บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 ยัยตัวแสบส้นแดงกับเฮดว้ากหน้านิ่ง

เสียงกลองรัวกระหน่ำกลางลานเกียร์ที่ถูกแดดแผดเผา แต่สายตาทุกคู่ของรุ่นพี่และเฟรชชี่ปีหนึ่งกลับไม่ได้มองไปที่โพเดียม... ทุกคนกำลังจ้องไปที่ร่างระหงส์ในชุดนักศึกษาสุดเซ็กซี่ เสื้อทรงบอยรัดรูปจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน กับกระโปรงทรงเอผ่าข้างสั้นเหนือเข่าขึ้นมาหลายนิ้ว และที่พีคที่สุดคือ รองเท้าส้นเข็มสีแดงเพลิงสูงสี่นิ้วครึ่ง ที่ส่งเสียง ตึก! ตึก! ตึก! กระทบพื้นลานเกียร์อย่างมั่นใจ

"ชื่ออะไร!"

เสียงเข้มทรงพลังตวาดลั่นลานเกียร์ 'พี่หิน' เฮดว้ากปีสามในเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมู เนี้ยบกริบ ไม่มีรอยยับแม้แต่จุดเดียว ใบหน้าหล่อเหลาราวกับสลักจากก้อนน้ำแข็งจ้องมองมา แววตานิ่งสนิททว่าแฝงไปด้วยรังสีคุกคามที่ทำให้เฟรชชี่หลายคนก้มหน้าหงอ

"ชิลลี่ค่ะ! ชิลลี่ที่แปลว่าพริก... และพริกเม็ดนี้ก็เผ็ดมากด้วย” เจ้าของชื่อลอยหน้าลอยตาตอบ ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มท้าทาย ไม่มีความกลัวเกรงเลยสักนิดสายตาคมกริบของเฮดว้ากหน้านิ่งไล่กวาดสายตา มองตั้งแต่เรียวปากสีแดง คอระหง ลงมาจนถึงรองเท้าส้นสูงปรี๊ดของเธอ มุมปากหนากระตุกยิ้มเย็นชาที่ชวนให้ขนลุก

"ปากดี...ในเมื่อชอบความสูงนัก งั้นไปยืนกระโดดตบกลางลานเกียร์ห้าสิบครั้ง ปฏิบัติ!"

"แต่หนูใส่ส้นสูงอยู่นะคะ! " ชิลลี่โวยวาย เสียงเริ่มสะบัด บ้าไปแล้ว ให้กระโดดตบใน รองเท้าส้นเข็มสี่นิ้วครึ่ง ขาเธอได้พลิกหักกันพอดี

"ก็ถอดออกซะสิครับ... หรือจะให้พี่ช่วยถอดให้?" หินสาวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกลิ่นแดดจางๆ จากตัวเขาแผ่ซ่านจนชิลลี่เผลอกลืนน้ำลาย ยัยเด็กแสบเม้มปากแน่น มองหน้าหล่อดุที่ท้าทายเธออย่างไม่ลดละ ก่อนจะตัดสินใจสะบัดรองเท้าส้นสูงราคาแพงทิ้ง เท้าเปล่าเนียนละเอียดสัมผัสกับพื้นซีเมนต์ลานเกียร์ที่ร้อนระอุจนแทบพอง

"ถอดแล้วค่ะ! แล้วพี่ก็จำไว้เลยนะ... ความแค้นนี้ชิลลี่คิดทบต้นทบดอกแน่!"

เธอเชิดหน้าท้าแดด แม้จะตื่นเต้นจนหัวใจเต้นโครมคราม แต่คนอย่างชิลลี่... ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ผู้ชายหน้าโหดอย่างเขาเด็ดขาด!

"เริ่มนับ! ถ้าเสียงไม่ดัง ไม่พร้อม ไม่ต้องหยุด!" หินสั่งเสียงกร้าว หันหลังเดินกลับไปยืนคุมเชิงอยู่หน้าแถว ทว่าหางตายังคงจับจ้องไปที่ร่างบางกลางลานแดดไม่วางตา

"หนึ่ง! สอง! สาม!..."

ชิลลี่กัดฟันกระโดดตบ ฝ่าเท้าเล็กๆ กระทบพื้นคอนกรีตที่ร้อนดั่งไฟลวกเหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดซึมตามไรผมและกรอบหน้าหวาน แสงแดดยามบ่ายสามโมงตรงไม่ใช่เรื่องตลก แต่ความดื้อรั้นในสายเลือดทำให้เธอเชิดหน้าขึ้น ริมฝีปากสีแดงสดเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความแสบร้อนที่ฝ่าเท้า ทุกจังหวะที่เธอกระโดด เสื้อนักศึกษาทรงบอยที่รัดรูปอยู่แล้วยิ่งรั้งตึงจนแทบปริ กระโปรงทรงเอผ่าข้างก็เลิกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ เฟรชชี่หนุ่มๆ หลายคนลอบกลืนน้ำลายลงคอ แม้แต่พวกรุ่นพี่ว้ากคนอื่นๆ ยังเผลอมองตาค้าง มีเพียงเฮดว้ากอย่างหินเท่านั้นที่ยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ ทว่านัยน์ตาสีเข้มกลับวาวโรจน์ขึ้นอย่างประหลาด

เขากวาดสายตาดุดันมองกราดไปรอบๆ ลานเกียร์ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนรุ่นพี่รุ่นน้องพากันหลบสายตาเป็นแถว ไม่มีใครกล้ามองยัยพริกขี้หนูกลางลานแดดอีก

"สี่สิบเก้า... ห้าสิบ!" ร่างบางหยุดชะงัก หอบหายใจโยน หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบถี่ เหงื่อชุ่มจนเสื้อนักศึกษาแนบไปกับผิวเนื้อ ชิลลี่ยกมือขึ้นปาดเหงื่อลวกๆ ดวงตากลมโตตวัดมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกมองเธออยู่

"ครบแล้วค่ะ พอใจหรือยังคะ?" เธอถามเสียงสะบัด แม้จะเหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่สายตายังคงดื้อดึงไม่ยอมแพ้ หินก้าวเข้ามาช้าๆ รองเท้าหนังขัดมันวับหยุดลงตรงหน้าปลายเท้าเปลือยเปล่าที่ตอนนี้แดงเถือกจากความร้อนของพื้นลานเกียร์ เขาหลุบตามองรอยแดงนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตากับคนดื้อรั้น

"คิดว่าแค่นี้จบแล้วเหรอ ชรินทร์ทิพย์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบๆ ทว่ากดดันอยู่ในที "กฎระเบียบมีไว้ให้ปฏิบัติตาม

ไม่ใช่ให้เด็กปีหนึ่งมาแต่งตัวยั่วประสาท ทำตัวท้าทายเพื่อเรียกร้องความสนใจ"

"หนูไม่ได้เรียกร้องความสนใจ!" ชิลลี่สวนทันควัน สองมือเท้าสะเอว

"หนูแต่งตัวเพราะความมั่นใจ ร่างกายก็ของหนู กฎบ้าบออะไรบังคับยันความสูงของส้นรองเท้าคะ?"

"นี่คือคณะวิศวะ ไม่ใช่รันเวย์เดินแบบ" หินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนชิลลี่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน

"ถ้าอยากอวดสวยนัก ก็ต้องรับผลของการกระทำตัวเองให้ได้"

"ผลอะไรอีกล่ะคะ กระโดดตบจนเท้าสุกเป็นกุ้งต้มแล้วเนี่ย เอาอะไรอีก!" หินเหยียดยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ชิลลี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ

"เย็นนี้หลังเลิกกิจกรรมรับน้อง... ไปที่ห้องสโมสรนักศึกษา โต๊ะประชุมในนั้นมีฝุ่นเกาะ เธอต้องไปทำความสะอาดมันทุกตัว"

"อะไรนะ! นี่พี่จะบ้าเหรอ หนูเป็นนักศึกษานะ ไม่ใช่แม่บ้าน!" ชิลลี่เบิกตากว้าง

อ้าปากค้างกับบทลงโทษที่ไร้เหตุผลสิ้นดี

"จะนักศึกษาหรือแม่บ้าน ถ้าทำผิดกฎก็ต้องโดนลงโทษเหมือนกัน"

หินยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แววตากลับมาเย็นชาตามเดิม

"หกโมงเย็นตรง อย่าสาย... อ้อ แล้วก็อย่าคิดหนี เพราะพี่จะไปตรวจงานด้วยตัวเอง ถ้าโต๊ะไม่เงาวับ เธอเตรียมตัวโดนหนักกว่านี้ได้เลย"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel