10. สืบประวัติ
“ถ้าคุณยืนยันว่าคุณไม่ได้ทำผิด งั้นก็ดูเอกสารพวกนี้ซะ แล้วผมก็ได้สอบถามพวกนักศึกษาที่เกรดเฉลี่ยต่ำกว่าเกฑณ์มาแล้วจำนวนหนึ่ง และพวกเธอก็ยอมรับว่าคุณให้ข้อเสนอพวกเธอนอนกับคุณเพื่อแลกทุนของบริษัทจริง และผมก็ไม่ได้ต้องการฟังคำอธิบายอะไรจากคนไร้ศิลธรรมอย่างคุณ เพราะหลักฐานมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ผมไล่คุณออก” ภารัณพูดบอกไปพร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารหลักฐานการทุจริตของเขาทั้งหมดลงไปต่อหน้าเรวัติ
“หึ คิดว่าผมอยากอยู่มาหรือไงห้ะ ยิ่งทำงานกับคนอย่างคุณน่ะมันก็ยิ่งทำให้ประสาทแดกไปวันๆ ออกก็ดีเบื่อขี้หน้าคนที่นี่เต็มทนแล้วเหมือนกัน ส่วนเธอระวังตัวเอาไว้ให้ดีเถอะ” เรวัตพูดออกไปก็ลุกขึ้นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันไปพูดใส่ปารารินที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกไล่ออก
“เดี๋ยว คุณยังไปไม่ได้ เพราะผมแจ้งจับคุณข้อหาทุจริตและทำอานาจารผู้อื่นโดยมิชอบ อ่อ แล้วเมื่อกี้ที่คุณขู่ผู้หญิงคนนี้อีกข้อหาละกัน หวังว่าในคุกคงไม่ทำให้คุณเบื่อหรอกนะ คุณวิ เรียกอชิระมาเอาตัวเขาออกไป” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มอย่างเยือกเย็น เพราะคำพูดของเรวัติมันทำให้เขายอมใจอ่อนไม่ได้จริงๆ คนเลวๆไม่มีสำนึกแบบนี้มันก็สมควรเข้าไปนอนในคุกแล้วล่ะ
“คุณอชิระคะ เข้ามาได้เลยค่ะ” วิชุดาพูดออกไปก็ยิ้มอย่างสะใจ ที่เรวัติดิ้นไม่หลุดแล้ว
ด้านอชิระพอได้ยินเสียงเรียก็เข้ามาในห้องประชุมพร้อมกับลูกน้องของเขา เขาก็รีบให้ลูกน้องเข้าไปจับตัวของผู้ต้องหาทันที เนื่องจากตอนนี้มีหลักฐานและพยานอย่างชัดเจน
“ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ ผมไม่ผิด อีเด็กพวกนั้นมันแรดอยาไปเรียนต่อเอง ปล่อยสิวะ” เรวัติพูดไปก็เริ่มสะบัดตัวเพื่อหนีจากการจับกุม แต่ก็โดนจับใส่กุญแจมือซะก่อน
“เอาตัวไปโรงพัก ไอ้ภาม ฉันไปก่อนนะโว้ย เดี๋ยวจะจัดการให้เรียบร้อยเอง” อชิระพูดบอกเพื่อนหนุ่มไปก็มองหน้าภารัณอย่างจริงจัง
“อืม ฝากด้วยนะโว้ยอชิระ แล้วก็ขอบใจมากที่มา” ภารัณพูดบอกไปก็ลุกขึ้นมาไปตบไหล่ของเพื่อนหนุ่มอย่างขขอบคุณ อชิระก็พยักหน้าแล้วก็หันหลังให้เพื่อนหนุ่มแล้วเดินออกไป
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นฉันจะตามไปโรงพักกับไอ้อชิระก็แล้วกัน แกก้เคลียร์ทางนี้ก็แล้วกัน ไปนะครับคุณปราง แล้วเจอกันใหม่นะครับ” ปรินทร์พูดบอกไปก็ยิ้มอย่างหล่อๆให้กับเธอ ก่อนจะรีบเดินตามเพื่อนหนุ่มออกไป
“ค่ะคุณปรินทร์” ปารารินตอบไปก็ยิ้ม ก่อนจะหันมาหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วก็ลุกขึ้น พร้อมกับมองหน้าของภารัณอย่างอายๆ ที่เธอไม่กล่าวหาเขาทั้งที่ความจริงเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ขอบคุณที่ให้ความยุติธรรมกับฉันนะคะ แล้วก็ขอโทษที่เข้าใจคุณผิดด้วยนะคะคุณภารัณ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ปารารินพูดบอกไปก็คิดว่าเธอควรจะรีบออกมา เพราะเธอไปกล่าวหาเขาตั้งมากมาย แถมยังไปใช้สีสเปร์ยฉีดรถของเขาอีก ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้สึกอาย
“เดี๋ยว ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะตกลงกับคุณ นั่งคุยกันก่อนสิ” ภารัณพูดบอกไป เพราะเขายังอยากจะตกลงเรื่องที่เขาจะจ้างเธอให้มาเป็นคู่หมั้นปลอมๆของเขา
“เรื่องสำคัญเรื่องอะไรอีกเหรอคะ” ปารารินถามออกไปอย่างสงสัยก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง แล้วก้รอเขาพูดตอบเธอให้ชัดเจน
