ตอนที่ 1
รถสปอร์ตสีแดงคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าบริเวณบ้านสีขาวหลังใหญ่อย่างรวดเร็วจนน่าหวาดเสียว ทำเอาหญิงสาวที่ยืนรอรับยกมือทาบอกด้วยอาการใจหายใจคว่ำ ก่อนที่ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีจะเดินโซเซลงมาเพราะฤทธิ์น้ำเมาที่เจ้าตัวดื่มเข้าไปอย่างไม่ยั้ง ในอ้อมกอดของชายหนุ่มมีร่างของหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่เจ้าตัวพามาจากผับชื่อดัง กำลังออดอ้อนคลอเคลียกันอย่างไม่เกรงสายตาของใคร
น้ำค้างที่ยืนมองอยู่ ส่ายหัวระอากับสภาพเจ้านายของตน หญิงสาวมองตามสองร่างที่เดินโซเซประคองกันเข้าไปแล้วก็นึกสงสารสตรีวัยกลางคนที่กำลังยืนมองอยู่ในบ้าน
คุณนายเลื่อมทอง ยืนกัดฟันกรอดกำมือแน่น เพราะโมโหกับสภาพของลูกชายคนเดียว เรื่องเอาการเอางานดีมันก็ใช่อยู่หรอก แต่เรื่องเจ้าชู้ ควงผู้หญิงเข้าบ้านวันละคนที่มันก็เหลืออดจะทน หนำซ้ำยังเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าไม่รู้ไปพากันมาจากไหนอีกต่างหาก
“ตาณุ!!!!!” เสียงของคนเป็นแม่ตวาดลั่น น้ำค้างเดินเข้ามายืนอยู่ข้างหลังคุณนายเลื่อมทองทันที เผื่อจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
“จะเสียงดังทำมายยยยย...” ภาณุที่แทบจะไม่มีสติ ปรือตามองแล้วยิ้ม
“พาผู้หญิงคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้” คุณนายเลื่อมทองออกคำสั่งจ้องมองสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มอย่างดูถูก แต่ดูเหมือนว่าคนที่ถูกจ้องจะไม่สนใจ พยายามจะประคับประคองร่างสูงขึ้นไปข้างบนให้ได้
“น้ำค้าง” เมื่อไม่ได้ผล จึงหันมาเรียกหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“คะ คุณนาย”
“ตามนายเดช มาลากตัวแม่คนนี้ออกไป” คุณนายสั่งเสียงเฉียบขาด
น้ำค้างรับคำแล้วรีบวิ่งออกไปทางเรือนหลังเล็กด้านหลังที่เป็นที่อยู่ของคนในบ้านทันที ไม่นานหญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับนายเดช คนทำสวนและดูแลความเรียบร้อยประจำบ้าน
คุณนายเลื่อมทองหันมามองสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มอีกครั้ง พูดเฉียบขาดว่า “เธอจะเดินออกไปเองหรือว่าจะให้ฉันสั่งคนของฉันลากตัวเธอออกไป”
หญิงสาวหันมามองร่างสูงที่เมาไม่รู้เรื่องแล้วก็คิดว่าคงจะช่วยอะไรเธอไม่ได้แน่ จึงจำใจปล่อยลงอย่างเสียดาย ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป เอาตัวรอดเสียก่อนจะดีกว่า อย่างไรก็ได้จากเขามาเยอะมากพอแล้ว
ร่างของภาณุร่วงลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ ชายหนุ่มเมาเป๋จนประคองตัวเองไว้ไม่อยู่
คุณนายเลื่อมทองจึงหันมาสั่งให้น้ำค้างกับนายเดชพากันประคองผู้เป็นนายขึ้นไปบนห้อง
บ้านอเนกกุลเป็นตึกสีขาวหลังใหญ่อยู่ในบริเวณรั้วกว้างขวาง ของคุณนายเลื่อมทอง หญิงม่ายวัยกลางคนที่สูญเสียสามีไปเมื่อห้าปีก่อนด้วยโรคมะเร็งปอด ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวก็คือ ภาณุ ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้เป็นที่รู้กันไปทั่วในหมู่สาว ๆ คุณนายเองหรือก็หาสารพัดวิธีที่อยากจะให้ลูกชายคนเดียวเลิกเจ้าชู้แล้วแต่งงานสร้างครอบครัวกับคนที่รักให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที แต่จนแล้วจนรอดสารพัดวิธีของคุณนายก็ไม่เคยสำเร็จเลยซักครั้งเดียว ในเมื่อลูกชายยังอยากจะสำราญกับความโสดอย่างไม่มีข้อแม้อยู่อย่างนั้น
อันที่จริงสิ่งที่คุณนายไม่เคยครุ่นคิดคือ ทำไมลูกชายถึงเจ้าชู้ต่างหาก ด้วยการต่อสู้ดิ้นรนที่สร้างตัวจากศูนย์ตั้งแต่สมัยยังเป็นสาว ทำให้คุณนายเลื่อมทองติดนิสัยชอบบังคับขู่เข็ญ ลูกชายอยู่เสมอ แต่คุณนายเองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนว่าการบังคับนั่นแหละ ทำให้ลูกชายสร้างอำนาจทางเพศด้วยการคั่วผู้หญิงไปเรื่อยไม่หยุดหย่อน
****************************
แสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องตอนเช้าทำให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมามอง ก่อนจะกระพริบถี่หลายครั้งเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงแดด อาการมึนหัวเพราะดื่มหนักหน่วงเมื่อคืนเล่นงานจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ส่ายศีรษะไล่ความมึน แต่ก็มิวายจะปวดหัวจี๊ด
ร่างสูงยันตัวเองให้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตอนนี้เขาอยู่ในห้องของตัวเอง ภาณุกุมขมับอย่างแรงเมื่ออาการปวดหัวแล่นจี๊ดเข้ามาชายหนุ่มลุกเดินโซเซเข้าไปในห้องน้ำ
เสร็จธุระแล้วจึงแต่งตัวเดินลงมายังโต๊ะอาหารยามเช้าที่คุณนายเลื่อมทองนั่งปรายตามองลูกชายด้วยความระอา ตักอาหารเข้าปากเนือย ๆ
สภาพลูกชายทำอาหารฝืดคอน่าดู
ภาณุนั่งลงที่เก้าอี้ น้ำค้างรีบเข้ามาตักอาหารให้ ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะลงมือทานอาหารไปสักครู่ ก็มองคนเป็นแม่ด้วยความแปลกใจที่เอาแต่นั่งเงียบ
“คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ลูกชายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“ฉันแค่ระอาที่มีลูกอย่างแกเท่านั้นแหละ” คุณนายเลื่อมทองถอนหายใจ ก่อนจะวางช้อนลงเอาผ้าเช็ดปาก “แล้วแม่ผู้หญิงเมื่อวานแกไปเก็บตกมาจากที่ไหนล่ะ พากันกอดเข้ามาบ้าน ไม่อายคนรับใช้มันเอาซะเลย”
ภาณุนิ่งคิด เขาแทบจะจำหญิงสาวคนนั้นไม่ได้เสียแล้ว ถ้าคนเป็นแม่ไม่เอ่ยถาม
“ก็เจอกันที่ผับเมื่อคืนน่ะครับ” ลูกชายพูดออกมาหน้าตาเฉยอย่างไม่รู้สึกรู้สา ทำเอาคุณนายเลื่อมทองชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจทันที
“เมื่อไหร่แกจะเลิกทำตัวเหลวไหลอย่างนี้ซักทีห่ะตาณุ แกน่ะไม่ใช่อายุน้อย ๆ แล้วนะ 27 แล้ว ทำไมแกไม่คิดจะสร้างครอบครัวให้เป็นเรื่องเป็นราว เอาแต่ควงคนโน้นคนนี้เข้ามามั่วเต็มไปหมด ระวังเถอะซักวันโรคมันจะถามหา” คุณนายเลื่อมทองพูดแล้วก็หายใจหอบ ขัดใจด้วยไม่รู้จะทำยังไง ถึงจะแก้นิสัยเจ้าชู้เรื่อยเปื่อยของลูกชายให้ได้เสียที “แล้วควงเข้าบ้านมาได้ยังไง นี่บ้านนะไม่ใช่โรงแรม”
“โธ่คุณแม่ครับ ผมก็แค่เจ้าชู้อย่างเดียว งานการผมก็ทำนะครับ ไม่ได้ลอยไปลอยมาซะหน่อย” คนเป็นลูกพยายามอ้าง เอาข้อดีของตัวเองมาลบล้างความผิดที่คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปของผู้ชาย เรื่องเจ้าชู้นี่ผู้ชายที่ไหนก็เป็นทั้งนั้นแหละ
“แกลอยไปลอยมาจนแก่แล้วฟาดผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าไปเรื่อย ๆ แบบนี้แกไม่ละอายใจเหรอ”
“แล้วคุณแม่จะให้ผมทำยังไงล่ะครับ ต่อให้คุณแม่จับผมแต่งงานผมก็เลิกเจ้าชู้ไม่ได้หรอกครับ” ชายหนุ่มว่า คุณนายเลื่อมทองเหล่ตามองลูกชายพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อคำพูดเมื่อครู่ของลูกชายดันไปสะกิดต่อมความคิดบางอย่างของคนเป็นแม่
“แกแน่ใจนะที่พูด”
“หืม ..” ภาณุเงยหน้ามามองผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าแปลกใจ ไม่เข้าใจคำถามนั้น
“แกแน่ใจนะว่าถ้าแม่จับแกแต่งงานแกก็จะไม่เลิกเจ้าชู้” ผู้เป็นแม่เหยียดยิ้มที่ริมฝีปาก มองลูกชายด้วยแววตาท้าท้าย ไอ้ความคิดนี่ก็เข้าท่าไม่หยอกเหมือนกัน “งั้นแม่จะลองดู”
พอฟังจบชายหนุ่มไม่ได้สะทกสะท้านซักนิด กลับหัวเราะที่แม่ของเขามีความคิดตลกแบบนี้ขึ้นมาได้ แล้วยักไหล่เป็นเชิงว่า
ลองดูก็ได้ครับ.....
“งั้นแม่ถือว่าแกตกลง แม่จะหาผู้หญิงของแม่มาแต่งงานกับแก แล้วแม่จะดูซิว่าแกจะเลิกเจ้าชู้ได้มั้ย”
คุณนายเลื่อมทองท้าทาย
“ตามใจคุณแม่แล้วกันครับ แต่ว่าผมก็มีข้อต่อรองนะครับ” แววตาของเขาพรายแววเจ้าเล่ห์
“ว่ามาสิ” คุณนายเลื่อมทองตั้งอกตั้งใจฟังเต็มที่
“ผมยอมแต่งแค่ปีเดียวนะครับ ถ้าผู้หญิงของคุณแม่ทำให้ผมเลิกเจ้าชู้ไม่ได้ ผมจะหย่าทันทีเมื่อครบหนึ่งปี” เขาเสนอข้อต่อรอง และไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้เขาสนใจได้จนไม่มองใครอีก
ผู้เป็นแม่ ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงโดยดี
ภาณุเองก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
“งั้นก็ตกลงครับ คุณแม่จะเอายังไงก็จัดการเอาแล้วกันครับ…เดี๋ยวผมขอตัวไปทำงาน” ภาณุลุกขึ้นหยิบเสื้อสูทแล้วเดินออกไป
คุณนายเลื่อมทองมองด้วยความพอใจ หากแต่ในใจก็ยังนึก......
เรื่องจะหาผู้หญิงมาแต่งด้วยคงไม่ยาก แต่จะเป็นผู้หญิงที่ทำให้ลูกชายหยุดเจ้าชู้นี่สิ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ
#รักจ้างรัก #นิยายรัก #นิยายหวาน #รักหวาน #นิยายออนไลน์
