บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

ปัณณ์ที่บัดนี้ร่างกายเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มผืนหน้าที่ช่วยปกปิดไว้ ข้างกายของเขามีร่างเล็กๆ ที่ล่อนจ้อนไม่ต่างกันกำลังสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนา

ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับ นี่เขาทำอะไรลงไป เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เขาเครียดมากไปกว่าการที่เขาทรยศคนรักที่กำลังจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ถ้าปลิตรารู้เรื่องนี้เธอคงไม่มีวันให้อภัยเขา

“ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ” น้ำเสียงปนสะอื้นเอ่ย สภาพของชายหนุ่มที่เธอเห็นไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งผ่านความสุขมาเลย ใช่เขาไม่มีความสุขแต่แค่ในตอนนี้เท่านั้น ความรักของเธอที่มีให้กับเขาจะสร้างความสุขให้กับเขาเอง ที่มากกว่าผู้หญิงคนไหนๆ จะมอบให้เขาได้โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชื่อปลิตรา

ปัณณ์ถอนหายใจยืดยาว มองหญิงสาวที่ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก เขาทำเลวได้มากแค่ไหนกัน ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเขาที่ปล่อยให้อารมณ์มันพาทุกอย่างให้เป็นแบบนี้ เขาจะทิ้งเธอไว้แบบนี้ แล้วหนีไปแต่งงานอย่างนั้นหรือ เขาจะปล่อยให้เธอรับผิดชอบเรื่องนี้คนเดียวอย่างนั้นหรือ ไม่ได้หรอก เลวเกินไป!

“ผม...” น้ำเสียงขาดหาย ถ้าจะพูดคำว่าขอโทษคงสายเกินแก้เสียแล้ว

“คุณไม่ต้องคิดมากนะคะ ฉันบอกว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ มันก็จะเป็นความลับ จะไม่มีใครรู้เรื่องของเรา” น้ำเสียงของเธอเด็ดเดี่ยวไม่มีร่องรอยของการสะอื้นให้เห็นอีก

“แต่...”

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ฉันเองก็มีส่วนผิด” เธอพูดพลางก้มหน้า ด้วยกลัวว่าเขาจะเห็นหยาดน้ำตาที่ทำท่าจะไหลลงมาอีกรอบ “ที่ไม่ห้าม...ไม่ขัดขืน ปล่อยทุกอย่างให้มันลงเอยแบบนี้”

“คุณไม่ผิดหรอก ผมผิดเอง ผมต้องรับผิดชอบ”

คำพูดนั้นของชายหนุ่มยิ่งทำให้เธอรู้สึกได้ใจ ซ่อนรอยยิ้มยินดีไว้ภายใต้ใบหน้าหมองเศร้ามิดชิด มารยาหญิงก็เปรียบเสมือนยาสั่ง ที่จะสั่งให้ผู้ชายทำอย่างไรก็ได้ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ปัณณ์จะต้องทำตามคำสั่งของเธอ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

“รับผิดชอบอย่างนั้นหรือคะ...คุณจะรับผิดชอบฉันยังไง คุณกำลังจะแต่งงานอีกไม่กี่วันนี้แล้ว”

“ผม...” คำถามของเธอเขาตอบไม่ได้ เขารักปลิตรามาก เขาทำใจให้เสียเธอไปไม่ได้ และอีกเช่นกันเขาทำใจให้ทอดทิ้งผู้หญิงอีกคนที่เพิ่งทำร้ายก็ไม่ได้เช่นกัน

“ถ้าการรับผิดชอบของคุณคือการเก็บฉันไว้อย่างลับๆ เป็นเมียที่สอง เป็นบ้านเล็กๆ ของคุณ ไม่ต้องนะคะ ฉันไม่ต้องการ ฉันรับผิดชอบตัวเองได้”

“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” ชายหนุ่มค้าน ทั้งๆ ที่ยังหาคำตอบไม่ได้เช่นกัน

“หึ...คุณจะบอกฉันว่า จะแต่งงานกับฉันเพื่อรับผิดชอบอย่างนั้นหรือคะ” น้ำเสียงประชดประชันนั้นอ่อนล้า เธอไม่ได้หวังสูงเกินไป แต่ผู้ชายอย่างปัณณ์ไม่เคยปัดความรับผิดชอบไปให้ใครอยู่แล้วโดยเฉพาะผู้หญิง การมีความรับผิดชอบของเขากลายเป็นจุดอ่อน ถึงแม้วิธีการจะดูน้ำเน่า แต่มันก็ใช้ได้ดีทุกยุคทุกสมัย

“ผมไม่รู้” เขาตอบพร้อมกับก้มหน้ากุมขมับ ความผิดพลาดอันไม่น่าให้อภัยนี้ทำให้เขาเครียดจนหัวสมองแทบระเบิด

“ฉันบอกคุณแล้วไงคะ ว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรในตัวฉันทั้งนั้น”

“ผมทำแบบนั้นไม่ได้” เขาบอกน้ำเสียงแห้ง “ขอเวลาให้ผมหน่อยนะ...” เวลาเพียงน้อยนิดที่เขาขอ อาจจะมีความหวังของเขาหลงเหลืออยู่บ้าง ความหวังที่เขาจะขออยู่เคียงข้างคนที่เขารัก โดยไม่ได้ทำร้ายใคร เขายังมีความหวังนั้นอยู่ได้ใช่ไหม

บทสนทนาที่ดูเหมือนชัยชนะจะเป็นของเธอ แต่ความจริงแล้วยังไม่ใช่ เขาจะเปลี่ยนใจไม่รับผิดชอบเมื่อไรก็ได้ ตัวเธอเองก็ไม่ได้มีหลักค้ำประกันอะไรเลยในความมั่นคงของระยะเวลาที่เขาขอ หรือถึงที่สุดแล้วเขาจะรับผิดชอบเธออย่างที่ปากว่าจริง มันก็เป็นแค่ความรับผิดชอบ อย่างไรก็ไม่ใช่ความรักและถ้าเป็นอย่างนั้น แน่นอนความรักของเธอก็จะไม่มีวันยืนยาว ปลิตราจะมาทวงคนของเธอคืนไปเมื่อไรก็ได้ ตราบใดที่เขายังมีใจโอนเอียงโหยหาอยู่ และเธอก็ยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ บางทีก็คงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลมเพื่อให้รักครั้งนี้ของเธอไม่มีอุปสรรคและยั่งยืนตลอดไป

เสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังขึ้นในมุมใดมุมหนึ่งของห้องเรียกสติของชายหนุ่มที่แทบไม่มีเหลืออยู่แล้วให้กลับคืนมา เขาแทบจะถลาไปหาที่มาของเสียงเมื่อจำได้อย่างแม่นยำ เสียงเรียกเข้าเฉพาะคนที่เขารัก ปลิตรา

น้ำตาที่เหมือนจะยังไม่แห้งเหือดดี ไหลลงมาอีกครั้ง เธอมองร่างสูงใหญ่ผ่านม่านน้ำตาที่กำลังก้มๆ เงยๆ ควานหาโทรศัพท์ โดยไม่ต้องบอกเธอก็พอจะเดาได้ว่าใครเป็นคนโทรมา ตลอดจนเขาพบมันมุมหนึ่งของห้อง เขากดรับก่อนที่จะหลบไปคุยอีกทางหนึ่ง

แววตาที่เคยอ่อนเศร้าเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว อย่างที่ผู้ที่เพิ่งเดินลับหายไปไม่มีโอกาสได้เห็น มือเรียวกำผ้าปูที่นอนแน่นราวจนเกิดอาการสั่นน้อยๆ ตามแรงบีบ เธอจะไม่ยอมขาดทุน ไม่ว่าเรื่องอะไรถ้ามีใครจะต้องเจ็บคนๆ นั้นต้องไม่ใช่เธอ เธอจะไม่มีวันแพ้

“แย่แล้วปลิวกำลังจะมา”

น้ำเสียงร้อนรนเอ่ยบอกทั้งที่เขายังเดินมาไม่ถึงดีด้วยซ้ำ หญิงสาวคลายมือที่กำแน่นลง ผ่อนลมหายใจช้าๆ ระงับสติที่กำลังพลุ่งพล่าน เธอจะปล่อยอารมณ์มาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงทุนลงแรงทำไปทั้งหมดไม่ได้ รอให้ถึงเวลาก่อนเถอะปลิตรา และฉันจะทำให้เธอรู้ ว่าคุณปัณณ์เป็นของฉัน ของฉันคนเดียว!

“ค่ะ...” เธอรับคำรับรู้เพียงแค่นั้น ก่อนจะผินหน้าหนี และนั่นทำให้ปัณณ์เริ่มนึกได้ ถึงจิตใจของอีกฝ่าย น้ำเสียงต่อมาของเขาจึงเต็มไปด้วยความลำบากใจ

“เออ...คุณหลบไปก่อนได้ไหม”

“ค่ะ...” น้ำเสียงตอบรับคำเดิมก่อนที่ร่างเล็กบอบบางก็หอบผ้านวมผืนหนาแทนผ้าพันร่างกายก่อนจะหายลับเข้าไปในห้องน้ำ ปัณณ์ถอนหายใจยืดยาวเมื่อประตูห้องน้ำปิดสนิทลง ยังพอมีเวลากว่าปลิตราจะมาถึงเขาคงจัดการอะไรได้เรียบร้อย ชายหนุ่มมองกองเสื้อผ้าที่ตกอยู่กระจัดกระจายทำให้นึกขึ้นได้ว่าคนที่อยู่ในห้องน้ำไม่ได้เอาอะไรเข้าไปเปลี่ยนเลย เขาลังเลอยู่เพียงครู่ก่อนตัดสินใจจะเลือกหยิบเสื้อผ้าของหญิงสาวโดยไม่ลืมชิ้นเล็กๆ ทั้งสองชิ้นด้วย

เสียงเคาะประตูห้องน้ำเบาๆ ทำให้ผู้ที่อยู่หน้ากระจกด้วยร่างเปลือยเปล่าต้องยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาที่ยังมีหยาดน้ำครางคลออยู่แข็งกร้าว เวลานี้เขายังเลือกคนอื่น แต่สักวันอีกไม่นานคนที่เขาเลือกจะต้องเป็นเธอ ไม่ใช่ผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น

“มีอะไรหรือคะ” เธอถาม ซึ่งแน่นอนน้ำเสียงของเธอนั้นเจือสะอื้น ซึ่งเธอก็พอจะเดาสีหน้าท่าทางของผู้ที่อยู่หลังประตูได้ดี ร้อยทั้งร้อยผู้ชายก็มักจะแพ้ภัยให้กับน้ำตาผู้หญิง

คำถามของเธอถูกลืมไปชั่วครู่ กว่าที่จะมีคำตอบออกมาได้ในที่สุด “เออ...คุณลืมเสื้อผ้าไว้”

“เออค่ะ...คุณรอสักครู่นะคะ” เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้น ก่อนที่ประตูห้องน้ำจะเปิดแย้มออกเพียงนิดให้มีช่องเพียงแค่แขนของเธอรอดออกมาได้ เขาส่งเสื้อผ้าให้ แต่ก่อนที่เธอจะหายกลับเข้าไป เขาบอกกับเธอแผ่วเบา แต่ก็มั่นใจว่าดังพอที่เธอจะได้ยิน

“ขอเวลาผมหน่อยนะครับ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel