บทที่ 5: ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
บทที่ 5: ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
แสงแดดจ้ายามสายส่องลอดผ่านกระจกใสบานยักษ์เข้ามาภายในเพนต์เฮาส์ ปลุกให้ พราวพิลาส ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันเหนื่อยอ่อน หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย โดยเฉพาะบริเวณกึ่งกลางกายที่ระบมจนแทบขยับขาไม่ได้
ความทรงจำอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองราวกับฉากหนังที่ฉายซ้ำ ภาพของอัคคี... สัมผัสของเขา... และเสียงครางของเธอเอง
พราวรีบก้มลงมองสำรวจตัวเอง พบว่าเธอนอนอยู่บนโซฟาหนังตัวเดิม โดยมีเสื้อสูทตัวนอกของอัคคีคลุมร่างเปลือยเปล่าเอาไว้ ส่วนเจ้าของเสื้อ... หายไปแล้ว
"ตื่นแล้วเหรอ?"
เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากมุมห้อง พราวสะดุ้งสุดตัว หันไปมอง อัคคี ที่ยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์ จิบกาแฟดำด้วยท่าทีสบายๆ เขาอยู่ในชุดใหม่ที่ดูเนี้ยบกริบ เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงสแล็คเข้ารูป ผมเผ้าเซตทรงเรียบร้อย ต่างจากเธอที่สภาพดูไม่ได้แม้แต่น้อย
"คุณ..." พราวพูดไม่ออก เธอรีบกระชับเสื้อสูทห่อหุ้มร่างกาย พยายามลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล "นี่มันกี่โมงแล้วคะ?"
"สิบโมงครึ่ง" อัคคีตอบพลางวางแก้วกาแฟลง "ระบบไฟฟ้าซ่อมเสร็จตั้งแต่ตีห้า ผมให้คนเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้คุณแล้ว วางอยู่ตรงนั้น"
เขาพยักพเยิดหน้าไปทางถุงกระดาษแบรนด์หรูที่วางอยู่บนโต๊ะ พราวมองมันด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับมาสบตาเขา
"เรื่องเมื่อคืน..." เธอสูดลมหายใจลึก "คุณสัญญาว่าถ้าฉัน..."
"ถ้าคุณทำให้ผมพอใจ ผมจะเซ็นเช็คให้" อัคคีต่อประโยคให้จบ เขายล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบสมุดเช็คออกมาฉีกกระดาษแผ่นหนึ่งที่เซ็นไว้เรียบร้อยแล้ว เดินเข้ามาวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
"ห้าล้านบาท... สำหรับค่ามัดจำงวดแรกของโครงการ The Riverfront"
พราวมองตัวเลขบนเช็คใบนั้น หัวใจเต้นรัว ห้าล้าน... มันมากพอที่จะจ่ายค่าผ่าตัดพ่อและยื้อลมหายใจบริษัทไปได้อีกสักพัก
"ขอบคุณค่ะ" พราวยื่นมือสั่นๆ ไปหยิบเช็ค แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกระดาษ ฝ่ามือหนาของอัคคีก็ตบลงบนเช็คใบนั้นดัง ปัง! กดมันไว้กับโต๊ะ
"เดี๋ยว..." อัคคียิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับอย่างเจ้าเล่ห์ "ผมบอกว่าจะให้เช็ค... แต่ผมไม่ได้บอกว่าจะจ้างบริษัทคุณ"
"หมายความว่ายังไงคะ?" พราวขมวดคิ้ว "คุณเซ็นเช็คแล้ว..."
"เช็คใบนี้คือ 'ค่าตัว' ของคุณเมื่อคืน" อัคคีพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ส่วนเรื่องงาน... ผมพิจารณาแล้วว่า บริษัทที่มีสถานะการเงินเน่าหนอน แถมเจ้าของยังใจง่ายยอมเอาตัวเข้าแลกงานแบบคุณ... ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของเตชะวัฒน์กรุ๊ป"
"คุณอัคคี!" พราวตวาดลั่น ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ "คุณมันไม่มีสัจจะ! คุณหลอกฟันฉัน!"
