ตอนที่ 1 มณฑิกาล บุญเลิศ....อย่างนั้นสินะ
ที่ระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์หรู ตั้งอยู่ท่ามกลางเนื้อที่กว่ายี่สิบไร่ ชายในชุดสูทสนิททั้งตัวที่ดูก็รู้ว่าถูกตัดมาอย่างดี ราคาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รวมถึงเครื่องประดับตลอดทั้งตัวไม่ต่ำกว่าแปดหลัก แม้จะมีเสื้อผ้าเนื้อดีปกคลุมอยู่ แต่ไม่สามารบดบังร่างกายที่เต็มไปด้วยหมัดกล้ามได้เลย รูปร่างที่ดูดีแน่นอนต้องมาพร้อมกับใบหน้าที่ใครเห็นคงต้องลุ่มหลง เพราะเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่ความหล่อเหลาแต่กลับมีเสน่ห์เป็นที่สุด ผมดกดำหนาดูสุขภาพดีถูกจัดแต่งเป็นทรง คิ้วหนาเรียงตัวสวยรับกับจมูกที่โด่งเข้ากับใบหน้า ดวงตาคมเข้มสีน้ำตาลอิฐ ปากไม่หนาไม่บางจนเกินไป
เขาคือทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอัครเดชโชติสกุล 'ติณกรณ์ อัครเดชโชติสกุล' ทุกคนรู้ดีว่าชายผู้นี้คือมาเฟียหนุ่มที่มากไปด้วยมหาอำนาจ เพียงแค่เขาเอ่ยปาก ไม่ว่าจะกิจการ บริษัทก็ต่างๆก็อยากที่อยู่ในการปกครองของเขา ในมือหนาขาวเรียวยืนถือแก้วไวน์ที่ถูกทำขึ้นโดยเฉพาะและมีเพียงไม่กี่คนที่ได้ครอบครองด้วยท่าทีนิ่งสงบ มองทิวทัศน์สวนสไตล์ฝรั่งเศสที่เขาให้คนตกแต่งในแบบที่แฟนสาวของเขาชอบ
"นายครับ นี่คือข้อมูลที่ท่านให้เราหามา"
'พุท' ผู้ช่วยคนสนิทส่งเสียงรายงานทำลายความเงียบ และวางแฟ้มข้อมูลลง ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หันมาสนใจกับแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนที่จะเดินมาวางแก้วไวน์พรางนั่งลงเปิดแฟ้มข้อมูลดู ผ่านไปครู่ใหญ่ชายหนุ่มจึงปิดแฟ้มลง
"มณฑิกาล บุญเลิศ....อย่างนั้นสินะ"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางกำหมัดแน่นด้วยความโมโห เท่าที่เขาให้คนไปสืบข้อมูลมา วันนั้นที่พลอยกมลแฟนสาวของเขาได้รับอุบัติเหตุเพราะช่วยเธอ แต่มารู้ว่ามณฑิกาลอยากที่จะฆ่าตัวตาย หญิงสาวที่แม้แต่ชีวิตตัวเองก็ไม่รักยังมาทำเรื่องเดือดร้อนคนอื่นจนคนที่เขารักต้องได้รับบาดเจ็บ เขาที่ดูแลเธออย่างดีแม้แต่มดยังยากที่จะกัดเธอได้ แล้วมณฑิกาลเป็นใครถึงทำให้คนที่เขารักได้รับบาดเจ็บถึงขั้นนี้
"ไล่เธอออกจากที่ทำงานซะ ห้ามให้ใครหรือบริษัทใดก็ตามรับเธอทำงานเด็ดขาด " ชายหนุ่มเอ่ยสั่งเสียงเข้ม
"ครับ"
พุทเอ่ยรับเสียงเข้มและเดินออกไปทันที หลังพุทไปแล้วชายหนุ่มจึงหยิบแก้วไวน์ขึ้นอีกครั้ง จากนั้นจรดไปที่ริมฝีปากหนา ความหอมหวานของแอลกอฮอร์ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ต้องทุกข์ใจที่คนรักของตนต้องรับบาดเจ็บมาหลายวัน
"ถ้าเธออยากตายมาก ฉันจะให้เธออยู่ก็เหมือนตาย ถึงอยากตายก็ตายไม่ได้"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความเคียดเเค้น ทั้งชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่เขาต้องการแล้วไม่ได้
.......
