เมื่อเลี่ยงไม่ได้!!
จวนกั๋วกง สกุลหม่า
5วันแล้วที่นางมาอยู่ในร่าของสตรีผู้นั้น ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตาลิขิต แต่มั่นใจแล้วแน่ๆว่าไม่ได้ฝันไป เพราะหลายวันมานี้ คนสกุลหม่าเอาแต่พูดเรื่องพิธีแต่งงานของนางกับท่านอ๋องเฟยหลง!!
“ข้าไม่แต่ง!!” เสียงหวานพูดจานิ่มนวลแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด
“ซิ่วอิง ขัดต่อพระบัญชามีโทษถึงตาย ยามก่อนเจ้าเติบโตมาพร้อมท่านอ๋อง ตอนหมั้นหมายเจ้าดีใจอย่างสุดซึ้ง แล้วเหตุใดจึงเปลี่ยนใจไปมาเช่นนี้“ เสียงมารดาผู้ให้กำเนิดเอ่ยถามอย่างร้อนรน
”เพราะหากข้าแต่ง ข้าอาจนำภัยมาสู่ครอบครัว ข้าอาจตายด้วยน้ำมือสนมคนใดคนนึง ท่านแม่ ข้า…“ นางจะพูดออกไปได้อย่างไร จะพูดได้หรือว่านางไม่ใช่หม่าซิ่วอิง
นางเป็นเพียงผู้หญิงคนนึงที่ฝันถึงเรื่องราวของหญิงสาวต่างภพมาตลอด รับรู้ตลอดว่าสตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นแต่งงานแล้วมีจุดจบเช่นไร ตอนสตรีผู้นั้นตาย เป็นเวลาเดียวกันกับที่นางโดนรถชนจากโลกเก่า ขาดใจตายเช่นกัน แต่ดวงวิญญานนางกลับมาอยู่ในร่างนี้ ในตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกับท่านอ๋องแคว้นต้าหลี่
”เจ้าอะไร“ ผู้เป็นมารดาจับหัวไหล่บอบบางให้หันมาเผชิญหน้าพร้อทพูดอย่าอ่อนใจ
”ซิ่วอิง… หากขัดต่อพระบัญชาฮ่องเต้ที่พระราชทานสมรสให้ ตระกูลหม่าของเราจะต้องสิ้นชื่อ“ มารดาพูดจาเกลี้ยกล่อมนางก็ไม่ฟัง ถึงคราบิดาใช้เสียงแข็งบ้างนางตัดสินใจปล่อยโฮทันที
“ชีวิตข้าอาภัพนัก เป็นบุตรสาวคนเดียวของหนิงกวนโหว เหตุใดจึงต้องพลัดพรากจากท่านพ่อท่านแม่ แม้ข้าเคยมีใจภักดิ์ แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากแกร่งแย่งสามีกับสตรีคนอื่น ข้าผิดด้วยหรือ!!” ท่าทางเจ็บปวดแสนสาหัสทำผู้ให้กำเนิดมองหน้ากันไปมาด้วยเพราะคิดตามคำพูดบุตรสาว
“ลูกรัก ยามนี้ฝ่าบาทมีราชโองการมาแล้ว พ่อเจ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะการเป็นอ๋องต้องการแรงสนับสนุนของสกุลหม่า ผู้ใหญ่วางตัวไว้หมดแล้ว ต่อให้ข้ารักเจ้าปานดวงใจ ข้า…หลีกเลี่ยงได้หรือ” หม่าเว่ยหลงพูดออกมาด้วยความลำบากใจ หากไม่ได้หมั้นหมายกันมาก่อน ฮ่องเต้คงไม่มีพระบัญชาให้จัดพิธีภิเษกสมรสให้หลานชายที่เป็นที่รักยิ่ง อนาคตข้างหน้าแม้มีทายาทเป็นองค์รัขทายาทที่แต่งตั้งแล้ว แต่การไม่เอาถ่านแถมไม่สนใจราษฏร ทำเอาฝ่ายขุนนางส่วนใหญ่ไม่ชอบใจนัก หันมาสนับสนุนท่านอ๋องแคว้นต้าหลี่ที่มาจากสายเลือดกษัตริย์อยู่เต็มตัวไม่แพ้องค์รัชทายาท
“ซิ่วอิง พ่อแม่ไม่ได้ปล่อยมือจากเจ้า เจ้าจะเป็นเพียงพระชายาของท่านอ๋อง หรือจะเป็นพระชายาองค์รัชทายาท หรือภายภาคหน้าจะได้เป็นฮองเฮา เจ้าก็คือบุตรสาวคนเดียวของแม่” ไม่ใช่ว่านางอยากผลักไสลูก แต่เพราะขัดต่อพระบัญชาไม่ได้ นางจำใจต้องส่งลูกเข้าวัง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ หากการณ์นี้ข้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นนั้นมีสิ่งเดียวที่ลูกจะขอท่านทั้งสอง” นางบีบมือผู้มีพระคุณแน่น
“วันข้างหน้าข้าอยากให้พวกท่าน…ทำสกุลหม่าของเราให้ยิ่งใหญ่จนหาใครเปรียบ ไร้ผู้อื่นเหยียบย่ำ สร้างอำนาจให้หนากว่าภูเขาสูง เพราะเป็นลมใต้ปีกของข้าในยามที่…” นางกลืนน้ำลายลงคอก่อนเอ่ยบางคำออกมาอย่างยากลำบาก
“ในยามที่ท่านอ๋องมีนางสนมคนใหม่ที่โปรดปรานมากกว่าข้าที่เป็นเมียพระราชทาน ยามนั้น ข้าจะเป็นเมียหลวงที่ไม่ยอมให้ผู้ใดมาอยู่สูงเทียมข้า อำนาจที่ข้าต้องการ คือสกุลหม่ายากที่ผู้ใดจะล้มล้าง” สายตาที่แน่วแน่ทำผู้ให้กำเนิดสูดลมหายใจเข้าลึก ในใจฮึกเหิมขึ้นอย่างหน้าประหลาด
“เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็จงเข้าร่วม ข้า…หม่าซิ่วอิง จะเป็นสตรีที่เหนือกว่ามังกร!!”
