ตอนที่11 โลภ
“ฉันจ้างเธอแล้ว ส่วนป้าเธอฉันก็ให้คนดูแลอย่างดี...”
“อย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเข้าใจไหม” หลังส่งล่าคลื่นเข้าห้องเรียบร้อย คุณสุณีก็เรียกเธอมาคุยพร้อมตำหนิ
“ขอโทษค่ะ”
“แล้วคลื่นเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บมากไหม”
“แผลใหม่ไม่มากแล้วก็ไม่ใหญ่ค่ะ เป็นแผลที่มือน่าจะตอนปัดไปมั่วๆ...”
“จะมีก็แผลเก่าที่เคยเกิดขึ้นทิ้งรอยไว้หลายที่” เรียกว่ามีหลายตำแหน่งเลยเพราะส่วนที่เขาใช้มันตลอดก็คือมือ ยื่นไปเพื่อไขว่คว้าไม่ว่าจะตอนปกติหรือตอนโมโหก็มือไปก่อน
“อืม แรกๆ ที่คลื่นรู้ว่าตัวเองไม่เหมือนเดิมนอกจากตอนเรียกหาหนูพิมแล้ว ที่เหลือก็มักจะเก็บตัว คิดได้ก็เครียดแล้วก็โวยวายทำลายข้าวของ...”
“เขาไม่เอาใครเลยแม้แต่พ่อแม่ ไม่ว่าจะกล่อมยังไงก็เอาลงไม่ได้จนต้องกลั้นใจปล่อยให้ลูกชายตัวเองอยู่ในสภาพนั้นมาตลอด” คุณสุณีบอกเล่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“.....” เข็มขาวที่ได้ฟังก็นึกภาพตามอย่างเข้าใจแต่ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไร
“ตอนนี้คลื่นเชื่อใจและสบายใจเพราะเธอ ฉันฝากเธอดูแลเขาให้ดีด้วยนะเข็มขาว...”
“ถ้าถึงวันที่เธอต้องไปฉันจะตอบแทนเธออย่างดีที่สุด” นี่คือสิ่งที่คุณสุณีฝากฝังไว้กับเข็มขาวอย่างทำอะไรไม่ได้แล้ว เรื่องค่าจ้างก็ส่วนหนึ่ง ขอแค่ทำให้ลูกชายเธอมีความสุขระหว่างนี้เธอพร้อมจ่ายให้แบบที่อีกฝ่ายจะสบายไปตลอดเลย
“หนูจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดค่ะ” ไม่ใช่เพราะหวังเงินทองที่จะได้รับตอบแทนภายหลัง แต่เธออยากทำ ทำมันด้วยใจจากความสงสารเห็นใจ
และอาจจะรวมไปถึงความผูกพันใกล้ชิด...
“ไปพักเถอะ ลูกฉันน่าจะรอเธออยู่”
“ค่ะ” คนเจียมตัวทุกอย่างยกเว้นเรื่องของความรู้สึกก้มหัวพาตัวเองกลับไปยังห้องพัก
“มาแล้วเหรอ” พอเสียงเปิดประตูดังขึ้นคนนอนรอก็ถามอย่างกระตือรือร้น
“ทำไมยังไม่นอนอีกคะ”
“เมียไม่อยู่ นอนไม่หลับ” พูดเสียงอ้อน ยื่นแขนหาเธอให้เข้าไปนอนข้างกายเขาอย่างทุกคืน
แล้วแบบนี้จะไม่ให้คนที่ได้สบตาเขาทุกวัน มองเห็นทุกการกระทำระหว่างเราหวั่นไหวได้ยังไง
“เป็นอะไร” เสียงอ่อนโยนดังขึ้นถามเมื่อคนตัวเล็กขึ้นเตียงแล้วซุกหน้ากอดเขาแน่นกว่าปกติ
การสูญเสียประสาทสัมผัสหนึ่งส่วน มันก็ส่งผลให้ส่วนอื่นดีขึ้นมาเช่นกัน
อ่อนไหวง่าย มันก็รวมถึงประสาทสัมผัสไว
ภาษากายของเธอมันเหมือนเด็กน้อยของเขากำลังอ้อนและอยากงอแง
“กอดไม่ได้เหรอคะ” ไม่มีคำตอบให้เขาเลยย้อนสิ่งที่เขาใช้ถามเธอกลับไป
แต่ถ้าพูดได้ เธอคงจะพูดมันออกไป...
อิจฉาผู้หญิงที่เขารัก
เขาเป็นผู้ชายที่รักแฟนเหลือเกิน
“กอดได้ครับ” ยกยิ้มกับคำยอกย้อน กระชับกอดร่างนุ่มเล็กไว้แน่นไม่ปล่อย กดจูบหัวของเธออย่างเอ็นดูรักใคร่
“พิมรักพี่คลื่นนะคะ” ก็แค่คนในเงามืดที่สวมรอยมา ก็แค่ตัวแทนที่เขาไม่เคยรับรู้ว่าไม่ใช่ตัวจริง เพราะแบบนั้นคนหน้าด้านอย่างเธอก็คงทำได้เพียงอาศัยใช้ชื่อของตัวจริงเขา เพื่อบอกรักเขาอย่างไร้ยางอาย
“พี่ก็รักพิมมากนะ” คำบอกรักแสนหวานย้ำตอบออกมา
แต่ชื่อที่ออกจากปากเขามันกำลังทำให้ใจดวงน้อยของคนในอ้อมกอดสะเทือนปวดแสบปวดร้อน
เวลาแค่เกือบสามเดือนฟังดูตลกไปไหมที่จะตกหลุมรักคนๆ หนึ่งได้ง่ายๆ
แต่เวลาเกือบสามเดือนนี้เธอต้องเล่นบทคนรักของเขา และเผลอลืมตัวอินไปกับบทบาทจนคิดว่าเป็นตัวเอง ใช้ชีวิต พูดคุย หยอกล้อ ทุกอย่างเหมือนคนรักกัน ใจเธอมันถูกหล่อหลอมไปหมดแล้ว
“รักคนไหน” เข็มขาวไม่ยอมแพ้ อยากใช้ช่วงเวลานี้เสพสมให้ความรู้สึกโลภของตัวเอง
“คนนี้” เขาพูดพร้อมกับใช้หนึ่งฝ่ามือทาบลงแก้มของเธอ
“.....” แค่นี้ก็ทำให้คนไร้ยางอายยิ้มออกมาได้แล้ว
ไม่มีชื่อของตัวจริง นอนโอบกอดอยู่กับเธอ บอกรักให้ฟังข้างหู
“รักคนนี้เหมือนกัน” เธอก็ทำเหมือนที่เขาทำ ไม่เอ่ยชื่อใครอีกคน พูดแล้วจิ้มไปที่อกแกร่งให้เขารับรู้ ก่อนจะยืดตัวไปจูบปากหยักอย่างถือวิสาสะ
กดจูบซ้ำๆ ไม่ได้รุกล้ำแค่อยากสัมผัสมอบความรักความอบอุ่นให้กับเขาผ่านตัวของเธอ
ฝ่ามือใหญ่เลื่อนไปประคองหลังหัวของเธอไม่ให้ผละออก กดจูบตอบกลับโดยไม่ได้ถอยหนี ทั้งยังใช้ริมฝีปากตัวเองเปิดปากของเธอรับจูบลึกซึ้งขึ้น
ใจดวงน้อยที่มันอ่อนไหวไปกับเขาแทบไม่เหลือคราบแล้วจะยากตรงไหนที่เผยอปากรับจูบหวานซึ้งนี้
ให้เขาชักนำทุกอย่างตามประสาคนไม่ประสีอะไร แต่ก็ตอบรับเงะงะให้ความร่วมมือไม่รังเกียจเลยสักนิด
ใจเธอร้องบอกตัวเองอย่างคนเข้าข้างตัวเอง
เธอไม่ผิด เธอมีสิทธิ์ เธอทำได้...?
ร่างกายของเธอบดเบียดไปกับร่างสูงใหญ่ของเขามากขึ้นตามแรงจูบที่ไม่มีท่าทีจะหยุด แม้ต้องเสียอากาศหายใจแค่ไหนแต่เธอไม่อยากผละออก อยากตักตวงมันไว้ให้มากที่สุด
แต่เป็นล่าคลื่นที่ยอมผละถอยให้เธอได้พักหายใจ
“ไม่ได้จูบนานเหรอ ทำไมเมียพี่ไม่ซ่าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” ยิ้มขำล้อเธอที่จูบไม่เก่งเหมือนอดีต
“ไม่มีคนสอนมานานแล้วค่ะ” ตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนโยนความผิดให้เขาทั้งที่เธอไม่เคยแบบนี้มาก่อน
“แล้วอยากให้พี่สอนอะไรให้ใหม่ไหมล่ะ” ถามอย่างกำกวม ฝ่ามือใหญ่ยังคงทาบสัมผัสอยู่กับผิวกายนุ่มที่สอดเข้ามาในเสื้อของเธอก่อนหน้านี้ ลูบไล้เบาๆ จนสัมผัสได้ถึงขนอ่อนที่ลุกชัน
“แล้วแต่คุณครูค่ะ เพราะมันคือหน้าที่คุณครูที่ต้องเตรียมบทเรียนมาสอนให้นักเรียนเอง” พูดไปทั้งเขิน แต่พอตกอยู่ในอาการของคนเมารัก ก็กลายเป็นคนที่ทำได้ทุกอย่าง
“ซ่าแบบนี้ ถ้าครูสอนดุร้องไห้ไม่เห็นใจนะ”
“กลัวแต่ว่าคุณครูจะทำให้ร้องไม่ได้มากกว่าค่ะ”
“พิม” เรียกเสียงดุเมื่ออีกคนกวนยั่วเขาไม่หยุด
แต่คำเดียวที่เน้นย้ำดุไม่จริงจังใส่คนรัก มันก็เป็นหนึ่งคำที่ดึงสติอีกส่วนของเข็มขาวให้อยู่กับความเป็นจริงอีกครั้ง
“นอนดีกว่าค่ะดึกแล้ว” ใบหน้าที่แต่งแต้มรอยยิ้มก่อนหน้านี้เหลือแต่ความเศร้าสลด พูดเสียงเบาบอกเขาก่อนจะตะแคงหันหลังให้ตอกย้ำว่ารู้สึกได้ แต่อย่ารู้สึกจนลืมความจริงแล้วยอมไม่ได้
ล่าคลื่นที่ถูกตัดบทพร้อมกับคนรักหันหลังให้ก็ฉงนเพราะคิดว่าคืนนี้จะไม่จบลงเพียงเท่านี้ แต่เขาก็ขยับกายแกร่งเข้าไปแนบชิดเธอแทบจะหลอมเป็นหนึ่ง กอดกระชับไว้แน่นด้วยความรักจนส่วนที่ตื่นก่อนหน้านี้ทิ่มแทงกับสะโพกสวย
แต่ถึงอย่างนั้น คนกำลังตื่นจากภวังค์ฝันหวานก็ไม่สามารถปล่อยตัวต่อจากก่อนหน้านี้ได้อีก