2 สัปดาห์ก่อน
"เงินล่ะ เงินอยู่ไหน เอาเงินมาเดี๋ยวนี้"
ชายรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา อายุราวๆ 28 ปี เอ่ยเสียงดังพรางกระชากกระเป๋าจากแขนหญิงสาวมาเปิด และเทลงพื้นเพื่อหาเงินด้านในด้วยความโมโห หญิงสาวร่างเล็กใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ทว่าที่มุมปากกลับมีโลหิตสีแดงเปรอะเปื้อน
"ฉันไม่มีหรอกนะ พึ่งโอนให้พ่อกับแม่ค่าเช่าบ้านเมื่อเช้า พี่เองก็มีเงินจากที่ทำงาน ทำไมต้องมาขอฉันด้วย"
หญิงสาวเองก็ตะคอกกลับไปเช่นกัน ถึงเธอจะตัวเล็กแต่คราวนี้เธอจะไม่ทนแล้ว เพราะหลายเดือนมานี้เธอถูกแฟนทำร้ายร่างกายบ่อยครั้งเมื่อเธอไม่สามารถหาเงินมาให้เขาได้ ทั้งข่มขู่สารพัดว่าจะเลิกรากับเธอซะ แต่ถึงเธอจะพูดเช่นนั้นแฟนหนุ่มไม่ได้สนใจคำพูดของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย เอาแต่รื้อหาสิ่งของที่ตนต้องการและในที่สุดก็มีเงินก้อนหนึ่งตกลงมาจากกระเป๋า
"ไม่นะกฤต นั่นมันเงินที่เราตั้งใจเก็บไว้แต่งงานกัน คุณจะเอาไปใช้ไม่ได้"
"มนต์ คุณอย่ากังวลสิเงินแค่นี้ เดี๋ยวผมหามาคืนคุณเป็น 10 เท่าเลย"
แฟนหนุ่มเอ่ยแววตาเจ้าเลห์พรางยิ้มด้วยความอารมณ์ดี ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
'มณฑิกาล' ได้แต่นั่งกอดเข่าร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรักเขามากมายเช่นนี้ กฤษคือแฟนหนุ่มของเธอเองที่คบหาดูใจกันมากว่า 5 ปี มีแพลนจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ 3 เดือนที่แล้วจนมาถึงตอนนี้อยู่ๆ กฤตก็เปลี่ยนไป เขานำเงินมากมายที่ทำงานได้ไปเล่นการพนันจนหมดตัว ตอนแรกเขาก็บอกว่าขอยืมแล้วจะนำมาคืน แต่ตอนนี้ถ้าเธอไม่ให้เขา เขาก็จะทำร้ายร่างกาย หญิงสาวรู้สึกสิ้นหวังและหมดแรงจนแทบไม่อยากรับรู้อะไร ภาพอนาคตที่ทั้งคู่วาดฝันเอาไว้ด้วยกันแตกสลายไปพร้อมกับเงินก้อนสุดท้ายที่เขาเอาไปเมื่อสักครู่แล้ว เธอค่อยๆ ลุกจากพื้นและเดินตรงไปหยิบเหล้าที่แฟนหนุ่มกินทิ้งไว้ ยกขึ้นกรอกปากและดื่มมันหมดในรวดเดียว หยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มและสภาพผมที่ยุ่งเหยิงทำให้สภาพเธอแทบดูไม่ได้ เธอที่ในชีวิตนี้แทบไม่เคยดื่มเหล้ามาก่อนทำให้ร่างกายเซเล็กน้อยขณะที่ยืน และเดินตรงออกจากห้องพักของตนไป
