บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 พันธสัญญาใต้แสงจันทร์

ตอนที่ 10 พันธสัญญาใต้แสงจันทร์

ลมทะเลยามดึกพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาความชื้นแฉะของไอกระดังงาป่าและกลิ่นอายเกลือทะเลขึ้นมาถึงยอดเขาเกีย สถานที่ซึ่งประภาคารสีขาวสะอาดตาตั้งตระหง่านเป็นพยานถึงความเปลี่ยนแปลงของคาบสมุทรมาเก๊ามานับศตวรรษ แสงไฟจากตัวเมืองเบื้องล่างส่องสว่างระยิบระยับราวกับเพชรพลอยที่ถูกโปรยทิ้งไว้บนกำมะหยี่สีดำ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าภายใต้แสงสว่างเหล่านั้น มันคือสมรภูมิที่ไร้เสียงปืนซึ่งคร่าชีวิตผู้แพ้ไปนับไม่ถ้วน

ไป๋หลิง ยืนพิงราวกันตกหินอ่อน สายตาของเธอมองออกไปไกลสุดขอบฟ้าทิศตะวันออก ที่ซึ่งแผ่นดินใหญ่จีนทอดตัวเป็นเงาทึมทะมึน เธอยังอยู่ในชุดเดิมจากงานเลี้ยงที่จัตุรัสเซนาโด เพียงแต่มีเสื้อคลุมตัวยาวของ เจิ้งเหยียน คลุมไหล่ไว้เพื่อกันลมหนาว บาดแผลจากเหตุการณ์ลอบสังหารเพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่ชั่วโมง กลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้วของเธอขณะที่เธอช่วยทำแผลให้มังกรตาเดียวในรถ

เจิ้งเหยียนเดินเข้ามายืนข้างเธอ ช้าๆ และมั่นคง แม้สีข้างจะถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะใต้เสื้อเชิ้ต แต่เขากลับไม่แสดงอาการอ่อนแอออกมาให้เห็นแม้แต่กระผีกเดียว เขายังคงเป็นภูเขาที่ไม่อาจสั่นคลอน เป็นปราการที่ปกป้องเธอในยามคับขัน

"สวยใช่ไหมล่ะ?"

เจิ้งเหยียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากลมเกลียวไปกับเสียงลม

"เมืองที่เต็มไปด้วยกิเลสและบาปหนา แต่มองจากตรงนี้... มันกลับดูบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด"

ไป๋หลิงหันมามองเขา ดวงตาของเธอสะท้อนแสงจากประภาคารเป็นประกายแน่วแน่

"ความสวยงามที่เห็นอยู่นี้มันเปราะบางเกินไปค่ะคุณเจิ้ง อีกไม่กี่ปีมาเก๊าจะไม่ใช่ของโปรตุเกส และมันอาจจะไม่ใช่มาเก๊าที่เรารู้จักอีกต่อไป เมื่อธงเปลี่ยนสี กติกาเดิมๆ ที่พวกมาเฟียรุ่นเก่าหรือขุนนางพวกนั้นยึดถือจะถูกเผาทิ้ง"

เธอเว้นจังหวะ เดินเข้าไปใกล้เขาจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของชายที่เพิ่งเสี่ยงชีวิตเพื่อเธอ

"ฉันไม่ได้ต้องการแค่เป็นคนคุมโต๊ะพนัน หรือแค่ผู้บริหารที่มีชื่อเสียงชั่วคราว ฉันต้องการสร้างอาณาจักรที่ไม่มีวันล่มสลาย อาณาจักรที่ต่อให้ปักกิ่งจะส่งคนมาคุม หรือโปรตุเกสจะทิ้งไป แต่ธุรกิจของ 'ฟีนิกซ์' จะต้องเป็นเสาหลักที่ไม่มีใครกล้าถอนทิ้ง"

เจิ้งเหยียนจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่มากกว่าคำว่าชื่นชม เขาเห็นวิญญาณของนักสู้ที่สิงอยู่ในร่างที่ดูบอบบาง

"เธอคิดจะเล่นเกมใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีกนะ ไป๋หลิง การจะทำแบบนั้นได้ เธอต้องคุมทั้ง 'กระแสเงิน' และ 'กระแสอำนาจ' ในทุกมิติ"

"นั่นคือเหตุผลที่ฉันพาคุณมาที่นี่ค่ะ"

เธอเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น

ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังลานประภาคาร ไป๋หลิงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม มันคือ เหรียญชิปทองคำ ที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์หนึ่งตันที่เธอชิงมาจากพวกโปรตุเกส สลักลายหงส์ร่ายรำอย่างวิจิตร

"โลกนี้แบ่งเป็นสองฝั่งเสมอ เหมือนหยินและหยาง"

ไป๋หลิงเริ่มวางหมาก

"คุณเจิ้ง... คุณมีอำนาจในโลกมืด มีนักสู้ มีเส้นสายใต้ดินที่ไม่มีใครกล้าแหย็ม ส่วนฉัน... ฉันมีมันสมองในการคำนวณเงินตรา มีความรู้ในโลกธุรกิจสีขาว และมีเส้นสายในสภาบริหาร"

เธอยื่นเหรียญชิปทองคำให้เขา

"ถ้าเราสอดประสานกัน คุณดูแลหลังบ้านให้ฉัน จัดการเสี้ยนหนามที่กฎหมายจัดการไม่ได้ ส่วนฉันจะดูแลหน้าบ้าน สร้างอาณาจักรที่ถูกกฎหมายและมั่นคงให้เป็นที่ฟอกเงินและสร้างบารมีให้คุณ เราจะเป็นพาร์ทเนอร์ ที่มาเก๊าไม่เคยเห็นมาก่อน"

เจิ้งเหยียนรับเหรียญนั้นไปปลายนิ้วสัมผัสรอยสลักเหล่านั้น ก่อนจะหยิบวัตถุอีกชิ้นออกมาจากเอวของเขา มันคือปืนพกกระบอกสั้น สลักลายเถาวัลย์และมังกรที่ด้ามจับด้วยเงินแท้ เขาประคองมันส่งให้เธอ

"นี่คือปืนที่ฉันใช้ป้องกันตัวมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กเรือในฮ่องกง"

เจิ้งเหยียนกล่าว

"ฉันมอบมันให้เธอ ไม่ใช่เพื่อให้เธอไปฆ่าใคร แต่เพื่อเตือนใจว่าในวันที่ฉันไม่ได้อยู่ข้างๆ เธอต้องมีอำนาจในการปกป้องตัวเอง... ต่อจากนี้ไป หลังบ้านของเธอคือหน้าที่ของฉัน ใครก็ตามที่คิดจะแตะต้องหงส์ตัวนี้ มันต้องผ่านศพของมังกรตาเดียวไปก่อน"

การแลกเปลี่ยนของแทนใจในคืนนั้น ไม่ใช่เรื่องของความรักในเชิงชู้สาวเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการหลอมรวมโชคชะตาของคนสองคนเข้าด้วยกัน เป็นพันธสัญญาที่ทำขึ้นท่ามกลางพยานที่เป็นประภาคารและหมู่ดาว

เช้าวันรุ่งขึ้น ไป๋หลิงไม่ได้พักผ่อน เธอรู้ดีว่าการจะก้าวสู่ระดับสากล ประวัติศาสตร์ที่ด่างพร้อยคือจุดอ่อนที่ศัตรูจะใช้เล่นงาน ข่าวลือเรื่อง สายลับจากปักกิ่ง เริ่มหนาหูขึ้นในแวดวงการเมืองมาเก๊า เนื่องจากความตึงเครียดช่วงก่อนส่งคืนเกาะ

เธอเรียกอาฉีเข้ามาในห้องทำงานลับ

"อาฉี... ฉันต้องการให้คุณทำลายแฟ้มข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอาหลิง คนเดิมในบ่อนรูหนู รวมถึงบันทึกการโอนเงินสีเทาที่ฉันเคยใช้แบล็กเมล์พวกขุนนางโปรตุเกส"

"แต่นั่นคืออาวุธของเรานะครับ!"

อาฉีประท้วงด้วยความตกใจ

"อาวุธที่เปิดเผยแล้ว ไม่ใช่อาวุธอีกต่อไป แต่มันคือหลักฐานที่จะมัดคอเรา"

ไป๋หลิงกดเสียงต่ำ

"ในโลกใหม่ที่เรากำลังจะไป ข้อมูลที่สะอาดคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ฉันต้องการให้ไป๋หลิง กลายเป็นนักธุรกิจหญิงที่โปร่งใสที่สุดในสายตาของรัฐบาลใหม่"

เธอเริ่มใช้ระบบคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆ ที่เพิ่งนำเข้ามาในลิสบัว ทำการเข้ารหัสและลบฐานข้อมูลที่ระบุถึงที่มาของทุนตั้งต้นของเธออย่างใจเย็น ทุกขั้นตอนคือการคำนวณความน่าจะเป็นของการถูกสืบสวนย้อนหลัง เธอแปลงร่างจากดีลเลอร์ผู้เชี่ยวชาญไพ่ กลายเป็นนักลบตัวตน ผู้เชี่ยวชาญกระแสข้อมูล

ทว่า ในขณะที่ไป๋หลิงกำลังร่ายเวทมนตร์ทางการเงินอยู่นั้น ที่หน้ากาสิโนลิสบัว รถยนต์ซีดานสีดำเรียบหรูคันหนึ่งจอดสนิท ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาตัดเย็บประณีต ท่าทางภูมิฐานและมีใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเย็นชาพอกับไป๋หลิง ก้าวลงจากรถ

เขาคือเถาจวิน ทนายความหนุ่มมือหนึ่งจากเซี่ยงไฮ้ที่ถูกส่งมาในฐานะตัวแทนคณะกรรมการตรวจสอบสินทรัพย์ของจีนแผ่นดินใหญ่ เขาไม่ได้มาเพื่อเล่นพนัน แต่เขามาเพื่อนับจำนวน สิ่งที่จะกลายเป็นของรัฐบาลจีนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

เถาจวินเดินเข้าสู่โถงลิสบัว สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ตู้สล็อตหรือโต๊ะบาคาร่า แต่เขาจ้องมองไปที่โครงสร้างการบริหารและตัวเลขที่แสดงบนกระดานข่าวสาร เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจดรหัสบางอย่าง

"ไป๋หลิง... ผู้หญิงที่สร้างระบบบริหาร ขึ้นมาใหม่ในเวลาไม่กี่เดือน"

เถาจวินพึมพำกับตัวเอง

"คุณจะเป็นพันธมิตรที่ปักกิ่งต้องการ หรือจะเป็นเสี้ยนหนามที่ต้องถอนทิ้งกันแน่?"

ในวินาทีนั้น ไป๋หลิงที่กำลังมองจอมอนิเตอร์อยู่ในห้องทำงาน รู้สึกได้ถึงกระแสความกดดันบางอย่างที่ผ่านเข้ามาทางกล้องวงจรปิด เธอซูมภาพไปที่ใบหน้าของเถาจวิน ทั้งสองสบตากันผ่านเลนส์กล้อง คนหนึ่งคือนักวางแผนที่พยายามครองเมือง อีกคนคือผู้คุมกฎที่กำลังจะมายึดเมือง

“ศัตรูตัวจริง... มาถึงแล้ว”

ไป๋หลิงคิดในใจ มือของเธอกำปืนพกสลักลายที่เจิ้งเหยียนมอบไว้ให้แน่นขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel