ตอนที่ 7
(หมอนุ)
..........
ผมคิดว่า นอกจากคุณฟ้าจะเป็นคนใจดีและใจเย็นแล้ว เขายังเป็นชายหนุ่มที่ ‘ใจง่าย’ อีกด้วย
ไม่ได้หมายถึงใจง่ายแบบนั้น แบบทางที่ไม่ดี ที่ผมว่า ‘ใจง่าย’ คือไม่คิดอะไรมาก ใครชวนทำอะไร ชวนไปไหน คุณฟ้าตกปากรับคำไปหมด เห็นได้ชัดตอนที่ผมชวนไปทะเลด้วยกัน เจ้าตัวก็ตอบตกลง ทั้งที่เราสองคนไม่ได้สนิทสนมกันเลย แม้ตอนท้ายๆ จะออกอาการงอแงให้ผมหวั่นใจไปหน่อยก็ตาม
แม้แต่ตอนที่ผมตั้งใจจะนั่งอยู่ในรถ เพื่อรอคุณฟ้าขึ้นไปเก็บกระเป๋า แต่เจ้าตัวกลับชวนผมขึ้นไปบนห้องด้วยกัน โดยไม่คิดอะไร กลับเป็นผมเองที่คิดมาก... คิดมากจนไปถึงขั้นแอบดีใจลึกๆ ที่ผมจะได้เห็นห้องของผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งถูกคนรักทิ้ง แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากอยากอาสาเข้ามารักษาแผลใจที่ยังสดใหม่นี้
หรือคุณฟ้าไม่รู้ว่าผมเป็น... ผู้ชายที่ชอบผู้ชายได้
อืม... ก็น่าจะใช่เพราะผมไม่เคยควงผู้ชายคนไหนให้คุณฟ้าเห็น ไม่เหมือนผมที่เห็นเป็นประจำ เวลาที่อดีตแฟนคุณฟ้ามานั่งเฝ้าเวลาทำงาน หรือไม่ก็มานั่งทำสวีตให้คนในร้านอิจฉากันเป็นแถบๆ
ผมเคยเจอตอนอดีตคู่รักกำลังจูบกันด้วย อย่าคิดว่าผมเป็นพวกถ้ำมองนะครับ เรียกว่าเป็นความบังเอิญมากกว่า แต่ก็แค่ครั้งเดียวเอง แถมคุณฟ้ากับอดีตแฟนยังเห็นผมอีกด้วย ตอนนั้นผมทำหน้าไม่ถูกเลย ได้แต่ก้มหน้าขอโทษ แล้วรีบเดินเข้าร้านไปทันที
จะว่าไป... ผมก็ไม่ได้เป็นชายรักชายเต็มขั้น (หรือเปล่า) เพราะผมยังไม่เคยมีอะไรกับผู้ชาย ส่วนกับผู้หญิง เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายครับที่ต้องมีบ้าง ส่วนผู้ชายที่ผมรู้สึกดีๆ ด้วยในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีแค่คนเดียวคือน้องลม ซึ่งตอนนี้มีเจ้าของเรียบร้อยแล้ว เจ้าของก็หวงเสียด้วย
อย่างเรื่องวันนี้ที่ผมโดนทิ้ง เหตุผลเพราะเจ้าของน้องลมไม่อยากให้ผมไปด้วย ทั้งที่ผมอยู่ของผมเฉยๆ แล้วนะ เลิกติดต่อน้องลมไปแล้วด้วยซ้ำ เป็นน้องลมเองมากกว่าที่เป็นห่วงความรู้สึกผม เลยโทรมาคุย ชวนไปกินข้าว ทำทุกอย่างเหมือนปกติ
ส่วนผม อันไหนเลี่ยงได้ก็พยายามเลี่ยง อันไหนไม่สามารถปฏิเสธได้ก็ต้องไปด้วย ซึ่งการไปทะเลครั้งนี้ น้องลมก็โทรมาชวนเอง แล้วเป็นไงล่ะ เอาเข้าจริง ผมก็โดนทิ้ง
น้อยใจนะ...
แต่ต่อให้รู้สึกมากขนาดไหนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง น้องลมก็ยังคงเป็นคนของติน ส่วนผมก็ยังคงเป็นคนไม่มีใครเหมือนเดิม
ตอนน้องลมโทรมาบอกให้ผมขับรถตามไปนั้น เจ้าตัวกับคนรักก็ใกล้ถึงที่พักแล้ว น้ำเสียงที่ผมได้ยินเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ขอโทษผมยกใหญ่ บอกให้ผมขับรถตามไปให้ได้ ผมเกือบหลุดปากออกไปแล้วว่า ไม่เป็นไร ผมไม่ไปดีกว่า ขอให้น้องลมเที่ยวทะเลกับคนรักให้สนุก
แต่ในวินาทีที่กำลังจะพูดออกไปก็นึกถึงเจ้าของห้อง ที่ผมกำลังรอเขาเก็บกระเป๋าไปทะเลด้วยกัน จะให้บอกยกเลิกทั้งที่เก็บกระเป๋าไปแล้วงั้นเหรอ คงไม่ดีแน่ แม้เจ้าตัวมีท่าทีตอนท้ายว่าไม่อยากไปแล้วก็ตาม ก็อย่างที่ว่าคนที่ไม่ยอมไปไหนเลยในวันหยุด ร้านไม่เคยปิดแม้สักเทศกาล ก็คงมีอาการห่วงร้านพอสมควรยามที่ต้องห่าง ผมเข้าใจ แต่ไม่อยากให้เปลี่ยนใจ
ถึงผมจะไม่ได้สนิทสนมกับคุณฟ้า แต่ก็อยากให้คุณฟ้าได้พักบ้าง เพราะคิดถึงคุณฟ้า อยากพาไปพักผ่อน ผมจึงเปลี่ยนใจ รับปากน้องลมว่าจะขับรถตามไป แต่ไม่ได้บอกว่าจะมีคนตามไปด้วย ไม่อยากถูกซัก ยิ่งถ้าบอกว่าคนไปด้วยเป็นผู้ชาย คงซักไม่หยุด เพราะพักหลังๆ เจ้าตัวก็กำลังลุ้นให้ผมมีคนมารักษาแผลใจ แถมยังหาคนมาแนะนำให้ผมรู้จักด้วย ก็ประมาณห้าถึงหกคนแล้วที่เจ้าตัวพามาให้ผมรู้จัก เพื่อหวังให้เลื่อนฐานะเป็นคนสนิท ก่อนจะเป็นคนรู้ใจในภายหลัง
ซึ่งเรื่องหาคนมารักษาแผลใจผมนี่แหละ เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้น้องลมขยันโทรมาชวนผมไปกินข้าวด้วยบ่อยๆ เพราะอยากนัดบอดผมกับเพื่อนของตัวเอง เพื่อนแต่ละคนก็ผู้ชายทั้งนั้น น้องลมคงอยากให้ผมเดินทางสายนี้เต็มขั้น
เมื่อผมยืนยันหนักแน่นกับน้องลมว่าจะขับรถตามไป เพราะน้องลมไม่เชื่อคำพูดผมเท่าไร คงกลัวว่าผมจะไม่ตามไปจริงๆ น้องลมคิดถูกครับ ผมก็ว่าจะไม่ตามไปแล้ว ถ้าไม่มีคุณฟ้า ก่อนวางสายนั้นผมก็แว่วได้ยินคนขับรถของน้องลมกระชากเสียงไม่ค่อยพอใจลอดมาให้ได้ยินว่า
‘ไม่มาก็ไม่เห็นเป็นไร เราเที่ยวสองคนก็ได้ มาทำไม อยากเป็นก้างนักหรือไง’
ขนาดว่าผมได้ยินแว่วๆ นะครับ ยังเต็มสองหูเลย ก่อนจะได้ยินเสียงน้องลมดุคนพูด แล้วกลับมาขอโทษผมเสียยกใหญ่ ผมจะว่าอะไรได้ นอกจากบอกว่าไม่เป็นไร ผมพยายามเข้าใจอารมณ์คนขี้หึง รักมากเลยหึงมาก และประวัติผมก็คือคนที่ตามจีบน้องลม ตินเลยไม่ยอมญาติดีกับผมง่ายๆ
ช่างเถอะครับ...
สักวันหนึ่ง หรือวันไหนที่ผมมีคนของผมบ้าง คนรักของน้องลมคงเลิกหึงไปเอง
แต่ว่าเมื่อไรล่ะ... เมื่อไรที่ผมจะหาคนคนนั้นเจอเสียที คนที่พร้อมจับมือเดินไปกับผม คนที่ผมกอดได้โดยไม่ต้องระแวงว่าจะเป็นคนที่มีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว
เหมือนตอนน้องลม ผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่าน้องลมมีเจ้าของ มีคนที่น้องลมรักและเขาก็รักน้องลมอยู่ก่อนแล้ว ถ้ารู้ ผมคงไม่กลายเป็นคนที่คิดจะแย่งคนของใครหรอกครับ
...แย่งโดนไม่รู้ตัว
“น้ำไหมครับ” เสียงเล็กๆ ที่ไม่ได้ห้าวเหมือนผู้ชายทั่วไป ฟังแล้วติดจะหวานนิดๆ ด้วยซ้ำ เอ่ยถามขึ้นมา ช่วยดึงผมให้หลุดออกมาจากความคิดซ้ำซาก
ผมเห็นขวดน้ำที่ถูกเปิดฝาไว้แล้ว มีหลอดเสียบ อำนวยความสะดวกเต็มที่ให้คนขับรถอย่างผม แต่จะให้ดีและให้สะดวกกว่านี้ ต้องเอามาจ่อใกล้ๆ ปากผมดีกว่า ตอนนี้มันอยู่ในมือคุณฟ้า ลอยเหนือตักเจ้าตัวนิดหน่อยเอง
“มันไม่สะดวกครับ”
ผมบอก และสมองกำลังคิดไปไกล ผมไม่รู้ว่าคนอกหักเป็นแบบผมหรือเปล่า ที่อยากมีคนมาเอาใจ สนใจ และให้ความสำคัญ หลังจากเป็นคนที่ไม่ถูกเลือก เพราะตอนนี้ผมอยากให้คุณฟ้าทำแบบนั้นกับผม อย่างน้อยๆน้ำขวดนี้ก็น่าจะถูกส่งมาใกล้ปากผมมากกว่านี้
...เพื่อเอาใจ
“เหรอครับ” คุณฟ้าพูดขึ้นเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับผม
“ครับ” แต่ผมก็จะตอบ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่แวบเข้ามาในหัว ก็ผมต้องการให้คนมาเอาใจ
...และแล้วก็เป็นไปอย่างที่หวัง คุณฟ้ายื่นขวดน้ำมาใกล้ พร้อมจับหลอดดูดให้ตรงปากผม ผมได้ดูดน้ำจากหลอดที่คุณฟ้าจับไม่ยอมปล่อย จนผมถอนปากออก
“พอแล้วหรือครับ” คุณฟ้าถาม ขณะปิดฝาขวด
“ครับ” แล้วความเงียบก็เริ่มทำงานอีกครั้ง เหมือนตอนที่รถวิ่งออกจากคอนโดฯ คุณฟ้า จนถึงตอนก่อนที่คุณฟ้าถามผมว่าจะดื่มน้ำไหม คุณฟ้ามองออกไปนอกรถ ผมก็ตั้งใจขับรถเพื่อพาคุณฟ้าไปยังจุดหมายคือทะเล
ตอนนี้ก็ใกล้ถึงแล้วครับ ไม่ถึงสิบกิโลเมตรล้อรถคงได้เหยียบถิ่นเมืองจันท์ แล้วอีกไม่นานก็ถึงที่พัก แต่ในห้องโดยสารของรถคันนี้ก็ยังคงไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้น ถึงจะเงียบแต่ไม่อึดอัดเลย ความรู้สึกคล้ายกับว่าผมขับรถมาคนเดียว ต่างกันแค่ว่า ผมไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเท่านั้นเอง
“หิวหรือครับ”
ผมเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ ถึงแม้ความเงียบระหว่างการเดินทาง
ของผมกับคุณฟ้าจะไม่ชวนให้อึดอัดก็ตาม แต่จะดีกว่าถ้าเราคุยกันมากกว่าการนั่งเงียบไปตลอดทาง บวกกับที่ผมเห็นคุณฟ้ามองถุงขนมที่วางบนตักบ่อยครั้ง ที่เห็นเพราะผมแอบมองคุณฟ้าบ่อยๆ แต่คนถูกแอบมองไม่รู้ตัว
ดูอาการที่ก้มมองถุงขนมบ่อยครั้งแล้ว แสดงว่าอยากกินแต่ไม่กล้า คงเกรงใจผมด้วย จากที่เห็นตอนจอดรถลงไปซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อที่
ปั้มน้ำมันก่อนออกจากกรุงเทพฯ ของกินที่คุณฟ้าซื้อมาก็มีแค่น้ำเปล่าสองขวด กับปลาแผ่นรสสไปซี่ถุงใหญ่
ตอนลงไปซื้อขนมในร้านสะดวกซื้อ คุณฟ้าก็ถามผมนะครับว่าอยากกินอะไรไหม แต่ผมเป็นคนไม่ชอบกินของจุกจิก นอกจากขนมหวานอย่างเค้กที่ผมชอบมาก เพราะชอบเค้กนี่แหละ ผมถึงได้ฝากตัวเป็นลูกค้าประจำของร้านคุณฟ้า
“เปล่าครับ” เจ้าตัวปฏิเสธกลับมาช้าๆ ถึงปากบอกว่าเปล่า แต่หน้าตาไม่ใช่เลย
หน้าตาคุณฟ้าบอกว่าอยากกินปลาแผ่นมาก ตาละห้อยมองถุงขนมบนตักอีกครั้ง ก่อนหันกลับไปมองข้างทางเหมือนเดิม แต่ไม่ลืมหยิบขวดน้ำที่เหลือเกินครึ่งขึ้นมาดูดจากหลอด
เอ่อ... ขวดนั้นของผมด้วยครับ ส่วนของคุณฟ้าหมดไปนานแล้ว
จู่ๆ ผมก็อยากยิ้ม คิดไปไกลอีกแล้ว แค่คุณฟ้าดื่มน้ำขวดเดียวกับผม จากหลอดเดียวกัน โดยไม่คิดอะไร ไม่รังเกียจ ทำแบบนี้ เหมือนเป็นการจูบกันทางอ้อมเลย...
ความคิดแบบเด็กน้อยของผมกระโดดออกมาเต้น
ผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณฟ้าเลยนะครับ สาบานได้ แต่หัวใจก็เต้นเป็นจังหวะที่ฟังสบาย อารมณ์ดีจนเผลอผิวปากออกมา จากหางตานั้น ผมเห็นคุณฟ้าหันมามองผมนิดหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองทิวทัศน์นอกรถต่อ คงสงสัยว่าทำไมจู่ๆ ผมถึงได้ผิวปากอารมณ์ดีสินะ ถ้ารู้ว่าผมอารมณ์ดีเพราะสาเหตุใด เจ้าตัวจะว่าอย่างไรนะ
ผมปล่อยให้ความเงียบเข้ามาเป็นมือที่สามอีกจนได้ จนรถวิ่งเข้าสู่แหล่งชุมชน ผ่านร้านอาหารหลายร้าน แต่ไม่คิดอยากจอด ผมเลือกที่จะทำอะไรบางอย่างที่ง่ายกว่านั้น
“แต่ผมชักหิวแล้วครับ”
