5 ความผูกพัน
“รอเดี๋ยวนะ อุ่นก่อน” ภาณุเห็นท่าทางออดอ้อนตาใสของคนตรงหน้า ก็ได้แต่ยีผมลอนยาวสยายของหล่อนเบา ๆ แล้วหันไปให้ความสนใจไมโครเวฟ เพราะเสียงเตือนดัง
จานข้าวผัดหมูโปะไข่ดาวยางมะตูมหอมกรุ่นถูกวางลงตรงหน้า อรณีก้มสูดความหอมอย่างมีความสุข
“ชอบที่สุด รักที่สุดเลย จะหาข้าวผัดที่ไหนอร่อยได้เหมือนข้าวผัดฝีมือณุไม่มีอีกแล้ว”
หล่อนยิ้มอ้อน ดวงตากลมใสฉายแวววิบวับถูกใจ “กินเลยนะ” หยิบช้อนกับส้อมมาตั้งท่า จิ้มกลางไข่ดาวอย่างเคยชิน “ไข่ก็กำลังดีเลยนะณุ”
ภาณุพยักหน้าแล้วนั่งลงตรงข้ามมองหล่อนเอร็ดอร่อยกับจานข้าวผัดแล้วได้แต่ถอนใจ เขารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างกำลังเต้นแรงอยู่ในหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง และกลัวว่าสักวันจะเผลอไผลแสดงออกมาให้สังเกตเห็น อยากจะห้ามใจ แต่ทำไมไม่เคยสำเร็จสักครั้ง...
แสงสุรีย์เปิดประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เกือบหกโมงเช้าแล้ว หล่อนต้องมาก่อนเวลาเพราะตั้งใจจะมาคุยเรื่องที่ค้างคาให้เรียบร้อย หลังจากคิดมาตลอดคืน แต่ภาพที่เห็นทำให้ผู้จัดการสาวยิ่งหนักใจกว่าเดิม ภาพอรณีนั่งหลับชันเข่าอยู่บนโซฟาตัวยาวซบไหล่ชายหนุ่มที่นั่งหัวพิงหลับไปด้วยกัน เป็นภาพชินตาจนหล่อนอดไม่ได้ที่จะแอบค่อนขอดเป็นแบบนี้ตลอด...ก็รู้อยู่ว่าความใกล้ชิดมันอันตราย แล้วจะให้ไว้ใจได้อย่างไร
ผู้จัดการจอมเฮี๊ยบเข้าไปสะกิดโดยไม่ให้อรณีรู้ตัว ภาณุงัวเงียขยี้ตามองเห็นแสงสุรีย์ยืนกอดอกจ้องเขม็งก็รู้ตัว หยิบหมอนอิงมาซ้อนกันแล้วให้คนหลับซบแทนที่ไหล่ของเขา
“สวัสดีครับ... เจ้แสงมาแต่เช้าเลยนะครับ”
ภาณุลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจยิ้มเหยเกส่งมาท่าทางอิดโรย แสงสุรีย์ขยับแว่นหนาก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยคำพูดประโยคแรกของวันที่ฟังแล้วคงไม่ค่อยเข้าหูสักเท่าไหร่
“เพิ่งมาหรือยังไม่ได้กลับห้องคุณ”
“กำลังจะกลับเดี๋ยวนี้ครับ เมื่อคืนเป็นวันเกิดผม อรก็เลยซื้อเค้กมาฉลอง ขอโทษครับเจ้” ภาณุเสียงอ่อย
ผู้จัดการสาวอยากจะสงสารแต่หล่อนคงทำไม่ได้ “เมื่อคืนอรบอกแล้ว สาละวนหาเค้กวันเกิดมาฝากคุณแทบแย่” แสงสุรีย์เหลือบมองไปที่โซฟาแล้วกระซิบ “คุณกลับห้องไปก่อนก็แล้วกัน อย่าหาว่าไล่เลยนะ อรมีนัดงานแต่เช้า”
“อ่า... ไม่เป็นไรครับ งั้นผมกลับห้องก่อน”
ภาณุเดินคอตกออกไปจากห้อง แสงสุรีย์มองตามจนลับสายตาก่อนจะหันกลับมามองคนหนุนหมอนอิงสบายอารมณ์ไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วได้แต่ส่ายหน้า
ห้องของภาณุอยู่ถัดลงมาเพียงหนึ่งชั้น ภายในสีโทนเทาครีมจัดวางเป็นระเบียบตามแบบห้องชุดทั่วไป ไม่มีการดัดแปลงเสริมแต่งเลิศหรูเหมือนห้องของหญิงสาวชั้นบน ชายหนุ่มถอดรองเท้าวางบนชั้นก่อนจะเดินเข้าห้องนอนเปลี่ยนใส่กางเกงเนื้อนิ่มตัวยาวกับเสื้อกล้ามตัวบาง ร่างสูงเพรียวสมส่วนทิ้งตัวลงบนเตียงหลังใหญ่ กดเปิดวิทยุเครื่องเล็กบนหัวนอนหรี่เสียงเบาสุดให้คลอเป็นเพื่อนคลายเหงา
ในความผูกพันนั้นเจ็บปวด
แค่คิดถึงกันยิ่งทรมาน...
สักวันเธออาจจะรู้ใจ
เธออาจจะเข้าใจ ในสิ่งที่ฉันเป็นอยู่...
สักวันเธอขาดคนรักไป
เธออาจจะได้รู้และเข้าใจ... เป็นอย่างดี...
เพลงเก่าแว่วหวานหน่วงความรู้สึก เนื้อความสื่อนัยจิตใจจนทนไม่ไหวต้องเอื้อมไปปิด ห้องทั้งห้องอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ชายหนุ่มคว้าหมอนอีกใบมากอดหมายจะให้หลับแต่ก็หลับไม่ลง
เสียงกริ่งหน้าประตูห้องดังขึ้น ภาณุผุดลุกขึ้นนั่งอย่างอ่อนล้า เข้าใจว่าคงเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้วุ่นวายใจ แต่ทันทีที่เปิดประตูผู้จัดการสาวแว่นก็ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยที่เจ้าของยังไม่ได้เชื้อเชิญ
“เจ้มีอะไรรึเปล่าครับ”
แสงสุรีย์หันกลับมาสายตาปะทะเข้ากับแผงอกกำยำที่โผล่ผ่านเสื้อกล้ามสีเทาพอดี ร่างเพรียวบางของผู้จัดการสาวดูเล็กลงไปถนัดใจเมื่อเทียบกับคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามกัน หล่อนขยับแว่นเล็กน้อยดูประหม่า “คือเจ้ เอ่อ... คือ... พี่”
“มานั่งก่อนครับ”
ภาณุรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องอีกตามเคย แต่เห็นแสงสุรีย์อึกอักก็เลยดึงมือหล่อนมานั่งยังโซฟา ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม หล่อนยังคงนั่งนิ่งสีหน้าลำบากใจ
“เจ้มีเรื่องอะไรรึเปล่า ถึงต้องมาหาผมที่นี่”
“เจ้อยากจะมาคุยกับคุณเรื่องสถานะของอรณีในตอนนี้ เผื่อว่าคุณอาจจะยังไม่รู้” หล่อนขยับแว่นแล้วกระแอม ท่าทางเหมือนไม่สบายใจมาก
“เรื่องเก่า ๆ ของอรหรือครับ” ภาณุรู้สึกอึดอัดลุกขึ้น “เดี๋ยวผมเอาน้ำให้ สักครู่นะครับ”
แสงสุรีย์มองตามอิริยาบถของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่แล้วได้แต่ถอนใจ ภาณุจัดว่าหน้าตาดี หน้าที่การงานดี แถมยังใจดี ดูอบอุ่นจนไม่แปลกที่แม้แต่หล่อนยังเผลอไผลออกอาการขัดเขินอยู่บ่อย ๆ แต่เพราะปูมหลังที่ไม่มีที่มา ฐานะครอบครัวเป็นอย่างไรไม่เคยมีใครรู้ หล่อนควรตัดไฟเสียแต่ต้นลมคงดีกว่า...
“มีอะไรครับเจ้”
“ก็เรื่องเดิม” แสงสุรีย์ตอบอ้อมแอ้มรับแก้วน้ำที่ภาณุยื่นส่งให้มาจิบก่อนวางพูดเข้าเรื่อง “เรื่องเก่าของอรไม่ใช่ว่าจะไม่มีผล เจ้เป็นห่วงอยู่ คราวก่อนก็ผู้กำกับร้อยล้านกว่าจะเคลียร์ได้แทบแย่ แต่คราวนี้เจ้ว่าน่ากลัวคุณชัชจะรุกอรหนัก”
หล่อนหยั่งเชิง ดูปฏิกิริยา แต่ภาณุยังเฉย “เมื่อวานเจ้ไม่ไว้ใจสายตาเขาเลย กลัวว่าถ่ายละครจบคงมีข่าวว่าอรกินผู้กำกับรายล่าสุดอีกแน่”
“ข่าวก็ลงซะน่าเกลียด” เขาย้อนแต่สีหน้าไม่ได้นิ่งแบบคำพูด “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม”
“เจ้เอามาบอกคุณเพราะอยากให้คุณช่วยเตือนอรให้หน่อย” หล่อนตบเข้าประเด็นทันที “แล้วก็ไม่อยากให้คุณใกล้ชิดหรือไปไหนมาไหนกับอรมากจนเกินไปนัก”
“ผมกับอรเราเป็นเพื่อนกัน ไปไหนมาไหนกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา”
“แต่ที่ไม่ธรรมดา เพราะคุณเป็นผู้ชายอรเป็นผู้หญิง” แสงสุรีย์ไม่วายแย้ง
“ถึงไปกับผู้หญิงถ้าคนจะนินทามันก็เป็นเรื่องอยู่ดี” ภาณุย้อน แต่หน้ายิ้ม “เจ้อย่าคิดมากสิครับ”
โกหก!
คนอะไรปากแข็งนัก ก็เห็นอยู่ว่า การกระทำมันฟ้อง แต่คำพูดที่จริงจังจนหล่อนแอบคิดว่าภาณุอาจจะไม่รู้ใจตัวเอง เพราะฉะนั้นป้องกันได้ก็ต้องรีบเสียแต่เดี๋ยวนี้
