บทที่ 11 ชกต่อยมันไม่ดีนะ
พูดจบ ไอ้ขี้เมาก็ยื่นมือหมายจะลูบไล้ใบหน้าของลั่วอวิ๋นเยียน แต่ยังไม่ทันจะได้แตะสมใจ ก็ถูกเธอคว้ามือเอาไว้แน่น
ลั่วอวิ๋นเยียนช้อนตาขึ้น จ้องมองไอ้ขี้เมาคนนั้นตาไม่กะพริบ
ไอ้ขี้เมาถูกสายตาเย็นชาคู่นั้นจ้องจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูดขู่ขวัญตัวเอง ก็ถูกลั่วอวิ๋นเยียนบิดมือไปข้างหลังอย่างแรง
“อ๊าก! ยัยเด็กบ้า กล้าดียังไงมาเล่นตัวกับฉัน! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?! ฉันคือจางหมิง ผู้จัดการทั่วไปของสตาร์มูนเอนเตอร์เทนเมนต์นะเว้ย! เคยได้ยินชื่อบริษัทไหม?!
ฉันถูกใจเธอมันถือเป็นวาสนาของเธอแล้ว!” ไอ้ขี้เมาตะโกนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายบิดเบี้ยวไปตามแรงดัดมือ
ลั่วอวิ๋นเยียนปล่อยมือ ผู้จัดการบริษัทบันเทิงงั้นเหรอ? บริษัทประเภทที่ไม่อัปเดตข่าวสารในเน็ตเลยหรือไง?
จางหมิงนึกว่าเธอขยาดจนยอมแพ้ จึงยืดตัวขึ้นตรง “กลัวแล้วล่ะสิ? ฉันจะบอกให้ ถ้าเธอยอมตามใจฉันดี ๆ ไม่แน่ถ้าฉันอารมณ์ดี อาจจะดันเธอเข้าวงการบันเทิงไปเป็นดาราแถวหน้าเลยก็ได้นะ”
“สตาร์มูนเอนเตอร์เทนเมนต์? คืออะไรเหรอ? ฉันไม่เห็นจะรู้จักเลยค่า~” ลั่วอวิ๋นเยียนแสยะยิ้มที่ดูน่าขนลุก ก่อนจะกดหัวมันที่เต็มไปด้วยเจลแต่งผมกระแทกเข้ากับกำแพงเต็มแรง
จางหมิงรู้สึกเหมือนมีดาวหมุนเคว้งอยู่ในหัว “แก! แกรนหาที่ตาย! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
“อ๋อ ได้สิ” พูดจบ ลั่วอวิ๋นเยียนก็แถมให้อีก ‘ปัง ปัง ปัง’ ต่อเนื่องกัน
“โอ๊ย! เจ็บๆๆ! ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้ว! ปล่อยผมไปเถอะ!”จางหมิงเข่าอ่อน ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นข้างกำแพง
ลั่วอวิ๋นเยียนโน้มตัวลง เอาเจลเหนียว ๆ ที่ติดมือเธอไปเช็ดกับเสื้อของจางหมิง แล้วถามขึ้นโดยไม่หันไปมอง “ดูพอหรือยังคะ?”
“หึ สาวน้อย...การชกต่อยมันไม่ดีนะ” เสียงทุ้มต่ำปนหยอกล้อของชายหนุ่มดังมาจากทางด้านหลัง
ลั่วอวิ๋นเยียนหันไปมอง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะตาโตด้วยความเซอร์ไพรส์ ตรงมุมกำแพงมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ อายุประมาณ 24-25 ปี ผมเซตเปิดหน้าผากอย่างเป็นระเบียบ
เครื่องหน้าคมเข้มมีมิติ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นแม้จะมองแค่สุนัขสักตัวก็ยังดูหวานลึกซึ้ง และตอนนี้เขากำลังมองเธอด้วยสายตาระยิบระยับ
สายตาเธอเลื่อนลงต่ำไปที่ข้อมือ สร้อยประคำสีดำช่วยขับให้มือของเขาดูขาวสะอาดและเรียวยาว
บอกได้เลยว่า ผู้ชายคนนี้คือสเปกเธอร้อยเปอร์เซ็นต์
ช่วงขาขนาดนี้ เอวขนาดนี้...โคตรจะโดนใจ!
กู้สือหลินเห็น ‘เจ้าก้อนนุ่ม’ ตัวน้อยกำลังสำรวจเขาด้วยสายตาที่ดูจะร้อนแรงไปนิด? เขาจึงก้าวขาเดินเข้าไปหาเธอ
ลั่วอวิ๋นเยียนกำลังจะอ้าปากพูด แต่จางหมิงที่นอนแหมะอยู่บนพื้นเหมือนเจอผู้ช่วยชีวิต เขารีบคลานเข้าไปหาชายหนุ่มทันที
“ประธานกู้! ประธานกู้ช่วยผมด้วย! ผมจางหมิง ผู้จัดการฝ่ายขายของสตาร์มูนครับ ผมเห็นว่าน้องเขาแววดี เลยแค่อยากถามว่าสนใจเข้าวงการไหม แต่จู่ ๆ เธอก็ลงมือทำร้ายผม
ประธานต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะครับ!”
ตระกูลกู้? ตระกูลกู้ที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกับตระกูลลั่วน่ะเหรอ?
เธอนึกถึง ‘พี่กู้’ ที่พี่รองชอบพูดถึง และคลับคอเม็ตแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นของเขาด้วย น่าสนใจแฮะ
ลั่วอวิ๋นเยียนเลิกคิ้ว ยืนพิงกำแพงดูเหตุการณ์เงียบ ๆ โดยไม่ตอบโต้
กู้สือหลินไม่ได้ชายตามองก้อนเนื้ออัปลักษณ์บนพื้นแม้แต่นิดเดียว เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าสูทแล้วส่งให้ลั่วอวิ๋นเยียน
“คราวหลังอย่าลงมือเองเลยครับ เดี๋ยวมือจะเปื้อนเปล่า ๆ”
“นี่คุณกำลังจะแก้ตัวแทนลูกน้องเหรอคะ?” ลั่วอวิ๋นเยียนมองผ้าเช็ดหน้าแต่ไม่รับ
กู้สือหลินหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู ยัยคนนี้เข้าใจผิดเก่งจริง ๆ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
“ตามคนขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้าสองคน แล้วก็ผู้จัดการฝ่ายขายชื่อจางหมิงในสตาร์มูน...ไล่ออกซะ บอกต่อ ๆ กันไปด้วยว่าใครกล้าจ้างคนคนนี้ ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับตระกูลกู้และตระกูลลั่ว”
หืม? เขารู้จักเธอด้วยเหรอเนี่ย?
“นี่สุดหล่อ คุณนี่ไม่แฟร์เลยนะ ทำไมต้องเอาตระกูลลั่วของฉันไปเอี่ยวด้วยล่ะ?” ลั่วอวิ๋นเยียนยิ้มมุมปาก
สุดหล่อ? กู้สือหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ยัยก้อนนุ่มคนนี้เป็นพวกชอบคนหน้าตาดีสินะ?
ดูเหมือนใบหน้าของเขาจะมีประโยชน์อยู่บ้างแฮะ
“ผมชื่อกู้สือหลินครับ”
เอ้า? เถียงกันอยู่ดี ๆ ไหงมาแนะนำตัวซะงั้น?
“ลั่วอวิ๋นเยียนค่ะ”
กู้สือหลินยื่นผ้าเช็ดหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด “ก็ผมกลัวว่าลำพังหน้าตาตระกูลกู้อาจจะไม่พอ เลยอยากขอยืมบารมีของคุณหนูลั่วหน่อยไงครับ ว่าแต่...วิธีจัดการของผม คุณหนูลั่วพอใจไหม?”
“อืม...ก็งั้น ๆ แหละค่ะ แต่ตอนนี้ฉันเจ็บมือจัง ต่อยจนเหนื่อย ไม่มีแรงเช็ดเองแล้ว สุดหล่อช่วยเช็ดให้หน่อยได้ไหมคะ?” ลั่วอวิ๋นเยียนกางมือทั้งสองข้างออกมาตรงหน้าเขา
ได้ยินดังนั้น กู้สือหลินก็อึ้งไปครู่หนึ่ง “คุณหนูลั่วครับ แบบนี้มันดูจะไม่ค่อยเหมาะนะ”
“อ๋อ งั้นไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันหายเหนื่อยค่อยไปล้างเอง” พูดจบเธอก็ทำท่าจะชักมือกลับ
กู้สือหลินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้ามือเธอไว้ แล้วค่อย ๆ บรรจงเช็ดนิ้วแต่ละนิ้วให้เธออย่างละเอียด
นิ้วของหญิงสาวเรียวสวยและนุ่มนิ่ม เพียงแต่ดูผอมบางไปนิด คงต้องขุนให้กินเยอะกว่านี้หน่อย
ถึงตอนนี้ จางหมิงถ้ายังไม่เข้าใจก็คงเป็นไอ้โง่เต็มทนแล้ว!
เมื่อกี้เขาจำไม่ได้จริง ๆ! ลูกน้องเคยบอกว่าตระกูลลั่วรับตัวลูกสาวกลับมาแล้ว แต่เขาไม่ได้ดูข่าวในโซเชียลเลย ใครจะไปเช็คข่าวดาราตอนเวลาทำงานกันล่ะ!
แล้วที่สำคัญ คุณหนูตระกูลใหญ่ที่ไหนจะใส่ชุดโนเนมเหมือนของตามตลาดนัดแบบนี้ล่ะวะ! ซวยจริง ๆ!
ลั่วอวิ๋นเยียน:แกนั่นแหละใส่ชุดตลาดนัด ทั้งบ้านเลย! ชุดสั่งตัดพิเศษราคา 3 แสนของฉัน กลายเป็นของโนเนมในสายตาแกไปได้ยังไง?!
“คุณหนูลั่ว ผมมีตาหามีแววไม่! ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะครับ ทั้งหมดมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด เข้าใจผิดจริง ๆ!”
จางหมิงหันไปหาลั่วอวิ๋นเยียน แถมยังพยายามจะคว้าขาเธอไว้ แต่ถูกกู้สือหลินเตะกระเด็นออกไป “หุบปาก”
จางหมิงเงียบกริบทันที เขาอยากจะขอร้องก็จริง แต่ถ้าขืนไม่ยอมหุบปากตอนนี้ ชาตินี้เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เปิดปากพูดอีกเลยก็ได้
ลั่วอวิ๋นเยียนเกลี่ยฝ่ามือเขาเบา ๆ “น่าจะสะอาดแล้วมั้งคะ เช็ดนานกว่านี้ขี้ไคลคงหลุดออกมาด้วยแล้วล่ะ”
ความรู้สึกคันยิบ ๆ ที่ฝ่ามือจากการถูกเธอสัมผัส ทำให้กู้สือหลินปล่อยมือเธออย่างนึกเสียดายเล็กน้อย
“เดี๋ยวถ้ามีเว...”
“เยียนเยียน? ทำไมยังยืนอยู่ข้างนอกล่ะ?” เสียงของลั่วอวิ๋นอี้ขัดจังหวะคำพูดของกู้สือหลิน
ลั่วอวิ๋นเยียนเดินเข้าไปหา “พี่อี้คะ เห็นคนโดนรังแกน่ะค่ะ เลยกำลังสอนเขาอยู่ว่าการชกต่อยมันไม่ดี”
กู้สือหลินได้ยินดังนั้นก็ลอบยิ้มมุมปาก นี่ไม่ใช่ยัยก้อนนุ่มแล้ว แต่นี่มันจิ้งจอกน้อยชัด ๆ
“พี่กู้...ขอโทษด้วยครับ น้องสาวผมอาจจะเข้าใจผิดไป” ลั่วอวิ๋นอี้เห็นหน้าชายหนุ่มชัด ๆ ก็ชะงักไป
กู้สือหลินยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากที่ทำเธอตกใจ เย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันไหม? ถือว่าผมเลี้ยงขอโทษแล้วกัน”
“ไม่เป็นไรครับพี่กู้ เดี๋ยวพวกผมต้องไปรับเสี่ยวจิ่นเลิกเรียน แล้วกลับไปทานข้าวที่บ้านใหญ่ด้วยกัน” ลั่วอวิ๋นอี้ดึงตัวลั่วอวิ๋นเยียนไปไว้ข้างหลังอย่างระแวดระวัง
กู้สือหลินทำสีหน้าเสียดายเล็กน้อย “โอเคครับ งั้นไว้วันหลังค่อยนัดกันใหม่”
“งั้นพี่กู้ พวกผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบ ลั่วอวิ๋นอี้ก็ลากน้องสาวเดินจากไปทันทีโดยไม่รอคำตอบ
ลั่วอวิ๋นเยียนหันหลังกลับมา โบกมือให้กู้สือหลิน แถมยังขยิบตาโปรยเสน่ห์ให้อีกที
หึ ยัยก้อนนุ่มตัวแสบ ใจดำจังนะ
พอพี่น้องตระกูลลั่วเดินเข้าห้องรับรองไปแล้ว กลิ่นอายรอบตัวกู้สือหลินก็เปลี่ยนไปทันที เขาปรายตามองคนที่นอนอยู่บนพื้น “ลากออกไป”
รปภ.สองคนที่ยืนดูเจ้านายตัวเองเช็ดมือให้ผู้หญิงอยู่นานสองนาน ในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบลากตัวจางหมิงออกไปทันที
กู้สือหลินลูบผ้าเช็ดหน้าในมือเบา ๆ ราวกับกำลังใช้ความคิด ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องทำงานของเขาบนชั้นดาดฟ้า
ฉู่โม่เซวียนที่กำลังปวดหัวกับกองเอกสาร เห็นคนเดินเข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญ
“พี่ ในที่สุดก็กลับมาสักที! มีใครออกไปสูบบุหรี่เป็นชั่วโมงแบบนี้บ้าง?! ที่ไหนก็สูบได้ปะ หรือว่าพี่แอบขับรถกลับไปสูบที่บ้านมา?”
“น้องชายนายเลิกเรียนกี่โมง?” กู้สือหลินไม่ตอบคำถาม แต่เดินไปนั่งที่โซฟาแทน