1.6
อุบลวรรณพยักหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มแล้วเอ่ยต่อ
“แม่เป็นญาติห่างๆ กับแม่ของคุณอัยย์ แม่คุณอัยย์เป็นญาติผู้พี่ของแม่ ห่างกันไปในชั้นคุณยายแม่ที่เป็นน้องสาวคุณตาของแม่คุณอัยย์นู่นแนะจ้ะ”
“เรย์นึกไม่ออกจริงๆ ค่ะว่าผู้ชายบุคลิกแบบไหนนะ ที่ทำให้บัวตกหลุมรักเขาจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นแบบนี้”
“หึๆ เดี๋ยวคืนนี้แม่จะหาทางพาหนูเรย์ไปแนะนำให้รู้จัก แล้วค่อยมาวิเคราะห์กันว่าคุณอัยย์มีบุคลิกแบบไหน ทำไมถึงทำให้ยายบัวเป็นปลื้มเขานักหนา ดีไหมจ๊ะ”
เรณุกายิ้มบางๆ มองเพื่อนทำหน้าชวนขันพลางพนมมือกล่าวน้ำเสียงแผ่วเบา “เรย์กราบขอโทษที่อยู่ร่วมงานคืนนี้ไม่ได้นะคะ เรย์มีงานต้องกลับไปทำต่อค่ะแม่ เรย์ไม่สะดวกอยู่ต่อคงยังไม่มีโอกาสทำความรู้จักกับเขาหรอกค่ะ”
“แหม เสียดายจัง แม่นึกว่าหนูเรย์จะอยู่ถึงงานกลางคืนด้วยเสียอีก”
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันให้คนรถไปส่งแกนะ” สโรชาเอ่ยอย่างกระตือรือร้น
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันเรียกแกร็บแท็กซี่กลับเองได้ เผื่อทางนี้มีอะไรขาดเหลือต้องใช้รถ จะวุ่นวายเปล่าๆ”
“ขืนปล่อยให้แกทำแบบนั้น ไอ้ชัฎรู้เข้า คงกระแนะกระแหนฉันไม่เลิกนะสิ มันคงค่อนขอดที่ฉันไปรับแกมาได้แต่งานเสร็จปล่อยให้แกกลับเอง” สโรชาเอ่ยกระทบคนรักเพื่อนอย่างหงุดหงิด
“ชัฎไม่รู้หรอกน่า บัวไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวเรากลับเองได้จริงๆ”
“ไม่เป็นไรแน่นะ” สโรชาถามอย่างไม่สบายใจนัก
“แน่สิ...”
เธอตอบหนักแน่นพลางเก็บเครื่องสำอางเข้ากระเป๋าเสร็จแล้วจึงหันไปเอ่ยพร้อมกับกระพุ่มมือไหว้มารดาของเพื่อน
“เรย์ขออนุญาตกลับเลยนะคะแม่”
“ขอบใจมากนะลูก นี่จ้ะแม่ให้ค่าเหนื่อย” อุบลวรรณหยิบธนบัตรใบละพันห้าใบส่งให้เรณุกา
“เรย์ขออนุญาตไม่รับนะคะแม่ เรย์ตั้งใจมาช่วยจริงๆ ค่ะ วันนี้เป็นเกิดแม่ แต่เรย์ไม่ได้เตรียมอะไรติดไม้ติดมือมาอวยพรเลย เรย์รับเงินคุณแม่ไม่ได้หรอกค่ะ”
“ไม่ได้จ้ะ...หนูรับไปเถอะนะจ๊ะ แค่หนูเรย์สละทำธีสิสมาช่วย แม่ก็เกรงใจมากแล้ว อย่าให้แม่รู้สึกไม่สบายใจเลยนะ”
“แต่ว่า...”
“รับไปเถอะน่าไอ้เรย์ แม่ฉันเขาจะได้สบายใจแต่ถ้ามันเยอะไปก็เก็บไว้เลี้ยงข้าวฉันก็แล้วกัน” สโรชาสรุปง่าย ๆ
เรณุกาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจรับเงินพร้อมกับยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณพร้อมอำลา จากนั้นเดินตามสโรชาออกไป
“แกไม่ต้องไปส่งฉันหรอกบัว ไปแต่งตัวเถอะ ฉันกลับเองได้”
เรณุกาบอกเพื่อนหลังเดินผ่านออกจากประตูชั้นในแต่ยังต้องเดินต่อไปยังประตูรั้วเพื่อรอรถที่เรียกไว้
“แน่ใจนะว่ากลับเองได้จริงๆ น่ะ” สโรชาเลิกคิ้วถามเพื่อความแน่ใจ
“เออ...ปกติฉันก็ไปไหนมาไหนคนเดียวจนชินอยู่แล้วน่า แกไม่ต้องเป็นห่วง”
“อื้อ อย่างนั้นแกก็เดินทางระวังๆ หน่อยก็แล้วกัน เอาไว้เจอกันที่มหาวิทยาลัยพรุ่งนี้ ถึงห้องแล้วโทร.บอกฉันด้วยล่ะ”
“โอเค แกกลับขึ้นไปช่วยแม่แต่งตัวเถอะ”
สโรชาพยักหน้า ส่งยิ้มและโบกมือลา ก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้าน
“ส่งเพื่อนขึ้นรถแล้วเหรอ ไวจริง” อุบลวรรณถามเมื่อบุตรสาวเดินกลับเข้ามา
“บัวไม่ได้อยู่รอจนรถมารับหรอกแม่ เรย์มันบอกให้บัวขึ้นมาช่วยแม่แต่งตัวต่อน่ะ”
“เพื่อนแกคนนี้น่ารักดีนะ ดูเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นมากกว่าตัวเองเสียอีก” อุบลวรรณเอ่ยอย่างนึกเอ็นดู
“ค่ะ เรย์มันเป็นคนแบบนี้แหละ บางทีก็เหมือนคนโง่ที่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบ” สโรชาไหวไหล่พลางพูดถึงเพื่อนในลักษณะดูแคลน ไม่ได้ชื่นชมกับมารดา
“คบเพื่อนแบบนี้ไว้ก็ไม่เสียหลาย อย่างน้อยก็ใช้ทำอะไรแทนเราได้หลายอย่าง ว่าแต่ครอบครัวเขาล่ะเป็นคนที่ไหน แกรู้จักพ่อแม่เขาหรือเปล่า”
สโรชาส่ายหน้า ตอบตามที่เข้าใจ “ไม่รู้จักหรอกค่ะ เรย์มันไม่ค่อยชอบพูดถึงเรื่องครอบครัวให้เพื่อนฟัง รู้แค่มันเหลือพ่อคนเดียว และพ่อมันน่าจะเป็นคนมีฐานะพอสมควรเลย ไม่อย่างนั้นมันคงไม่มีคอนโดฯ หรูหราราคาแพงเป็นของตัวเอง แล้วก็ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงินทอง แต่ที่มันรับทำงานก็เพราะนิสัยชอบช่วยเหลือคนอื่นของมันนั่นแหละค่ะ”
“อืม...ก็ถือว่าเป็นเด็กดีคนหนึ่ง ส่วนครอบครัวอาจเป็นพวกเศรษฐีต่างจังหวัดก็ได้ แต่ก็น่าแปลกเรียนด้วยกันตั้งหลายปี ทำไมถึงไม่เปิดเผยเรื่องครอบครัวกับเพื่อนๆ มีอะไรที่ไม่อยากเปิดเผยหรือเปล่า”
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ไม่มีใครเคยซักเพราะมันเป็นเพื่อนที่ดี แล้วก็ใช้ง่าย บัวเลยไม่ได้สนใจมองเรื่องอื่นของเรย์มันเลยค่ะ” สโรชาไหวไหล่
อุบลวรรณพยักหน้าหงึกๆ แม้ในใจยังไม่สิ้นความสงสัย แต่เลือกที่จะละความสนใจเพราะเห็นเป็นเรื่องส่วนตัวของเด็กสาว จากนั้นจึงเปลี่ยนบทสนทนาไปเรื่องอื่นต่อ