"ผมไม่ได้หลอก... เราทำข้อตกลงกันแล้ว และผมก็จ่ายค่าตอบแทนให้แล้วนี่ไง ห้าล้านบาท... สำหรับผู้หญิงซิงๆ คนหนึ่ง ผมว่าผมจ่ายแพงกว่าราคาตลาดด้วยซ้ำ"
เพียะ!
ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มแรงจนหน้าหัน รอยแดงปรากฏชัดขึ้นบนแก้มสากทันตาเห็น
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนน่าขนลุก อัคคีค่อยๆ หันหน้ากลับมา ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม แววตาที่มองมาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่พยายามข่มกลั้น
"กล้ามากนะ..." เขาคำรามเสียงต่ำ ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอจนพราวต้องถอยกรูดไปติดพนักโซฟา "รู้ไหมว่าไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าผมแล้วยังมีชีวิตรอดออกไปได้"
"ก็ฆ่าฉันเลยสิ!" พราวน้ำตาไหลพราก จ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ฆ่าฉันให้ตายไปเลย! ดีกว่าต้องมาทนรับคำดูถูกจากผู้ชายเฮงซวยแบบคุณ! เอาเช็คของคุณคืนไป ฉันไม่ต้องการ!"
เธอคว้าเช็คใบนั้นขึ้นมา ขยำมันเป็นก้อนกลมแล้วปาใส่หน้าอกเขา
อัคคีมองก้อนกระดาษที่ตกลงพื้น แล้วมองหน้าหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ... แปลกที่ความโกรธของเขาเมื่อครู่กลับมลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ
ผู้หญิงคนนี้... จนตรอกขนาดนี้ แต่กลับยอมทิ้งเงินห้าล้านเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
"งี่เง่า..." อัคคีส่ายหน้า "ฉีกเช็คทิ้งแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าผ่าตัดพ่อ? จะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ห้าสิบล้านที่กำลังจะครบกำหนดพรุ่งนี้?"
พราวชะงัก "คุณรู้..."
"ผมรู้ทุกอย่าง พราวพิลาส" อัคคีเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้อีกฝั่ง ยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทีของผู้คุมเกม "หนี้สินบริษัทคุณไม่ใช่แค่ห้าสิบล้าน... แต่รวมดอกเบี้ยนอกระบบที่หุ้นส่วนคุณไปกู้มา มันเกือบแปดสิบล้าน ถ้าพรุ่งนี้คุณไม่มีเงินไปปิดบัญชี บ้านคุณจะโดนยึด พ่อคุณจะถูกย้ายออกจากไอซียู... และคุณ อาจจะโดนพวกทวงหนี้โหดลากไปขายซ่อง"
พราวทรุดฮวบลงกับพื้น เหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาทับ คำขู่ของเขาไม่ใช่เรื่องเกินจริง เธอรู้ดีที่สุด
"คุณต้องการอะไร..." เธอถามเสียงแผ่ว ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อกร "คุณต้องการจะเยาะเย้ยฉันให้พอใจใช่ไหม?"
"ผมเป็นนักธุรกิจ พราว... ผมไม่เสียเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนั้น" อัคคีหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองขึ้นมาวางบนโต๊ะ "ผมมีข้อเสนอใหม่... ที่จะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างให้คุณได้"
พราวเงยหน้ามองเขา "ข้อเสนออะไร?"
"ผมจะใช้หนี้ทั้งหมดให้คุณ... แปดสิบล้านบาท พร้อมกับจ่ายค่ารักษาพยาบาลพ่อคุณจนกว่าจะหายดี และคืนบริษัทพราวดีไซน์ให้คุณบริหารต่อ"
ข้อเสนอที่เหมือนฝันทำให้พราวไม่กล้าเชื่อ "แลกกับอะไรคะ?"
"แลกกับตัวคุณ" อัคคีจ้องตาเธอนิ่ง "คุณต้องจดทะเบียนสมรสกับผม... ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านผม ในฐานะ 'ภรรยา' ที่ถูกต้องตามกฎหมาย"
"อะไรนะ?!" พราวอุทาน "คุณจะบ้าเหรอ! เราเพิ่งเจอกันเมื่อวาน แถมเรายัง..."
"เกลียดขี้หน้ากัน?" อัคคีต่อให้ "ใช่ ผมก็ไม่ได้พิศวาสคุณนักหรอก แต่ปู่ผมกำลังจะจับผมคลุมถุงชนกับผู้หญิงที่ผมรำคาญที่สุดในโลก ผมต้องการไม้กันหมา... และคุณ ก็คุณสมบัติครบถ้วน"
"คุณสมบัติ?"
"จนตรอก, หัวอ่อน (มั้ง) , และที่สำคัญ..." เขากวาดตามองเรือนร่างเธอ "ลีลาบนเตียงใช้ได้ อย่างน้อยผมก็คงไม่เบื่อเวลาต้อง 'ทำหน้าที่สามี' ให้ปู่เห็น"
"คุณมัน..."
"สัญญามีระยะเวลา 1 ปี" อัคคีตัดบท "ครบ 1 ปี เราหย่ากัน คุณได้อิสระ หนี้สินหมดไป พ่อคุณรอดชีวิต... วิน-วิน ทั้งคู่"
เขาเปิดซองเอกสาร เผยให้เห็นสัญญาที่ร่างไว้เสร็จสรรพราวกับเตรียมการมาล่วงหน้า
"แต่ถ้าคุณปฏิเสธ..." เขาลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย "ก็เชิญเดินออกจากห้องนี้ไปได้เลย แต่จำไว้นะว่าทันทีที่คุณก้าวเท้าออกไป... หนี้สินและเจ้าหนี้นอกระบบพวกนั้นจะตามไปเล่นงานคุณทันที"
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์ของพราวที่ตกอยู่บนพื้นสั่นครืดคราดขึ้นมา หน้าจอโชว์ชื่อ 'โรงพยาบาล'
พราวรีบตะกายไปรับสาย มือไม้สั่นเทา "ฮัลโหลค่ะ... ค่ะหมอ... อะไรนะคะ! ความดันตก? ต้องผ่าตัดด่วน? ค่ะ... พราวจะรีบโอนเงินให้เดี๋ยวนี้ค่ะ!"
เธอวางสายด้วยใบหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ เวลาของเธอหมดแล้ว... เวลาของพ่อก็กำลังจะหมดเช่นกัน
พราวมองโทรศัพท์ในมือ สลับกับเอกสารสัญญาบนโต๊ะ และใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของอัคคี
เธอไม่มีทางเลือก... เธอไม่เคยมีทางเลือกตั้งแต่ก้าวเข้ามาในตึกนี้แล้ว
พราวค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น เดินไปที่โต๊ะ หยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูของเขาขึ้นมา มือที่จับปากกาสั่นระริก หยดน้ำตาไหลลงมาหยดใส่กระดาษจนหมึกซึมเป็นวงกว้าง
"จำใส่สมองของคุณไว้นะคุณอัคคี..."
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและความเกลียดชังที่ฝังลึก
"ฉันจะเซ็นสัญญาฉบับนี้... ไม่ใช่เพราะฉันอยากเป็นเมียคุณ แต่ฉันจะถือว่านี่คือการขายวิญญาณให้ซาตานเพื่อแลกกับชีวิตพ่อ... และนับจากวินาทีนี้ไป ฉันขอสาบานว่าฉันจะเกลียดคุณไปจนวันตาย!"
อัคคียิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่าเขารู้สึกอย่างไรกับคำสาบานนั้น
"ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกครับ... คุณภรรยา"
พราวตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไป... ลายเซ็นที่ผนึกชะตาชีวิตของเธอไว้กับเขา ลายเซ็นที่เปลี่ยนสถานะจาก 'ลูกหนี้' เป็น 'ภรรยา' และลายเซ็นที่จะนำพาเรื่องราววุ่นวาย ความรัก ความแค้น และบททดสอบอีกมากมายมาสู่ชีวิตของคนทั้งคู่
