ตอนที่3 คุมประพฤติ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูถูกเคาะดังขึ้นก่อนเลขาฉัทปนัยจะเปิดออกมา
“คุณแพมารีย์มาขอพบค่ะ” ฉัทปนัยพยักหน้าให้เลขา นั่นทำให้ร่างระหงราวกับนางแบบของแพมารีย์ หรือ แพม เดินเข้ามาภายในห้องทำงานหรูของฉัทปนัย
“ช่วงนี้ไม่ติดต่อหากันบ้างเลยนะ” แพมารีย์พูดกับฉัทปนัยขึ้นอย่างสนิทสนม เพราะตอนนี้นอกจากเธอจะเป็นลูกค้าของฉัทปนัยแล้ว เธอยังเคยเป็นเพื่อนสมัยมหาลัยของฉัทปนัยด้วยนั่นเอง
“เธอมาก็ดีแล้ว เธอเคยติดต่อหาเมียฉันไหม” แล้วฉัทปนัยก็ถามในสิ่งที่อยากรู้ออกไป อยากรู้ว่าผู้หญิงที่ติดต่อหาชมนต์คือใครกัน เพราะข้อความพวกนั้นที่ชมนต์ได้รับส่วนมากจะเห็นแต่หน้าเขาเต็ม ๆ บริเวณรอบข้างก็ไม่เห็นอะไรนอกจากเตียงสีขาวที่เป็นเตียงในโรงแรมซะส่วนใหญ่นั่นเอง
“แพมจะติดต่อเมียคุณได้ยังไงคะ แพมไม่มีช่องทางติดต่อของเธอ...” แพมารีย์พูดพร้อมกับเดินอ้อมโต๊ะมาหาฉัทปนัยก่อนจะนั่งลงบนตักแกร่ง “และที่สำคัญ คุณก็บอกชัดเจนแล้วนี่คะ ว่าเรื่องระหว่างเรา จบลงแค่บนเตียง”
จบลงแค่บนเตียงที่หมายถึงพอเจอกันบนเตียงอีกครั้งก็ไม่จบนั่นเอง
“ลงไปก่อน เดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็น” ฉัทปนัยพูดพร้อมกันดันแพมารีย์ออก
“กลัวอะไรคะ ไม่ใช่ไม่เคยทำแบบนี้สักหน่อย” แต่แพมารีย์กลับโอบคอแกร่งไว้แน่นแล้วพูดขึ้น หน้าอกใหญ่บดเบียดเข้ากับแผงอกแกร่งของฉัทปนัยอย่างยั่วยวน
“ช่วงนี้ฉันคุยแค่เรื่องงาน” ฉัทปนัยพยายามหลีกเลี่ยงแล้วบอกให้แพมารีย์รู้ว่าเขาทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
“ถูกเมียคุมประพฤติอยู่เหรอคะ” แล้วแพมารีย์ก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ความเย้ยหยันที่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบมันเลย
ตุบ! ร่างระหงของแพมารีย์ถูกยกและผลักลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของฉัทปนัยโดยไม่สนใจเลยว่าเธอจะทับอะไรจนเจ็บเข้าหรือเปล่า แต่อีกอย่างหนึ่งที่ทั้งสองรู้กันดีก็คือความเร่าร้อนและรุนแรงที่ต่างสนองกันได้ดีนั่นเอง
“คนอย่างฉัน ไม่จำเป็นต้องให้ใครคุมประพฤติ!” เสียงเยือกเย็นของฉัทปนัยดังขึ้นก่อนจะเลิกกระโปรงตัวสั้นของแพมารีย์ขึ้นส่งนิ้วเรียวเข้าไปยังร่องรักอย่างแรง
“อ๊ะ! อ๊า!” เสียงหวานครางขึ้นอย่างไม่อาย ปล่อยให้ฉัทปนัยปรนเปรอให้เธอก่อนสักพัก
ตุบ! เมื่อพอใจแพมารีย์ก็ผลักฉัทปนัยนั่งที่เก้าอี้ของเขาคืน ก่อนจะจัดการกางเกงผ้าดีของเขาแล้วงัดเอาท่อนเอ็นใหญ่ที่เริ่มแข็งตัวออกมาก่อนจะก้มลงไปครอบครองมันด้วยปากอุ่น ๆ ของเธอ
“ซี๊ด! อ่า!” เสียงครางดังขึ้นอย่างพอใจทันทีเมื่อถูกปากร้อนครอบครอง นั่นทำให้ความต้องการของเขามีมากขึ้นอย่างง่ายดาย
และแน่นอนว่าฉัทปนัยไม่ใช่คนเลวร้ายหรือคนหลายใจอะไรเลย สำหรับเขาแล้วตอนนี้ในใจก็มีเพียงชมนต์ภรรยาของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขารัก แต่ที่ผิดก็คือความต้องการของฉัทปนัยต่างหาก ความต้องการที่สูงมากกว่าคนปกติ ทำให้เขานั้นบกพร่องด้านการควบคุมเรื่องทางเพศตลอดมา
และที่เขาไม่สามารถลงกับชมนต์คนเดียวได้ เพราะเขารู้ดีว่าชมนต์ไม่สามารถรับมันได้ แค่ความบ่อยครั้งเธอก็รับไม่ไหวแล้ว แล้วไหนจะความชอบเซ็กส์ที่ร้อนแรงและเร่าร้อนนั่นอีก เพราะเขาเคยลองปลดปล่อยตัวตนของตัวเองออกไปกับชมนต์แล้ว และนั่นก็ไม่ได้ปล่อยออกไปเต็มที่ แต่เธอก็ยังร้องขอให้เขาหยุด นั่นทำให้เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถมีความสุขกับเซ็กส์ระหว่างชมนต์ได้ เพราะเขาก็อยากทะนุถนอมเธอเหมือนกัน
จะบอกว่าเป็นข้ออ้างของการมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นก็ได้ แต่ถ้าใครมีความต้องการสูงมาก ๆ และไม่สามารถลงกับคู่รักของตัวเองได้ สิ่งที่พอจะทำได้ก็คือหาที่ระบายมันจากคนอื่นแบบนี้ และเรื่องความต้องการมันเป็นทั้งด้านจิตใจและร่างกาย อย่าเห็นว่าเขามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นทั้งที่มีเมียอยู่แล้วว่าเป็นคนเลว เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่เคยบังคับขืนใจใครแม้แต่คนเดียว
“ซี๊ด!” เสียงสูดปากจากฉัทปนัยดังขึ้นอย่างสุขสม และไม่นานแพมารีย์ก็ผละออกเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของฉัทปนัยอย่างที่เคยเห็นหยิบถุงยางออกมาฉีกและสวมใส่มันลงไปให้กับเขาอย่างชำนาญ
ร่างบางลุกขึ้นยืนหันหลังให้ฉัทปนัยก่อนจะเลิกกระโปรงขึ้น ดึงกางเกงชั้นในออกไปด้านข้างแหวกขาออกกว้างคร่อมทับขาของเขาทั้งสองข้าง แล้วนั่งลงไปบนตักของฉัทปนัยพร้อมกับจับท่อนเอ็นสอดใส่เข้ามายังร่องรักของเธอ ใช้รองเท้าส้นสูงห้านิ้วในการรับน้ำหนักตัวเองก่อนจะออกแรงขยับร่างกายขึ้นลง
ร่างกายที่เคลื่อนไหวแข่งกับเสียงครางดังไปทั่วห้อง โชคดีที่ห้องนี้เก็บเสียงจนไม่ดังออกไปข้างนอก ความเร่าร้อนและร้อนแรงของเขาและเธอพิสูจน์ได้จากเหงื่อที่ไหลออกมาท่ามกลางอากาศเย็นของเครื่องปรับอากาศ ยิ่งกิจกรรมดำเนินไปนานเท่าไหร่ ความรุนแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม เพิ่มขึ้นจนพวกเขาทั้งสองเกือบถึงฝั่งฝันอย่างที่ต้องการ
แต่
แกร็ก!
