บท
ตั้งค่า

4 จะผิดไหมหากหัวใจต้องการไออุ่น

อรณีอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นข้อความ รีบกดส่งตอบไปรวดเร็ว

…วันนี้วันเกิดนี่นา... รีบแน่นอน รอก่อนนะ...

...อืมมมม...

ประโยคสุดท้ายสั้นมากแต่ทำให้รอยยิ้มหล่อนกว้างกว่าเดิม จนแสงสุรีย์ที่เดินมาตามหลังจากคุยกับทีมงานเรื่องเหตุการณ์วุ่นวายเสร็จสรรพเรียบร้อยถึงกับชะงักไป เห็นอรณียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็ยิ่งสงสัย จะเข้ามาตามก็กลัวว่าจะขัดใจหล่อน เลยหนีไปสั่งคนขับรถให้ติดเครื่องรออย่างไม่สบอารมณ์นัก

รถตู้สีดำสนิทติดฟิล์มทึบแล่นเข้ามาจอดยังลานจอดรถชั้นสี่ของคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา อรณีก้าวลงมาด้วยสภาพอิดโรย เพราะเพิ่งตื่นตอนที่โดนปลุกหลังหลับลึกมาตลอดทาง

แสงสุรีย์ชะโงกหน้ามาเรียกไว้ระหว่างที่หญิงสาวกำลังก้าวเข้าลิฟท์ตัวที่ใกล้ที่สุด

“พรุ่งนี้เช้าหกโมงครึ่งเจ้มารับนะ คืนนี้ก็อย่าดึกนัก”

“โอเค... ไม่ต้องห่วง กลับดี ๆ นะเจ้”

“จำไว้ว่าห้ามสาย” แสงสุรีย์ย้ำหนัก “กว่าจะได้เรื่องนี้มา เจ้สู้กับผู้จัดการยายนางเอกเบอร์สองมาเลือดตาแทบกระเด็น”

“รู้แล้วค่ะ” อรณีตอบรับทันทีก่อนจะโบกมือก้าวเข้าลิฟท์ไป

เรื่องงานเป็นสิ่งที่หล่อนรับผิดชอบดีเสมอ ไม่เคยเสื่อมเสียเลยแม้สักครั้งนอกจากกิตติศัพท์ความวีนที่ใครต่อใครต่างพากันเกรงกลัว หมั่นไส้ แต่หล่อนก็หาได้สนใจ...

แสงสุรีย์ครุ่นคิดหนักกับเหตุการณ์เมื่อครู่ใหญ่ที่แอบได้ยินทีมงานที่รู้จักมักคุ้นกับชัชพลกำลังนินทาเรื่องอรณี มีคนเห็นผู้กำกับหนุ่มเดินตามหล่อนลงมาจากแคมป์ปิ้งคาร์ ทำให้ข่าวซุบซิบของทั้งสอเริ่มขยายเป็นวงกว้าง

หวังว่าคงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีก...

ลำพังแค่ชายหนุ่มที่อยู่คอนโดเดียวกันกับอรณีก็ว่าอันตรายแล้ว ยังจะมามีเรื่องผู้กำกับหวังเคลมนักแสดงของตัวเองอีก เห็นทีจะต้องหาทางกันให้ออกห่างจากผู้ชายคนนั้นซะแล้ว แสงสุรีย์ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม ดวงตาเรียว

รีภายใต้แว่นกรอบหนามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย

เพราะขนมเค้กวนิลาอัลมอนด์ก้อนโต จากสวีทคลับร้านโปรดของเจ้าของวันเกิดเป็นเหตุ ทำให้ผิดเวลานัดไปมาก อรณีมองนาฬิกาข้อมือแล้วถอนหายใจ ไขกุญแจหน้าห้องพักเข้ามาแล้วถอดรองเท้าวางไว้ข้างรองเท้าคู่โต แสดงให้เห็นว่าคนในห้องยังอยู่ แต่เขาทำอะไรอยู่ ทำไมถึงเงียบนัก

หล่อนชะเง้อมองผ่านประตูกระจกฝ้าบานเลื่อนที่เปิดแง้มไว้ เห็นแผ่นหลังคุ้นเคยอยู่ริมระเบียง พอจะเปิดประตูเข้าไปก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุย

“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าติดธุระยุ่งอยู่ ไม่ว่างไปเจอหรอกครับ”

อรณีเงี่ยหูฟังแต่ไม่แสดงตัว สีหน้าครุ่นคิดเมื่อได้ยินคำพูดฝ่ายเดียวแต่ไม่ได้ยินเสียงปลายสาย

“โธ่... ผมไม่อยากไป ทำไมต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากด้วย” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง เดินกลับไปกลับมาคุยโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด

“ผมหาของผมเองได้ ไม่ต้องให้แม่หรือใครต้องมาเป็นห่วงหรอก”

ไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แค่อยากรู้มากกว่าแต่น้ำเสียงของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเหนื่อยหน่าย

“อลิซ... อะไรเนี่ย ผมไม่อยากไปเจอเขาหรอก ถึงจะสวยแค่ไหนผมก็ไม่ไปเจอ เข้าใจไหมครับแม่”

