนั้น

เอาเถอะ สุดท้ายก็ต้องพึ่งตัวเอง

แต่ปัญหาคือ...เธอถนัดแต่การฆ่าคน เธอปลอบคนไม่เป็น!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel