ตอนที่ 6 คืนเร่าร้อนที่หายไป nc
ถึงแม้ว่า องค์ฮ่องเต้หยางหมิง จะสลบคาอกของ องค์ฮองเฮาหลานอวิ๋น ไปแล้ว แต่นางกลับไม่สามารถระงับความเร่าร้อนในใจได้ ความปรารถนาอันรุนแรงที่ยังคงพลุ่งพล่านในตัวนางทำให้นางกอดร่างที่ไม่ได้สติของพระองค์ไว้อย่างแน่นหนา และเริ่มโยกเอวไปตามจังหวะที่ถูกสร้างขึ้นในจิตใจ
ทุกครั้งที่นางขยับตัว ร่างของนางก็จะกระสั่นไปทั้งร่าง รู้สึกถึงความร้อนที่ท่วมท้นในตัวเอง เมื่อเรือนร่างของนางเสียดสีเข้ากับร่างของฮ่องเต้ มันเหมือนเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ที่ติดขัด นางยังคงรู้สึกถึงความใกล้ชิดของพระองค์ เสียงหายใจของฮ่องเต้ที่อบอุ่นทำให้นางรู้สึกปลอดภัย และกระตุ้นให้ความรู้สึกที่สูงขึ้นอย่างไม่รู้จบ
“อู๊ยยย…” น้ำเสียงครางที่ไม่สามารถควบคุมได้หลุดออกมาจากปากของนาง นางยกมือขึ้นลูบไล้เรือนร่างของพระองค์ เสมือนหนึ่งว่าเป็นการย้ำเตือนถึงความรักและความปรารถนาที่มีต่อกันในขณะที่พระองค์หลับอยู่ จังหวะที่นางโยกเอวทำให้ร่างกายของนางมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหมือนจะทำให้โลกทั้งใบสลายหายไป
“พระองค์… หม่อมฉันต้องการ… อีกครั้ง…” คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลุดออกมา น้ำเสียงที่กระเส่ามันเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา มันราวกับว่าแม้จะมีพระองค์อยู่ในสภาวะที่ไม่ได้สติ แต่ความรักและความต้องการในตัวนางกลับยังคงมีชีวิตชีวา
ร่างของนางโยกไปมาอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งเสียงกระสั่นของความพึงพอใจเริ่มทวีขึ้น นางรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนรอบตัว ความเสียวซ่านที่เพิ่มมากขึ้นในทุกจังหวะทำให้ความรู้สึกของนางยิ่งเร่าร้อนมากขึ้น แม้จะมีเพียงฮ่องเต้ที่หลับอยู่ในอ้อมแขน แต่สำหรับนาง การสัมผัสเรือนร่างของพระองค์ก็ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังได้อยู่กับความรักอันร้อนแรงที่ไม่สิ้นสุด
องค์ฮองเฮา รู้สึกถึงพลังที่พลุ่งพล่านในตัวนาง แม้จะรู้ดีว่าฮ่องเต้ไม่ได้สติ แต่ความปรารถนาที่มีต่อกันกลับทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังร่ายมนตร์อยู่ในโลกแห่งความรัก ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความเร่าร้อน
“เพียงแค่มีพระองค์… หม่อมฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” นางกระซิบเสียงเบา ขณะที่เรือนร่างของนางยังคงโยกตามจังหวะ จนกระทั่งความรู้สึกอันร้อนแรงนั้นทำให้โลกของนางเต็มไปด้วยความสุขและความพึงพอใจที่ยากจะลืมเลือน
จนกระทั่ง องค์ฮองเฮาหลานอวิ๋น รู้สึกถึงอารมณ์ที่ท่วมท้นในตัวนางได้ถูกปลดปล่อยออกมา นางจึงหยุดการกระทำที่เร่าร้อนของตนลง โดยสำนึกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นางรีบสวมใส่เครื่องแต่งตัวอย่างเรียบร้อย แม้จะยังคงรู้สึกวาบหวิวอยู่ในใจ แต่การเห็น องค์ฮ่องเต้หยางหมิง ที่นอนอยู่ในสภาพไร้สติทำให้นางรู้สึกถึงความกังวลอย่างที่สุด
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!” นางตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน เกิดความตื่นตระหนกในใจเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ที่พระองค์จะไม่ฟื้นขึ้นมา “องค์ฮ่องเต้ไม่ได้สติ!” เสียงของนางดังสะท้อนไปทั่วพระราชวัง ราวกับว่าความรู้สึกที่อยู่ในใจของนางกำลังจะระเบิดออกมา
ในขณะที่นางยืนอยู่ข้างร่างของฮ่องเต้ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของพระองค์ที่ทำให้หัวใจของนางเต้นแรงอย่างต่อเนื่อง นางพยายามไม่ให้ความวิตกกังวลเข้ามาครอบงำ จึงต้องหันไปหาผู้คนในพระราชวังเพื่อเรียกหาความช่วยเหลือ
“หมอหลวง! หมอหลวง!” นางเรียกชื่อเสียงดัง ขณะที่เสียงของนางสั่นสะเทือนด้วยความตื่นเต้น นางไม่สามารถปล่อยให้ความทรงจำที่งดงามเมื่อครู่นี้มาบดบังความจริงที่ว่า องค์ฮ่องเต้ อาจจะอยู่ในอันตราย
“เกิดอะไรขึ้นเพคะ?” หนึ่งในบ่าวรับใช้ถามด้วยน้ำเสียงตกใจ ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ฮ่องเต้… พระองค์ไม่ได้สติ!” องค์ฮองเฮารีบกล่าวตอบ ขณะสายตาของนางมองไปที่ร่างของฮ่องเต้ด้วยความเป็นห่วง “ต้องรีบเรียกหมอหลวง! พระองค์ต้องฟื้นขึ้นมา!”
เสียงของนางเต็มไปด้วยความร้อนรน และมีน้ำตาคลอเบ้า เนื่องจากความวิตกกังวลที่ถาโถมเข้ามา นางไม่สามารถจินตนาการได้ว่าหากฮ่องเต้ไม่ฟื้นกลับมาจะเป็นอย่างไร ความรักและความผูกพันที่มีต่อกันทำให้นางรู้สึกอ่อนแอในวินาทีนี้ แต่ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือพระองค์
ในที่สุด บ่าวรับใช้ที่ได้ยินคำสั่งของนางก็รีบวิ่งออกไปเพื่อเรียก หมอหลวง และนำกลับมาช่วยเหลือฮ่องเต้ ขณะที่องค์ฮองเฮายังคงยืนอยู่ข้างกายพระองค์ กอดร่างที่ไร้เรี่ยวแรงด้วยความรักและห่วงใย แม้จะรู้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นั้นเต็มไปด้วยความเร่าร้อน แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ องค์ฮ่องเต้หยางหมิง ฟื้นคืนสติกลับมาอีกครั้ง
หมอหลวงเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ในมือของเขามีเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ พร้อมที่จะตรวจสอบอาการของ องค์ฮ่องเต้หยางหมิง ซึ่งยังนอนอยู่ในสภาพที่อ่อนแรง แม้พระองค์จะฟื้นคืนสติ แต่ความอ่อนล้าทำให้พระองค์ไม่สามารถขยับร่างกายหรือแม้แต่เปิดตาขึ้นมามองได้
“โปรดให้อภัยด้วยเพคะ…” องค์ฮองเฮาหลานอวิ๋น ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ขณะที่นางจับมือของฮ่องเต้ไว้แน่น “พระองค์… เป็นอย่างไรบ้าง?”
หมอหลวงเริ่มตรวจอาการอย่างละเอียด มือของเขาค่อย ๆ สัมผัสไปตามเรือนร่างของฮ่องเต้ ขณะเดียวกันก็พยายามประเมินอาการด้วยความระมัดระวัง
“อาการของพระองค์ดูเหมือนจะมีความผิดปกติ…” หมอหลวงพูดออกมาอย่างระมัดระวัง ขณะที่เขาเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในใจ “พระองค์ฟื้นแล้ว แต่แขนขาของพระองค์อ่อนแรงมากและไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง…”
“ทำไมพระองค์ถึงเป็นแบบนี้?” องค์ฮองเฮาถามเสียงสั่น นางรู้สึกถึงความกังวลที่ก่อตัวขึ้นในใจ “มีวิธีใดบ้างที่ทำให้พระองค์ฟื้นกลับมาเป็นปกติ?”
“ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยองค์ฮองเฮา มันเกินความสามารถของข้าจริง ๆ…” หมอหลวงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความหนักใจ เขารู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถช่วยฮ่องเต้ให้ฟื้นคืนสติอย่างเต็มที่ได้ตามที่นางต้องการ
องค์ฮองเฮาหลานอวิ๋น ได้ยินเช่นนั้นใจของนางเต้นแรงขึ้นทันที ความกังวลและความกลัวประดังเข้ามาในหัว “หมายความว่าอย่างไร?” นางถามเสียงสั่น น้ำตาคลออยู่ที่ขอบตา “พระองค์จะไม่ฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติหรือ?”
“ข้ากำลังพยายามอย่างเต็มที่” หมอหลวงรีบกล่าวต่อไป “แต่การที่พระองค์จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอาจต้องใช้เวลา และต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด เราต้องเฝ้าระวังอาการอย่างต่อเนื่อง”
นางได้แต่พยักหน้า แต่อารมณ์เศร้าโศกเริ่มกลืนกินหัวใจของนาง ความคิดถึงสิ่งที่นางเคยมีร่วมกับฮ่องเต้ ความรักที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนในคืนที่ผ่านมา ราวกับเป็นภาพที่หายไปเมื่อเห็นฮ่องเต้ในสภาพนี้
