บท
ตั้งค่า

บทที่ 10 เจอไอ้ขี้เมา

ลั่วอวิ๋นเยียนโอนอ่อนตามใจเขา เธอเดินเข้าไปควงแขนคุณปู่ “ได้ค่ะ งั้นคราวหน้าหนูจะออมมือให้คุณปู่แล้วกันนะ”

“เหอะ! ตาแก่อย่างปู่ไม่ต้องให้ใครมาออมมือให้หรอก! เมื่อกี้ปู่แค่ดูไม่ละเอียด วางแผนพลาดไปหน่อยต่างหาก” คุณปู่ลั่วยังปากแข็ง

“ค่ะ ๆ หนูแค่มือดีเฉย ๆ เองค่ะ”

ปู่หลานเดินผลักประตูห้องทำงานเตรียมจะลงไปข้างล่าง ก็พอดีกับที่ลั่วอวิ๋นเช่อเดินสวนขึ้นมา “คุณปู่ เยียนเยียน ได้เวลาทานข้าวแล้วครับ”

“มาแล้วค่ะพี่ใหญ่”

คุณปู่ลั่วตบหลังมือเธอเบา ๆ “วันหลังถ้าว่าง ก็พาทายาทตระกูลเจียงคนนั้นมานั่งเล่นที่บ้านบ้างนะ”

“ได้ค่ะ แล้วหนูยังมีเพื่อนสนิทอีกคนชื่อเจี่ยงอี้หนิง พวกเราอยู่ด้วยกันมาตลอดหลายปีนี้ แต่ช่วงนี้เธออยู่ต่างประเทศ ไว้เธอกลับมาเมื่อไรหนูจะพามาด้วยนะคะ”

“ฮ่าๆๆ ดี ๆ ต่อไปก็ถือว่าเป็นลูกหลานตระกูลลั่วเราทั้งหมดนั่นแหละ”

ปู่หลานเดินคุยกันอย่างกะหนุงกะหนิงลงไปข้างล่าง ทิ้งให้ลั่วอวิ๋นเช่อเดินตามหลังอยู่คนเดียว ดูแล้วโดดเดี่ยวไม่น้อย

ลั่วอวิ๋นเช่อ:ดอกไม้ในบ้านไม่หอมเท่าดอกไม้ป่าเหรอ? หลานในไส้สู้หลานนอกคอกไม่ได้งั้นสิ?

หลังมื้อเที่ยง พี่ชายผู้พึ่งพาได้ทั้งสองคนต่างก็มีธุระด่วนจึงขอตัวกลับก่อน

พวกผู้ใหญ่ถ้าไม่นอนกลางวันก็ออกไปทำงาน เหลือเพียงสามพี่น้องตระกูลลั่วที่นั่งแกร่วกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

ลั่วอวิ๋นซีที่นอนหมดสภาพอยู่บนโซฟาก็ดีดตัวขึ้นมาเหมือนผีเข้า “ออกไปเที่ยวกันดีไหม?”

ลั่วอวิ๋นเยียนกับลั่วอวิ๋นอี้เงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำธุระของตัวเองต่อ

“เฮ้! พวกเธอหมายความว่ายังไง? พี่รองของพวกเธอได้ฉายาว่า'เจ้าถิ่นแห่งปักกิ่ง' เลยนะ ดูถูกกันเหรอ?”

ลั่วอวิ๋นอี้แค่นหัวเราะ “ไปกับพี่จะมีอะไรสนุก? ไปนับเหรอว่าตั้งแต่ก้าวออกจากบ้านจนกลับถึงบ้าน เจอกล้องถ่ายไปกี่ตัว?”

“ชิ! ฉันพรางตัวเก่งจะตาย! เราไปที่ร่ม ๆ ก็ได้นี่? ไปคลับคอเม็ตกันไหม ที่นั่นของพี่กู้มีความเป็นส่วนตัวสูง” ลั่วอวิ๋นซีตบหน้าขาตัวเองฉาดใหญ่

ลั่วอวิ๋นอี้หันไปมองน้องสาว “ถ้าเยียนเยียนไป ผมก็ไป”

ดังนั้น คุณชายรองลั่วจึงพนมมืออ้อนวอนลั่วอวิ๋นเยียน “เยียนเยียน ถ้าพี่รองไม่ได้ออกไปเที่ยวบ้าง ตัวพี่คงขึ้นราแน่ ๆ”

ลั่วอวิ๋นเยียนจำต้องพยักหน้าตกลง “งั้นก็ไปค่ะ”

“เยส! ออกเดินทาง!” ลั่วอวิ๋นซีควงแขนน้องทั้งสองคนคนละข้างเดินออกไป

เนื่องจากลั่วอวิ๋นซีไม่อยากขับรถเอง จึงให้คนขับรถไปส่งแทน

เมื่อถึงคลับคอเม็ต

ลั่วอวิ๋นซีสวมหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดด พรางตัวจนมิดชิดเหมือนมัมมี่ แล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปข้างในอย่างมีพิรุธ

ถ้าไม่ใช่เพราะผู้จัดการฝ่ายต้อนรับชินกับสไตล์การแต่งตัวแบบนี้ของเขาแล้วล่ะก็ คงสั่งให้รปภ.โยนตัวออกไปตั้งนานแล้ว

“คุณชายรอง วันนี้ยังรับเหมือนเดิมไหมครับ?” ผู้จัดการรีบกวาดพนักงานคนอื่นออกไปแล้วเข้ามาต้อนรับเอง

ลั่วอวิ๋นซีพยักหน้าเล็กน้อย “วันนี้มากันแค่สามคน คุณจัดมาเลยแล้วกัน แต่อย่าเอาเหล้ามานะ”

เมื่อพี่น้องอีกสองคนเดินเข้ามาในห้องโถง ผู้จัดการตาไวก็จำได้ทันที

“นี่คงเป็นคุณชายสามกับคุณหนูใหญ่ตระกูลลั่วสินะครับ? ทุกท่านหน้าตาถอดแบบกันมาเลย วางใจได้ครับ เดี๋ยวผมรีบจัดการให้”

เดี๋ยวนะ เราเป็นแฝดคนละฝา แล้วพี่ชายก็คนละท้องด้วย หน้าเหมือนกันตรงไหน?!

ลั่วอวิ๋นเยียนพยักหน้าอย่างสงบนิ่งก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ไป

ทันทีที่เข้าถึงห้องวีไอพี ลั่วอวิ๋นซีก็คว้าไมโครโฟนขึ้นมา “เยียนเยียน ยังไม่เคยฟังพี่รองร้องเพลงใช่ไหม? เดี๋ยวพี่ร้องให้ฟังนะ!”

ลั่วอวิ๋นอี้ที่อยู่ข้างๆ พยายามส่ายหน้าโบกมือห้ามแต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง พอพูดจบ ลั่วอวิ๋นซีก็เริ่มแผดเสียงทันที

ไม่มีใครเคยบอกเธอเลยเหรอ ว่าพี่ชายที่เป็นซูเปอร์สตาร์คนนี้เก่งแค่เรื่องการแสดง! ร้องเพี้ยนยังพอว่า แต่ไปเลือกเพลงที่ต้องใช้เสียงสูงปรี๊ดเนี่ยนะ หมายความว่ายังไง?

ลั่วอวิ๋นอี้เริ่มดึงทิชชูออกมาม้วนเป็นแท่งยาว ๆ แล้วยื่นให้น้องสาว

สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างอ่อนใจ ก่อนจะยัดทิชชูเข้าหูพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

พอเขาร้องจบและหันกลับมา ทั้งคู่ก็ดึงทิชชูออกพร้อมกันอีกครั้ง

“เป็นไงเยียนเยียน? พี่รองร้องเพลงเพราะใช่ไหมล่ะ?” ลั่วอวิ๋นซียังคงรู้สึกดีกับตัวเองสุด ๆ จนน่าหมั่นไส้

ลั่วอวิ๋นเยียนมีสีหน้ากระอักกระอ่วนแวบหนึ่ง “ร้องดีมากค่ะ แต่คราวหน้าไม่ต้องร้องแล้วนะคะ”

“ทำไมล่ะ? ไม่ชอบเหรอ? งั้นคราวหน้าพี่ร้องเพลงของเจย์ โจวให้ฟังเอาไหม? ยังจำได้เธอเคยบอกว่าบ้าน~...”

“ไม่ใช่ค่ะพี่รอง คือหนูแค่กังวลว่าคนห้องข้าง ๆ จะได้ยิน ความสุขของเราอาจจะไปรบกวนเขาน่ะค่ะ” ลั่วอวิ๋นเยียนรีบขัดจังหวะ

ลั่วอวิ๋นซีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร ห้องที่นี่เก็บเสียงดีมาก ไม่มีปัญหา”

กำลังจะพูดอะไรต่อ โทรศัพท์ของลั่วอวิ๋นเยียนก็ดังขึ้น เธอเหลือบมองชื่อผู้โทรแล้วลุกขึ้น “หนูขอออกไปรับสายแป๊บหนึ่งนะ”

ลั่วอวิ๋นเยียนเดินออกมาข้างนอก เธอก็เข้าสู่โหมดสุขุมและดูอันตราย ต่างจากภาพลักษณ์ลูกสาวแสนดีต่อหน้าครอบครัวลิบลับ

ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไรมา เธอแสยะยิ้มบาง ๆ “ข่าวไวดีนี่ แอบสะกดรอยตามฉันเหรอ?”

“ช่วงนี้ไม่ว่าง ไว้หลังงานเลี้ยงต้อนรับฉันกลับมาค่อยว่ากัน”

“ยังไม่กำหนดวันแน่นอน ไม่รู้ว่าวันที่เท่าไร แต่เร็ว ๆ นี้แหละ”

“รับทราบ เดี๋ยวจะส่งการ์ดเชิญไปให้ แต่ทางที่ดีคุณอย่ามาจะดีกว่า”

“พอละ แค่นี้ก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกัน”

หลังจากวางสาย ลั่วอวิ๋นเยียนก็หันหลังเดินกลับห้อง

แต่ในขณะที่เดินผ่านห้องห้องหนึ่ง ก็มีไอ้ขี้เมาคนหนึ่งเดินโซซัดโซเซออกมา

กระดุมเสื้อเชิ้ตของมันแทบจะปริแตกเพราะพุงกะทิ มันเดินโอนเอนมาขวางทางตรงทางเดิน

พอเห็นลั่วอวิ๋นเยียน ตาที่หยีจนแทบปิดของมันก็เบิกกว้างขึ้นมานิดหนึ่ง

“โอ้ แม่สาวน้อยมาจากไหนเนี่ย? ถูกเสี่ยทิ้งมาเหรอจ๊ะ? สนใจมาซบอกพี่ชายคนนี้แทนไหมจ๊ะ~”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel