ตอนที่ 13 เริ่มงานวันแรก
เช้าวันถัดมา
หญิงสาวให้เมฆมาส่งโดยจอดไกลจากหน้าประตูคฤหาสน์เช่นเคย วันนี้หญิงสาวพกความมั่นใจเต็มเปี่ยม เธอเองก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลามากแค่ไหน บางครั้งเธอยังแอบดีใจด้วยซ้ำที่ติณโกรธแทนเธอมากขนาดนี้ นั่นก็หมายความว่าเขารักเธอมากขนาดไหน
"มาแล้วก็รีบมารวมตัวซะ"
เสียงของภูผาหัวหน้าบอดี้การ์ดเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นหญิงสาวเดินทอดน่องด้วยความสบายใจ ขณะที่บอดี้การ์ดคนอื่นๆ กำลังยืนเรียงแถวหน้ากระดานกว่า 20 คนอย่างเป็นระเบียบ
"ต่อไปนี้ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ก่อนทานอาหารเช้า ใครที่ไม่ได้อ่านรายละเอียดและกฎระเบียบ กลับไปก็ช่วยทบทวนตัวเองด้วย"
ภูผาเอ่ยพลางหันมาทางมณฑิกาล
"วันนี้คุณติณจะพาคุณพลอยกมลไปตรวจที่โรงพยาบาล ให้ณรงค์เป็นคนขับรถ บาส วิน เจต ส่วนบอดี้การ์ดคนใหม่ พิมพ์ณภาและมณฑิกาล ไปด้วยในครั้งนี้"
"ครับ/ค่ะ" ภูผาเอ่ยสั่งเสียงเข้ม
.
รถหรู 3 คันถูกจอดเรียงกันตรงทางเข้าตัวคฤหาสน์ เหล่าบอดี้การ์ดรวมถึงมณฑิกาลเองก็ยืนประจำรถเพื่อรอผู้เป็นนายออกมาจากข้างใน ทุกคนใส่ยูนิฟอร์มสีดำเหมือนกันทุกคน หญิงสาวก้มมองตนเองด้วยสีหน้าหม่นหมองเล็กน้อย เพราะปกติเธอไม่ใช่คนแต่งตัวแนวนี้ เธอน่ะเหรอไม่ว่าคอลเลกชั่นไหนที่ออกมาใหม่ไม่มีทางพลาดแน่ เพราะการเงินที่ไม่ขัดสนและชื่อเสียงงานที่ทำของเธออีกด้วย พอวันหนึ่งตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ มันก็ไม่ถึงขนาดที่ยอมใส่ไม่ได้หรอก แต่แค่ไม่ชินเล็กน้อยเท่านั้นเอง
'จะว่าไปร่างนี้ก็หุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ย ใส่สูทดำแบบนี้ดูทะมัดทะแมงดี' หญิงสาวกล่าวกับตัวเองในใจ และจังหวะนั้นเองเป็นตอนที่ติณกรณ์ออกมาพอดี
สายลมพัดอ่อนๆ ทำให้ชายหนุ่มยามที่เดินออกมานั้นดูหล่อเหลา สง่างามสมกับเป็นเจ้าพ่อมาเฟียที่ทรงอิทธิพล หญิงสาวแอบภูมิใจที่แฟนหนุ่มของเธอ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมเล็กน้อยเวลากวาดสายตามองเหล่าบอดี้การ์ด จนทำให้มณฑิกาลเองเผลอยิ้มส่งไปให้เขาอย่างลืมตัว แต่แล้วเธอก็ต้องหุบยิ้มในทันทีเพราะสายตาที่ชายหนุ่มมองเธอกลับมานั้นเย็นชา จนเธอเองก็รู้สึกชาไปทั้งตัวด้วยความผิดหวัง ก็ถูกแล้วสินะเรื่องที่ร่างนี้เคยทำจะให้เขามายิ้มให้คืนก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ชายหนุ่มเหลือบตาไปมองมณฑิกาลเล็กน้อยก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เขาหันไปยื่นมือรับพลอยกมลที่เดินตามเขามาด้วยท่าทางอบอุ่น ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้ม
"ไม่เห็นต้องวิ่งเลย"
ติณกรณ์เอ่ยเสียงดุแฟนสาวเล็กน้อยที่เธอรีบวิ่งเหมือนเด็กน้อย แต่ก็เป็นการส่งเสียงดุด้วยความห่วงใยเท่านั้น
"ไปกันเถอะ"
ชายหนุ่มยิ้มให้เธออีกครั้ง และทั้งคู่ก็จูงมือกันเดินมาที่รถหรูแต่แล้วก็ยังไม่มีคนเปิดประตูให้เสียที
แฮ่ม!
ภูผาส่งเสียงเรียกสติมณฑิกาลที่ยังคงยืนเหม่อไม่ยอมเปิดประตูให้ผู้เป็นนายทั้งคู่สักที หญิงสาวที่พึ่งได้สติก็ลนลานรีบเปิดประตูรถ หญิงสาวหาที่เปิดอยู่ชั่วครู่เพราะในหัวเธอตอนนี้สับสนปนความเสียใจ อีกทั้งหน้าที่เปิดประตูให้คนอื่นเธอแทบไม่เคยทำ ในอดีตมีแต่คนคอยทำให้หากไม่ได้ไปกับเพื่อนสนิทเธอจริง เธอแทบไม่ต้องทำเอง และรถหรูของที่นี่ไม่เหมือนกันเลยสักคัน
"แค่เปิดประตูรถแค่นี้ยังทำไม่ได้ ก็ออกไปซะ"
เสียงเข้มของติณกรณ์หันมาตะคอกใส่หญิงสาวก่อนที่จะเข้าไปในรถ มณฑิกาลทำได้เพียงก้มหน้าขอโทษด้วยความรู้สึกผิดจากนั้นรีบปิดประตูและไปขึ้นรถของตนเอง ระหว่างทางไปหญิงสาวเงียบมาตลอดทั้งทางเมื่อนึกถึงสายตาที่ชายหนุ่มมองเธอเมื่อสักครู่ นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาตะคอกใส่เธอแบบนี้ ความน้อยใจก่อตัวขึ้นมาอย่างข่มใจไม่อยู่ หยาดน้ำตาที่พยายามอดกลั้นมานานไหลออกมาอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้บอดี้การ์ดที่มาด้วยสังเกตเห็นหยาดน้ำตาที่แสดงถึงความอ่อนแอ เมื่อเธอเลือกทางนี้ที่จะมาอยู่ใกล้เขาเธอต้องเข้มแข็งมากกว่านี้ ทางที่ดีเธอควรดีใจด้วยซ้ำที่เขาเองก็ดูแลร่างเธอเป็นอย่างดี
ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาล หญิงสาวจึงรีบไปเปิดประตูเช่นเคย ครั้งนี้เธอไม่ได้ตะกุกตะกักอีกแล้ว พลอยมกลที่พึ่งลงมาจากรถแอบเหลือบตาไปเห็นมณฑิกาลที่ตาแดง เธอรู้ดีกว่าใครเพราะนั่นเป็นร่างเธอคงเป็น หญิงสาวร้องไห้มาก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนรถแน่ แต่ใครจะสนล่ะในเมื่อตอนนี้ชีวิตเธอดีขนาดนี้ ส่วนที่เหลือก็แค่คอยกำจัดมณฑิกาลออกไปเท่านั้นเอง
"คุณต้องเข้าไปคนเดียวนะ แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะรอคุณหน้าห้องตรวจไม่ไปไหน"