“นี่คือค่าเสียหายที่ผมต้องการชดเชยให้กับคุณเรื่องทุน ส่วนนี่คือเอกสารสัญญาข้อตกลงที่ผมต้องการจะจ้างคุณให้มาเป็นแฟนของผม ลองอ่านดูสิ” ภารัณพูดบอกไปก็ส่งซองเงินและเอกสารให้กับปารารินไปอ่านพิจารณา
“เรื่องเงินชดเชยฉันพอเข้าใจได้นะคุณ แต่ไอ้สัญญาจ้างฉันเป็นแฟนปลอมๆของคุณเนี่ย เรื่องนี้มันจบลงตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอคุณ นี่มันอะไรอีกเนี่ย” ปารารินพูดออกไปอย่างงงๆ เพราะถ้าเขาให้เงินชดเชยเธอก็พอจะเข้าใจว่าเขาต้องการรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เรื่องจ้างเป็นแฟนเนี่ยมันใช่เหรอ
“ก็ใช่ แต่ผมต้องการจ้างคุณให้มาเป็นแฟนผม เพราะว่าผมต้องการให้แฟนเก่าของผมหึงแล้วให้เธอกลับมาคืนดีกลับผม ระยะสัญญาจ้างคือหกเดือน ถ้าหากปิ่นเขากลับมาหาผมคุณจะได้ค่าตอบแทนห้าแสนบาท แต่ถ้าไม่เป็นไปตามแผนคุณจะได้ค่าตอบแทนเหมือนเดิม และผมมีค่าตอบแทนให้นอกรอบเวลาที่ผมต้องแตะเนื้อต้องตัวของคุณด้วย ซึ่งผมแล้วแต่คุณจะเสนอราคามาได้เลย” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็มองหน้าของปารารินอย่างจริงจัง เพราะการที่เขาและเธอจะเป็นแฟน แต่เงินที่เขาจะจ้างไม่ใช่จำนาวนน้อยๆเลยกับระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือน
“ฉันนึกว่าเรื่องแบบนี้มันจะมีแต่ในนิยายหรือในละคร แต่ชีวิตจริงนะคุณ ฉันไม่เอาด้วยหรอก แฟนเก่าคุณเขาก็มีแฟนใหม่ไปแล้ว คุณจะอาลัยอาวอนเธอไปทำไมกัน สัญญาจ้างอะไรของคุณนี่ฉันขอปฎิเสธนะคะ และก็ฉันขอตัวนะคะ” ปารารินพูดบอกไปอย่างไม่ยอมรับข้อเสนอของเขา เพราะถ้าเธอช่วยเขาและแฟนเก่าของเขากลับมาคืนดีกับเขาได้จริง แฟนใหม่ของผู้หญิงคนนั้นก็ต้องเสียใจ แล้วเธอที่ปลื้มภารัณอยู่ก็คงต้องอกหักเหมือนกัน เธอไม่มีทางช่วยเขาหรอก
“เอาข้อเสนอของผมกลับไปดูให้ดี ถ้าคุณเปลี่ยนใจก็มาหาผมที่บริษัท” ภารัณพูดต่อไปอย่างไมยอมแพ้ เพราะตอนนี้ปิ่นแก้วก็เข้าใจว่าเขามีแฟนไปแล้ว และถ้าเขาจ้างคนอื่นมันก็ไม่น่าเชื่อน่ะสิ ยังไงก็ต้องเป็นผู้หญิงคนนี้แหละ
“หึ ไม่ต้องรอนะคะ เพราะฉันไม่มีทางมาบริษัทของคุณแน่นอน แล้วก็เงินชดเชยนี่ฉันขอไม่รับนะคะ เพราะฉันไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น ลานะคะ” ปารารินพูดบอกไปก็ยักไหล่ใส่เขา ก่อนที่จะเดินออกไป อย่างไม่สนใจกับสัญญาจ้างเป็นแฟนที่เขาเสนอมาให้เธอเลยสักนิด
“แล้วเราจะได้รู้กันว่าคุณจะปฎิเสธข้อเสนอของผมไปได้นานแค่ไหน” ภารัณพูดกัดฟันออกไป และคิดในใจว่ายังไงแผนที่เขาต้องการคืนดีกับปิ่นแก้วจะต้องมีต่อไป เพราะถ้าเขาจะเข้าไปทำดีแล้วจีบเธอมันก็ไม่เหมาะสมเท่ากับการที่เขามีแฟน เพื่อกระตุ้นความรู้สึกของเธอให้รู้ใจตัวเองหรอก
ภารัณคิดได้ดังนั้นก็เดินออกไปจากห้องประชุม แล้วเขาก็เดินไปหาวิชุดาที่กำลังนั่งอยู่ที่หน้าห้องทำงานของเขา พร้อมกับพูดออกไปด้วยเสียงชัดเจน
“ไปสืบประวัติของปารารินมาให้ผมอย่างละเอียด แล้วเอามาให้ผมให้เร็วที่สุด” ภารัณพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองทันที ด้านวิชุดาก็ทำหน้าแบบงงๆกับคำสั่งของเจ้านาย
“อะไรอีกล่ะเนี่ย เรื่องทุนก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ จะให้สืบประวัติของเด็กคนนั้นทำไมกัน” วิชุดาพูดออกไปอย่างสงสัย แต่ก็รีบหาเบอร์นักสืบที่เธอใช้อยู่เป็นประจำให้ตามสืบเรื่องของปาราริน โดยที่เธอแจ้งชื่อและที่อยู่ของเด็กคนนั้นตามที่อยู่ที่เธอแนบมาในเอกสารขอทุนที่ผ่านมา
