บท
ตั้งค่า

8. เด็ดขาด

“เดี๋ยวๆ ฉันไม่ได้แรดขนาดนั้นนะแก รุกบ้ารุกบออะไรของแกยัยชงโค อีตานั่นก็ไม่ได้เหมือนภาพฝันที่ฉันคิดเลยสักนิดเลย ทั้งขี้เก๊ก ปากหมา มั่นหน้า โอ้ย แค่เจอวันเดียวฉันก็อยากจะบ้าตายแล้ว” ปารารินพูดบอกไปแบบไม่เอาอีกแล้ว เธอจะไม่มีวันกลับไปปลาบปลื้มหลงชอบอะไรในตัวไอ้หมอนั่นอีก

“แน่ใจเหรอยะ ว่าความหล่อความล่ำของเขาไม่สะกิดใจแข็งๆของแกให้ละลายได้เลยเหรอ ” พีชญาพูดแซวเพื่อนสาวออกไปแล้วยิ้มแบบกรุ้มกริ่ม

“ยัยพีช แกเห็นฉันเป็นผู้หญิงที่จะมองแค่ความหล่อหรือไงยะ” ปารารินพูดแล้วทำหน้าบึ้งออกไปแบบไม่ยอมรับว่าเธอก็แอบมีความหวั่นไหวจริงๆ

“ฮ่าๆ ใช่ ไม่งั้นแกไม่หลงชอบเขามาตั้งหลายปีทั้งๆที่ไม่เคยเจอเขาตัวจริงๆแบบนี้หรอก เป็นฉันนะเจอตัวจริงๆแบบนี้แล้ว ฉันไม่ปล่อยให้พลาดหรอก อุตส่าห์แอบชอบมาตั้งนาน มันต้องลองดูสักตั้งอ่ะ” พีชญาพูดออกไปตามตรง เพราะเห็นว่าเพื่อนสาวชอบผู้ชายคนนี้มานาน เธอก็เลยอยากเชียร์สักหน่อยเพื่อนของเธอจะได้ไม่ต้องเป็นความมโนไปวันๆ

“จริงแก ยิ่งสวยๆแซ่บๆอย่างแกนะยัยปราง ทำให้ผู้ชายชอบได้ไม่ยากหรอก ทำไมแกไม่ลองดูอ่ะ” ชงโคพูดเสริมออกไปอีกคน

“เฮ้อ พวกแกนี่ชักจะไปกันใหญ่ ชอบทำให้ฉันมีความมั่นหน้ามั่นโหนก ไม่ลงไม่ลองอะไรสักอย่างนั่นแหละ ฉันจะกลับแล้ว คุยกับพวกแกแล้วยิ่งทำให้แนประสาท” ปารารินพูดไปก็รีบลุกขึ้นแล้วเอามือไปคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองทันที

“แม๋ ทีแบบนี้ละหนีเชียวนะยะ แล้วพวกฉันจะคอยดูว่าแกจะปากแข็งไปได้สักเท่าไหร่ ฮ่าๆ” พีชญาพูดไปก็หัวเราะใส่เพื่อนสาวที่พอถูกแซวเข้าหน่อยก็จะหนีกลับอยู่ท่าเดียว

“เชิญพวกแกมโนกันต่อไปเถอะย่ะ ฉันกลับแล้ว” ปารารินพูดบอกไปก็รีบเดินออกไปทันที เพราะไม่อยากถูกเพื่อนสาวทำให้ลังเลใจอีกแล้ว ในเมื่อเธอเลิกชอบเขาไปแล้ว เธอก็ต้องทำต่อไปสิ เพราะเอาจริงๆตัวจริงเขานอกจากหน้าตาและรูปร่างนายแบบของเขา มันก็ไม่ได้น่าพิศสวาทเท่าไหร่นัก

ด้านภารัณที่กลับมาบ้านในช่วงหัวค่ำก็มานั่งคิดเกี่ยวกับเรื่องในวันนี้ เพราะคำพูดของปารารินที่บอกเขาว่าปิ่นแก้วอาจจะยังมีใจให้กับเขาอยู่นั้น มันยังคงติดอยู่ในหัวของเขาอยู่และมันก็ทำให้เขารู้สึกอยากจะได้เธอกลับคืนมาจากนายศิลา

“ตาภามอยู่นี่เอง แม่ตามหาเราเราให้วุ่นเลย รู้ไหมว่าวันนี้แม่ไปสมาคมมาแล้วแม่เจออะไร” นภาพรแม่ของภารัณเอ่ยพูดออกไปก่อนจะมานั่งตรงหน้าของลูกชายด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“เจออะไรเหรอครับคุณแม่” ภารัณถามออกไปแล้วมองหน้าของแม่ตัวเองอย่างสงสัยที่ดูเหมือนจะไม่พอใจอะไรสักอย่าง

“ก็คุณหญิงรัศมี แม่ของนายศิลาที่เป็นคู่หมั้นของแฟนเก่าเราไง มาพูดข่มแม่ว่าหนูปิ่นดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ เฮ้อ นี่ถ้าลูกแม่ไม่เลิกกับหนูปิ่นไป คิดเหรอว่าลูกนางจะได้หนูปิ่นไปน่ะ พูดแล้วแม่ก็เจ็บใจจริงๆเลย” นภาพรพูดระบายออกไป เพราะเธอก็แอบเสียดายปิ่นแก้วไม่น้อยเลย ฐานะชาติตระกูลก็ดีเหมาะสมกับลูกชายของเธอทุกอย่าง แบบนี้ลูกชายของเธอจะไปหาได้ที่ไหนอีก นี่ถ้าลูกชายของเธอไม่บ้างานแบบพ่อของเขาจนเกินไป ป่านนี้คงได้แต่งงานมีลูกกันไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้ใครมาฉกไปง่ายๆแบบนี้หรอก

“แม่อยากให้ผมคืนดีกับปิ่นไหมครับ” ภารัณเอ่ยถามออกไปแบบจริงจัง เพราะเท่าที่ฟังแม่ของเขาพูดก็ดูเหมือนท่านจะยังอยากให้เขาคบกับปิ่นแก้ว

“อืม ก็อยากอ่ะนะ แต่หนูปิ่นเขาก็หมั้นกับนายศิลาอะไรนั่นไปแล้วนิ จะกลับมาคบกับลูกแม่ได้ยังไงล่ะ แม่แอบได้ยินเขาเม้าท์กันแล้วนะว่าตอนนี้คุณหญิงรัศมีน่ะเตรียมตัวจะไปสู่ขอหนูปิ่นแก้วเร็วๆนี้แล้วด้วย เห็นว่ารอลูกชายขอหนูปิ่นแต่งงานอะไรนี่แหละ ถ้านายศิลานั่นขอล่ะก็ แม่ว่าหนูปิ่นต้องตกลงแต่งงานด้วยแน่นอน” นภาพรพูดออกไปแล้วก็ทำหน้าเซ็งๆออกไป

“มันก็ไม่แน่หรอกครับ เราคงต้องรอดูกันต่อไป” ภารัณพูดบอกไปแล้วคิดว่า นี่อาจเป็นโอกาศสุดท้ายที่เขาจะสามารถเอาปิ่นแก้วกลับคืนมาแล้ว เพราะความรักสิบปีที่เขาคบกับปิ่นแก้วมา อย่างน้อยมันก็มากกว่าเธอคบกับนายศิลา และถ้าเธอยังรู้สึกดีกับเขาอยู่แบบที่ปารารินพูดจริง เขาก็มีวิธีที่จะกระตุ้นให้เธอกลับมาหาเขาได้ไม่ยาก

“อืม ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ งั้นแม่ไปอาบน้ำก่อนนะ วันนี้เหนื่อยกับสมาคมมาทั้งวันแล้ว” นภาพรพูดบอกไปก็ลุกขึ้น แล้วเดินอกไปทันที

ส่วนภารัณก็นั่งคิดอย่างถี่ถ้วนว่าที่ผ่านมาที่ปิ่นแก้วไม่ได้มีท่าทีอะไรกับเขามากนัก ก็เพราะว่าเขาไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่พอวันนี้เขาโกหกไปว่าเขาเป็นแฟนกับปาราริน เขาก็พอจะเห็นสายตาที่เธอมองเขาในวันนี้อยู่บ้าง มันก็ทำให้เขารู้ว่าเธออาจยังรู้สึกหึงหวงเขาตามที่ปารารินพูดจริง และถ้าเขาจะทำให้ปิ่นแก้วหึงเขาเพื่อให้เธอรู้ใจตัวเอง เขาก็ควรจะมีตัวช่วยสำคัญนั่นก็คือปาราริน ผู้หญิงที่แกล้งเป็นแฟนกับเขาในวันนี้

พอภารัณมั่นใจแล้วว่าเขาจะใช้แผนนี้เพื่อทำให้ปิ่นแก้วรู้ใจตัวเองว่ายังลืมเขาไม่ได้ เขาจึงได้เตรียมแผนที่จะตกลงกับปารารินในวันพรุ่งนี้ แต่ที่แน่ๆเขาจะต้องจัดการเรื่องทุนของเธอให้เคลียร์ๆก่อนที่เขาจะบอกกับเธอเรื่องนี้ ซึ่งเขามีค่าตอบแทนให้เธอมากพอที่เธอจะยอมรับข้อเสนอมาเป็นแฟนปลอมๆของเขา จนกว่าเขาจะคืนดีกับปิ่นแก้ว

เช้าวันใหม่

ภารัณก็เข้ามาในบริษัทของเขาพร้อมกับนั่งอ่านเอกสารรายชื่อทุนที่เขามอบให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็พบว่ามีนักศึกษาที่ได้ทุนจากบริษัทของเขานั้นมีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่าเกฑณ์หลายคน และล้วนเป็นผู้หญิงทั้งนั้นมันก็ทำให้ภารัณคิดว่ามีการทุจริตในเรื่องปรับเปลี่ยนรายชื่อของนักศึกษาที่ได้ทุนจริง รวมถึงชื่อของปารารินที่ถูกสับเปลี่ยนไปด้วย เนื่องจากมันไม่เหมือนกับฉบับที่เรวัติส่งมาให้เขาพิจารณาในตอนแรก

“แบบนี้ก็แสดงว่าคุณเรวัติเขาให้นักศึกษานอนด้วย เพื่อแลกกับการให้ทุนจริงๆสินะ มีรายชื่อถูกสับเปลี่ยนทุกปีเลยว่ะไอ้ภาม ฉันว่าเขาคงแอบทำอย่างนี้มานานแล้ว แกจะเอายังไงต่อวะ” ปรินทร์เอ่ยพูดออกไป เมื่อเขามาช่วยภารัณพิจารณาและหาข้อมูลเอาผิดกับคนที่แอบใช้เส้นสายทุจริตภายในบริษัท

“ก็ทำให้ทุกอย่างมันทุกต้องสิ คนสันดานเลวๆอย่างนั้นไม่สมควรได้รับความเมตตาอะไรทั้งนั้น คุณวิ ช่วยเตรียมหหลักฐานทุกอย่างแล้วส่งไปให้อชิระที แล้วบอกให้มันรีบมาหาผมที่บริษัท และบ่ายนี้เรียกตัวคุณเรวัติขึ้นมาพบกับผมในห้องประชุมด้วย ” ภารัณพูดบอกไปด้วยเสียงเข้ม เพราะอชิระคือเพื่อนสนิทของขาที่เป็นตำรวจ และงานนี้เขาคงต้องใช้โหมดโหดจัดการกับคนที่ทำผิดศิลธรรมให้หลาบจำ

“ได้ค่ะ เดี๋ยววิจะจัดการให้นะคะ ขอตัวก่อนค่ะ” วิชุดาพูดบอกไปก็เดินออกไปจากห้องทำงานของภารัณทันที เพราะตอนนี้ดูเหมือนเจ้านายของเธอจะดูไม่พอใจเรื่องนี้เอามากๆ

“ดีนะที่สาวน้อยคนนั้นเขามาพูดกับแกในงานเมื่อวาน ไม่งั้นเราก็คงจะโง่ไปอีกนาน ไม่คิดเลยว่ะว่ามีคนกล้าทำแบบนี้ ชื่อเสียงบริษัทของเราเสียหายหมด” ปรินทร์พูดออกไปก็ถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะมันก็เท่ากับว่ามีนักศึกษาอีกหลายคนที่เจอเหตุการณ์แบบเด็กคนนั้น

“เรื่องนั้นเดี๋ยวฉันจะจัดการเอง ต่อไปฉันให้นายดูแลเรื่องทุนนี้ก็แล้วกัน อย่าให้มีปัญหาอย่างนี้ขึ้นมาอีก แล้วก็ให้เงินชดเชยกับคนที่พลาดทุนไป ส่วนคนที่ได้ทุนไปแล้วก็ยกเลิกทุนให้หมด” ภารัณพูดบอกไปด้วยเสียงจริงจัง เพราะเขาจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นได้ใจเป็นอันขาด

“จะดีเหรอวะ บางคนเรียนจะจบแล้วนะไอ้ภาม ฉันว่าเราให้โอกาสเขาหน่อยไหมวะ อย่างน้อยก็ให้คนที่ใกล้จะเรียนจบแล้ว ส่วนคนที่เราพึ่งจะส่งไปก็ค่อยยกเลิก” ปรินทร์พูดบอกไปแล้วก็มองหน้าของภารัณอย่างอย่างขอร้อง

“คนที่ทำเรื่องสกปรกเพื่อทำให้ตัวเองได้สิ่งที่ต้องการ ไม่สมควรได้รับโอกาสที่ขโมยของคนอื่นไป นายพิมพ์หนังสือชี้แจงให้กับพวกเขาไปตามความจริง พวกเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งนั้น หรือแกสงสารแล้วจะใจดีส่งเสียที่เหลือก็แล้วแต่แก” ภารัณพูดบอกไปอย่างเด็ดขาด จาปรินทร์มองหน้าของลูกพี่ลูกน้องของตัวเองแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมใจกับนิสัยของภารัณ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel