Chapter 1
Chapter 1
ครัวขนาดกะทัดรัดในบ้านหลังเล็ก ๆ หลังนี้ กลับเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ครบครัน เหตุผลคือพรปวีณ์ เจ้าของบ้าน มีอาชีพเสริมรับทำเบเกอรี่ หลักๆ คือทำเค้กตามเทศกาลต่าง ๆ นอกจากเค้กหลากรสชาติแล้ว คุกกี้และบราวนี่ ก็เป็นสองขนมยอดฮิตที่ลูกค้าให้ความนิยมสั่งเป็นประจำ
รายได้เสริมจากการทำเบเกอรี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ทว่านี่คือสิ่งที่พรปวีณ์ รักและชื่นชอบเป็นพิเศษ เธอจึงมีความสุขทุกครั้งที่ได้ ลงมือทำเค้กรสชาติต่าง ๆ พร้อมทั้งตกแต่งหน้าเค้ก ในรูปแบบหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า และในวันนี้หญิงสาวมีความสุขยิ่งกว่าทุกครั้ง เนื่องจากผู้รับเค้กก้อนพิเศษนี้คือ กวินกิตต์ หรือพี่เคน คนรักของเธอนั่นเอง
หลังจากจัดการบรรจุเค้กใส่กล่องอย่างประณีตเรียบร้อย พรปวีณ์จึงไปอาบน้ำและเปลี่ยนมาสวมชุดที่กวินกิตต์ซื้อให้ เดิมทีเขาตั้งใจให้เธอใส่ไปงานเลี้ยงประจำคณะในกลางเดือนหน้า แต่เธอกลับนึกอยากใส่ชุดนี้ในวันนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจทราบได้ หรืออาจเป็นเพราะ ชุดนี้สวยที่สุดในบรรดาชุดทั้งหมดของเธอ มันช่างเหมาะเจาะกับการใส่ไป ร่วมงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของกวินกิตต์ อีกทั้งเธอ ไม่อยากให้เขาต้องเสียหน้า ต่อหน้าเครือญาติและกลุ่มเพื่อนสนิท ด้วยรูปลักษณ์ที่เขาอาจมองว่า 'จนไม่พอยังแต่งตัวไร้รสนิยม' แม้ว่าความจริงแล้วเขาจะไม่เคยสนใจจุดด้อยในตัวเธอเลยก็ตาม
นึกถึงคนรัก พรปวีณ์ยิ้มกว้าง ช่วงเวลาแปดเดือนเธอมีความสุขมาก ราวกับว่ากวินกิตต์เข้ามาเติมเต็มหัวใจดวงน้อย เกิดความสุขมากขึ้น และทลายความคิดที่ว่า ความรักเป็นเรื่องน่ากลัว ไม่น่าเข้าใกล้ เป็นความรักคือสิ่งสวยงาม
รถแท็กซี่นำพาพรปวีณ์มาถึงคอนโดหรูย่านทองหล่อของกวินกิตต์ เธอมาเซอร์ไพร์สคนรักด้วยเค้ก ที่เปรียบเสมือนของขวัญวันเกิดที่ตั้งใจทำเต็มที่ ตกเย็นถึงได้ไปผับหรู สถานที่จัดงานพร้อมกัน หญิงสาวเข้าไปด้านในโดยง่าย ไม่ต้องแจ้งให้กวินกิตต์รู้ เพื่อเปิดประตูทางเข้า และอนุญาตให้ใช้ลิฟต์ส่วนตัว เพราะกวินกิตต์ให้คีย์การ์ดกับเธอ
“เค้ก” พรปวีณ์หันมองเจ้าของเสียงทางด้านหลัง เธอยิ้มให้คนทักทาย
“สวัสดีค่ะพี่ขุน” เขาคือเพื่อนสนิทของกวินกิตต์ ชื่อขุนพลหรือว่าพี่ขุน
“มาด้วยเหรอ” พรปวีณ์ไม่คิดว่า คำถามนี้มีนัยยะแอบแฝง
“ค่ะ เค้กเอาเค้กวันเกิดมาเซอร์ไพร์สพี่เคนค่ะ”
“อ๋อ...วันนี้เค้กแต่งตัวสวยจัง ผิดตาด้วย” ตอนแรกไม่มั่นใจว่า กวินกิตต์ชวนพรปวีณ์มาร่วมปาร์ตี้ส่วนตัว ก่อนไปต่อกันที่ผับ พอได้ยินคำตอบนี้ เลยเข้าใจว่า เจ้าของงานวันเกิดชวนเธอมาด้วย
“ชุดนี้พี่เคนซื้อให้ค่ะ พี่เคนบอกว่าเอาไว้ใส่งานเลี้ยงคณะเดือนหน้า แต่เค้กเอามาใส่ก่อน”
ขุนพลพยักหน้ารับรู้ “ดีเลย จะได้ไม่ต้องบอกให้ไอ้เคนเปิดประตูให้”
พรปวีณ์ยิ้มให้ขุนพล แตะคีย์การ์ดตรงลิฟต์เพื่อให้มันทำงาน จากนั้นทั้งคู่เดินเข้าไปด้านใน รอจนกว่ามันนำพาไปถึงชั้นสามสิบสอง
ห้องชุดของกวินกิตต์มีลิฟต์ส่วนตัว เมื่อประตูลิฟต์เปิดจะเป็นห้องของเขา ซึ่งประตูทางเข้าห้องสุดหรูอยู่ทางซ้ายมือ และตอนนี้มันปิดไม่สนิท
“ไอ้เคน กูยอมรับมึงเลยนะว่ามึงเก่ง ที่ตามจีบเค้กได้ จีบติดไม่พอ ยังเจาะไข่แดงเค้กได้อีก เท่ากับว่ามึงได้ประโยชน์สองทางเลยคือ หนึ่งทำให้ไอ้เตอร์ชักดิ้นชักงอได้ กับเปิดซิงเค้ก” อติวิชญ์ชื่นชมเพื่อนรักจากใจ
“นั่นสิ ไอ้เตอร์ชอบเค้ก แต่ยังไม่ทันจะจีบ มึงกลับจีบแซงหน้ามันซะก่อน แผนของเดียร์นี่ดีเหมือนกันนะ นอกจากจะกันไอ้เตอร์อกหัก เศร้าไปหลายวัน เดียร์ใช้เวลานี้เสียบดามใจไอ้เตอร์ จนได้เป็นแฟนกัน เท่ากับว่าเกมนี้มึงชนะ รางวัลที่ได้นอกจากแก้แค้นเอาคืนไอ้เตอร์ มึงยังตอกไข่เค้ก แล้วมึงยังได้ทริปเที่ยวยุโรปจากพวกกูอีก” มีคุณพูดอีกคน
“เรื่องเก่งกูยอมรับ เพราะถ้ากูไม่แน่จริง กูคงไม่รับคำท้า แล้วทำให้เค้กรักกูไม่ได้” ยามตอบประโยคนี้ สีหน้าแววตากวินกิตต์มีความภูมิใจในตัวเองมาก ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม
“ว่าแต่มึงรักเค้กจริงเหรอวะ ทำหวานออกสื่อจนกูไม่แน่ใจว่า มึงแกล้งรักหรือรักจริงๆ” อติวิชญ์ถามบ้าง
“คนอย่างกูเนี่ยนะ จะรักผู้หญิงอย่างเค้กจริงๆ สวยน่ารักอยู่หรอก แต่จืดชืด ไม่เจริญหูเจริญตา แล้วที่ทุกคนเข้าใจว่า กูรักเค้กหนักหนา กูแค่แสดงละครให้เค้กตายใจ” กวินกิตต์ตอบโดยไม่คิด ราวกับว่ามาจากใจตนเอง “กูจะบอกมึงสองตัวว่า กูน่ะฝืนทุกครั้งที่อยู่ใกล้เค้ก กูยังสงสัยเลยว่า ไอ้เตอร์ชอบเค้กไปได้ยังไงวะ เหมือนกินแกงจืดยังไงอย่างนั้น”
“บางทีกูก็สงสารเค้กนะ ดูเค้กรักมึงมากเลย ยังนึกภาพไม่ออก ตอนที่มึงทิ้งเค้กว่า เค้กจะเป็นยังไง” เจ้าองคำถามคือมีคุณ
“จะเป็นยังไง ก็คงร้องไห้ขี้มูกโป่งไงคะพี่ปาร์ค เค้กน่ะเคยมีแฟนที่ไหน หวงตัวจะตายไป ใครมาจีบก็ไม่เล่นด้วย รักครั้งแรกเค้กตั้งความหวังไว้มากค่ะ ถ้าถูกทิ้งรับรองว่า เหมือนคนบ้าแน่” คนตอบหาใช่กวินกิตต์ แต่เป็นเบญญาวี เพื่อนสนิทพรปวีณ์ เธอเดินมานั่งข้างกวินกิตต์ ที่โอบบ่าเธอ ทำราวกับเป็นคู่รักก็ไม่ปาน “พี่เคน ผัวของออมเก่งที่สุดค่ะ ทำให้เค้กรักและหลงได้ ถึงขั้นโดนพี่เคนตอก”