อรณีฟังจบพอปะติดปะต่อได้ถึงกับหน้าง้ำ มือเรียวเปิดประตูบานเลื่อนเสียงดังทันทีจนภาณุถึงกับสะดุ้ง

“แค่นี้ก่อนนะครับ ผมยุ่งอยู่ ไว้ค่อยคุยกัน” กดวางสายทันทีก่อนจะหันมายิ้มให้ “ทำไมมาเงียบจัง ณุไม่ได้ยินเสียงประตูเลย”

แทนที่จะตรงมาที่หล่อน ชายหนุ่มเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำส้มคั้นสดแก้วใหญ่มา อรณีรับมาถือไว้แต่ยังหน้าบึ้งตึง

“วันนี้เป็นไงบ้าง เหนื่อยมากไหม” ชายหนุ่มค้อมตัวเยี่ยมหน้ามาใกล้ “ไม่พูดไม่จาแบบนี้แสดงว่าเหนื่อย”

ไม่ต้องมาทำพูดดี ใจดีแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไร... อรณีครุ่นคิดแล้วยิ่งโมโห หล่อนเดินผ่านชายหนุ่มไปหน้าตาเฉย จนรู้สึกถึงแรงดึงนั่นละ จึงหันมา “มีอะไร” ถามเสียงขุ่น

“คุยกันก่อน”

“ก็เห็นณุเครียด ๆ อรก็ไม่รู้จะพูดอะไร”

โพล่งออกมาแต่ครู่เดียวก็นิ่ง เมื่อชายหนุ่มแกล้งยืนขวางไว้ไม่ให้เดินต่อ “อะไรอีก ยืนขวางอย่างนี้ แล้วจะเข้าได้ไง” อรณีเงยหน้ามอง เห็นหน้าคมขำยิ้มมุมปากล้อเลียน ปากกระจับได้รูปก็ยิ่งเม้มแน่น

ชายหนุ่มถึงกับหัวเราะก่อนแบมือทวง “ไหน... ของขวัญวันเกิด”

“ไม่มี” หล่อนค้อนขวับเบี่ยงตัวจะเดินผ่าน แต่ไม่ทันเพราะโดนกั้นไว้ด้วยลำแขนแข็งแรง

“แล้วในมือนั่นล่ะ” เขากระซิบ “ใช่ของโปรดณุรึเปล่า”

“เอาไป” หล่อนยื่นให้ “นึกว่าไม่อยากได้แล้ว”

ภาณุยิ้มกว้างรับมาถือไว้ ก่อนจะก้มลงหอมแก้มใสอย่างรวดเร็ว

“ฮึ๊ย... ไอ้บ้านี่ เดี๋ยวเถอะ” อรณีหน้าแดงก่ำ ถูแก้มข้างที่ถูกหอมไปมาอย่างขัดใจ ใบหน้าเนียนใสขึ้นเลือดฝาดทันที

“ขอบคุณนะ สำหรับของขวัญ” ภาณุบอกแล้วโอบเอวหล่อนก้มลงกระซิบข้างหู “ทั้งสองอย่างเลย”

“อะไร ทั้งสองอย่าง ก็แค่เค้กก้อนเดียว”

“ก็นี่ไง... ของขวัญอีกอย่าง ณุชอบมากเลยล่ะ” ชายหนุ่มเอานิ้วจิ้มแก้มตัวเองแล้วพองแก้มเป็นเชิงล้อเลียน

แค่นี้ก็ทำให้หล่อนยิ้มออ “ใครเขาเรียกว่าของขวัญ” หล่อนค้อน “แล้วจะปล่อยได้รึยัง”

ภาณุรู้ตัวรีบปล่อยมือออกจากเอวคอดกิ่ว อรณีถึงกับหน้าซับสีเลือดขึ้นมาอย่างขัดเขิน จะเดินหนีเข้าห้องนอนแต่โดนเรียกไว้อีก “กินข้าวก่อนสิ ณุทำไว้ให้ตั้งแต่เย็นแล้ว”

อรณีลังเล เมื่อครู่ความรู้สึกขัดเขินทำให้หล่อนทำตัวไม่ถูก ทุกครั้งที่ภาณุทำแบบนั้น ไม่รู้เขารู้ตัวหรือไม่ว่าทำให้หัวใจของหล่อนเต้นรัวจนแทบจะออกมาฟ้องนอกร่าง ภาณุโปรยยิ้มอบอุ่นก่อนจะวางกล่องขนมเค้กบนโต๊ะ เปิดฝาครอบอาหารที่ทำไว้เตรียม เป็นของโปรดของหล่อนทั้งนั้น อรณีถึงกับตาโตถูกใจ

“รู้ใจจริง ๆ เลย รู้ไหมว่าอรหิวจะตาย เจ้ซื้อสลัดกับน้ำส้มให้กินทุกวัน จนหน้าจะเป็นบรอกโคลี่ ผักกาดแก้ว ผักกาดหอม มะเขือเทศอยู่แล้ว” หล่อนได้ทีบ่น เพราะรู้ว่าถึงยังไงภาณุก็ไม่เอาไปเล่าให้แสงสุรีย์ฟังแน่ ร่างบอบบางกุลีกุจอลงนั่งหัวโต๊ะรอรับบริการจากชายหนุ่มอย่างเต็มใจราวกับเป็นเด็กเล็กก็ไม่ปาน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel