บทที่ 6 รักเหมือนน้อง
ฟาริดาพยุงร่างคนเมาขึ้นลิฟต์มาที่ห้องพักอย่างทุลักทุเล เธอมักจะเป็นฝ่ายที่แบกเตชินกลับมาที่ห้องทุกครั้ง แล้วเตชินตัวใหญ่อย่างกับยักษ์ส่วนฟาริดามีความสูงถึงแค่ระดับอกของเขา
“พี่ชินถึงห้องแล้วค่ะ”
ฟาริดาจับตัวของเตชินให้พิงไปกับผนังก่อนที่จะล้วงหาคีย์การ์ดในกระเป๋าถือของเจ้าของห้อง เมื่อได้มาแล้วก็แนบไปที่ประตูพร้อมกับดันประตูเปิดค้างเอาไว้ กลับมาประคองคนเมาที่ยืนโงนเงนไปมา
เมื่อพาเตชินมานอนที่เตียงได้สำเร็จ ฟาริดาก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นแล้วกลับออกมาดูคนเมาอีกครั้ง
“ฟ่างนอนที่นี่ ดึกแล้ว” เตชินเผยอเปลือกตา รวบรวมสติอันน้อยนิดพูดกับน้องสาว ถึงเขาจะเมาแต่ก็ยังพอมีสติให้นึกห่วงความปลอดภัยของฟาริดา “ไปอาบน้ำ เสื้ออยู่ในตู้หยิบมาใส่ได้เลย”
พูดจบก็พลิกกายเขยิบไปนอนอีกฝั่งของเตียงเว้นที่ว่างเอาไว้ ฟาริดายิ้มขำ ขนาดว่าเมาก็ยังอุตส่าห์เป็นห่วงเธอ เพราะเตชินน่ารักแบบนี้ เธอถึงได้รักเขามาก
หญิงสาวหลุบตามองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เกือบตีหนึ่ง อคินคงหลับไปแล้ว หลังจากที่ส่งข้อความไปบอกเขา หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงอคินก็ตอบกลับข้อความเธอกลับมา ไม่ว่าจะทำงานดึกดื่นหรือกำลังยุ่งอยู่กับอะไรก็ตาม ไม่มีสักวันที่ฟาริดาจะไม่ส่งข้อความว่า ‘ฝันดี’ ไปให้คนรัก เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าจะได้รับข้อความของเขาตอบกลับมา แต่มันเป็นความสุขที่ได้ทำในทุก ๆวันและอย่างสม่ำเสมอ
อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยฟาริดาก็คลานขึ้นมาบนเตียง มุดเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกันกับเตชิน ได้ยินเสียงกรนจากเจ้าของห้อง หญิงสาวก็ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมานอนค้างที่ห้องของหนุ่มรุ่นพี่ เมื่อก่อนตอนที่ยังเช่าหอพักและอยู่ไกลจากที่ทำงาน เวลาที่ต้องอยู่ทำงานดึก เตชินก็มักจะชวนเธอมานอนค้างกับเขาอยู่เสมอ
ถ้าเป็นคนอื่นฟาริดาไม่มีทางไว้ใจจนถึงขั้นนอนร่วมเตียง แต่เพราะรู้ว่าเตชินไม่ได้ชอบผู้หญิงและอีกทั้งเขาก็รักและเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว แต่ก็คิดเอาไว้แล้วว่าถ้าแต่งงานกับอคิน เธอก็คงจะไปนอนค้างอ้างแรมที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ถึงอคินจะไม่ถือสาก็ตาม
“จะกลับแล้วเหรอคะพี่คิน”
เห็นอคินลุกขึ้นมาแต่งตัว ปารดีก็โงหัวขึ้นมาแล้วลุกขึ้นนั่ง ก้าวขาเดินเปลือยเปล่าเข้ามาสวมกอดอคินจากทางด้านหลัง แนบจมูกลงหลังคอหนา สูดดมกลิ่นกายของเขา ลูบไล้ฝ่ามือไปตามแผงอกอย่างคลั่งไคล้
“คืนนี้ค้างกับปาล์มได้ไหมคะ”
ปารดีรู้ดีว่าอคินกับฟาริดายังไม่ได้อยู่ด้วยกัน นาน ๆทีเพื่อนของเธอจะมาข้างกับเขาสักครั้ง แต่ถึงแม้ว่าฟาริดายังไม่ย้ายมาอยู่กับอคิน เธอเองก็ยังไม่ได้มีโอกาสได้ไปที่คอนโดของเขาแม้แต่ครั้งเดียว
“อย่างอแง พี่ไม่ชอบ”
เขาดึงแขนเล็กออกจากเอว หยิบนาฬิกาข้อมือมาสวม หย่อนเท้าใส่ไปในรองเท้า
“ปาล์มใส่ให้นะคะ” ปารดีเดินอ้อมมาข้างหน้า ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าแล้วหยิบรองเท้าคัทชูสีดำสนิทใส่เท้าให้อคิน เขาหลุบตามอง แววตาไร้ความอาทร ในเมื่อให้สิทธิ์ปารดีเลือกแล้ว หล่อนยังจากเป็นผู้หญิงของเขา ปารดีก็ต้องยอมรับได้ทุกอย่าง ถ้าจะหวังอยากได้ความรักจากเขา พูดเลยว่าไม่มีวันนั้น
ปารดีทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นด้วยใบหน้าเศร้าหมอง เธอมีอะไรดีน้อยกว่าฟาริดา ทำไมอคินถึงไม่รักเธอบ้าง ทำไมเขาถึงมอบหัวใจให้ฟาริดาเพียงคนเดียว ทั้ง ๆที่อยู่บนเตียง เธอปรนนิบัติเขาอย่างเต็มความสามารถ ยอมทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวันได้รับความรักตอบแทนกลับมา
“ทำไมพี่คินถึงไม่รักปาล์มบ้าง”
กายบางเอนตัวลงนอนไปบนพื้น พลิกกายนอนตะแคงข้าง คู้ขาสองข้างขึ้นมา กอดตัวเองด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า ทำไมความรักของเธอถึงได้เหนื่อยและเจ็บปวดเช่นนี้
“คราวหน้าไม่เมาแบบเมื่อคืนแล้วนะคะพี่ชิน รู้ไหมกว่าฟ่างจะแบกตัวพี่กลับมาคอนโดได้ ฟ่างปวดหลังไปหมดแล้ว คนอะไรตัวหนักชะมัดเลย” เดินเข้ามาในบริษัท ฟาริดาก็แสร้งบ่นกระปอดกระแปด จริง ๆเธอก็ชินเสียแล้วเพราะทุกครั้งที่ไปดื่มด้วยกัน เธอเองก็จะเป็นฝ่ายแบกเขากลับมาที่คอนโดทุกครั้ง
“แล้วใครที่พูดไม่เมาไม่กลับ”
“ก็ฟ่างไม่คิดว่าพี่ชินจะดื่มจนเมาหนักเดินกลับห้องเองไม่ได้นี่คะ แต่ก็เอาเถอะค่ะ อีกหน่อยเราก็คงไม่ได้มาดื่มด้วยกันบ่อยแบบนี้แล้ว ฟ่างเกรงใจพี่คิน” พูดแล้วก็ยิ้มอาย ฟาริดาตั้งใจเอาไว้ถ้าแต่งงานกับอคิน เธอก็ต้องย้ายไปอยู่กับเขาอย่างถาวร ครั้นจะให้ออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่กลางคืนเหมือนที่เคยทำ มันก็คงดูไม่งามสักเท่าไหร่
“จ้ะ แม่นางฟ่าง” เตชินเบ้ปาก ก็เข้าใจแหละว่าน้องมันกำลังจะมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตน จะทำตัวเหมือนเป็นสาวโสด ตะลอนเที่ยวไปมากับผู้ชายคนอื่น มันก็คงจะดูไม่ดี ถึงแม้ว่าจริง ๆแล้วเขาจะเป็นผู้ชายที่มีใจรักผู้ชายมากกว่าผู้หญิงก็เถอะ แต่คนนอกไม่ได้รู้ความจริงข้อนี้
“ฟ่างว่าฟ่างจะขอหัวหน้ารับงานแค่จังหวัดใกล้ ๆกรุงเทพฯ ฟ่างไม่อยากไปค้างต่างจังหวัดเป็นอาทิตย์เหมือนเดิมแล้ว ฟ่างกลัวพี่คินเหงา พี่ชินว่าดีไหมถ้าฟ่างจะไปพูดกับหัวหน้า”
เมื่อก่อนเธอมีความสุขกับการที่ต้องไปทำงานที่ไซซ์งานต่างจังหวัด ให้นอนค้างอ้างแรมเป็นอาทิตย์ เป็นเดือนก็ไม่มีบ่น อคินเองก็เข้าใจ เพราะมันคืองาน แต่ถ้าหลังจากที่แต่งงานกับเขาแล้ว ฟาริดาอยากมีเวลาให้อคินบ้าง ไม่ใช่ทั้งเดือนได้เจอหน้าสามีอยู่แค่ไม่กี่วัน
“ก็ลองพูด หัวหน้าเข้าใจแหละ ข้าวใหม่ปลามันมันก็ต้องมีเวลาจู๋จี๋กันเยอะหน่อย” เตชินยักคิ้วหลิ่วตาอย่างเจ้าเล่ห์ จนคนที่ถูกล้อสองแก้มร้อนผ่าวเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนลูกตำลึงสุก
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยพี่ชิน” ฟาริดาเร่งฝีเท้าทิ้งห่างเตชินไปสองสามก้าว ไอ้พี่บ้า อยู่ ๆก็วกเข้ามาเรื่องใต้สะดือเสียอย่างนั้น สารภาพว่าฟาริดาไม่ได้คิดเรื่องนี้ในหัวเลย แต่คิดว่าอคินก็คงน่าจะต้องการแบบนั้น เพราะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เขาก็ไม่เคยปล่อยให้เธอห่างตัวเลย
“อายทำไม ใคร ๆเขาก็ทำกัน ขนาดพี่ก็ยังทำบ่อยเลย”
“พี่ชิน! ลามก” ฟาริดาแหววเสียง ถลึงตามองเตชิน หันซ้ายแลขวามองไปรอบ ๆ “ไม่คุยเรื่องนี้แล้วค่ะ เดี๋ยวใครมาได้ยินก็ว่าเราสองคนเป็นพวกทะลึ่งตึงตังอีก”
“เออ ไม่พูดก็ไม่พูด” เตชินตบไปที่ศีรษะของฟาริดาเบา แล้วเดินแยกไปอีกทาง ส่วนฟาริดาเองก็เดินมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ได้ยินเสียงข้อความดังขึ้น ก็เปิดดูพร้อมรอยยิ้มกว้าง หญิงสาวพิมพ์ข้อความส่งตอบกลับไปให้ชายคนรักก่อนที่เขาจะส่งสติ๊กเกอร์รูปหัวใจตอบกลับมา
