บทที่ 1
บรรยากาศงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของธีรดนย์กับ ขวัญข้าวอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นแขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็ล้วนแต่เป็นคนพิเศษของเจ้าบ่าวเจ้าสาวธีรดนย์มองเจ้าสาวของตัวเองอย่างรู้สึกรักใคร่วันนี้หญิงสาวดูสวยดุจเจ้าหญิงร่างอรชรอ้อนแอ้นอยู่ภายใต้ชุดแต่งงานเกาะอกสีขาวนวลประดับด้วยลูกไม้เนื้อดี ชายกระโปรงปล่อยยาวจนลากไปกับพื้นผมยาวถูกเกล้าหลวมๆปล่อยให้ปอยผมคลอเคลียไปกับกรอบหน้าหวานใบหน้างามถูกแต่งแต้มบางเบาเพื่อเปิดเปรยผิวเนื้อนวลให้ออกมาธรรมชาติที่สุดชายหนุ่มมองว่าที่ภรรยาของตัวเองอย่างรู้สึกสุขใจ กว่าห้าปีแล้วที่เขากับคบหากันมา ขวัญข้าวคือรักแรกพบของเขาเลยก็ว่าได้เขาชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ณ ตอนนั้นหญิงสาวยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่งส่วนตัวเขาก็กำลังเรียนปีสุดท้ายถ้าไม่เพราะอุบัติเหตุเล็กน้อยที่เกิดกับเธอในวันเขาก็ไม่ได้มีโอกาสมายืนข้างๆเธอในวันนี้
‘มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับ’เสียงทุ้มนุ่มร้องเรียก ขวัญข้าวหันขวับเงยหน้าขึ้นมอง สองสายตาประสานกัน ดวงตาเล็กจ้องมองชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลา ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยักได้รูปสวย คิ้วเข้มดกดำรับดวงตาคมนัยน์ตาสีดำสนิท เธอหลุบตาลงหลบหลีกสายตาคม แก้มขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะความเขินอาย
‘….’
ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาว ธีรดนย์อมยิ้มมุมปาก แววตาเปล่งประกายขบขันในท่าทีเขินอายของสาวเจ้า
‘มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับ’เขาถามย้ำอีกครั้ง
ร่างบางขยับตัวพยายามพยุงตัวลุกขึ้น แต่ทันใดนั้นเธอล้มลงอยู่ในท่านั่งเดิม
‘โอ๊ย!’ เสียงหวานร้องออกมา ใบหน้างามบิดเบี้ยวเหยเก๋บ่งบอกถึงความเจ็บปวด มือเรียวเล็กจับไปที่ข้อเท้าเล็ก บัดนี้บวมเป่งขึ้นสีคล้ำจนเห็นได้ชัด ฝ่ามือเล็กลูบๆคลำๆที่ข้อเท้าของตัวเอง
‘เดินเองไหวมั้ย?’
ชายหนุ่มส่งเสียงถามอีกครั้ง ร่างเล็กส่ายหัวไปมา ธีรดนย์คร่อมตัวลงช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นมา
‘ว๊าย!...คุณจะทำอะไรคะ ปล่อยฉันลงนะคะ’เสียงเล็กหวีดร้องด้วยความตกใจ เงยตามองสบตาเขา แววตาของเขาฉายแววขบขัน ริมฝีปากหนายกยิ้ม นี่เขายิ้มเยาะเธออย่างนั้นหรือ ดวงตาเล็กฉายแววขุ่นมัวไม่พอใจในท่าทางของเขา ขวัญข้าวดิ้นขยุกขยิกอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม
‘หยุดดิ้นสักที เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก’สายตาคมก้มมองคนในอ้อมแขน ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้ จนเธอสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นร้อนของเขา เธอเบือนหน้าเสสายตามองที่อื่น
‘คุณก็ปล่อยฉันลงสิ’ น้ำเสียงห้วนบ่งบอกอารมณ์ขุ่นมัวของเจ้าของเสียง
‘ถ้าปล่อยลง เดินเองได้ใช่ไหม?’น้ำเสียงเข้มแกมดุเอ่ยออกมา เธอหลุบตามองแผงอกกว้างแทนคำตอบ ธีรดนย์ยิ้มอ่อน คนในอ้อมแขนเงียบปากลงทันทีเมื่อถูกเขาตำหนิ ใบหน้าสวยหงิกงออย่างไม่สบอารมณ์ ร่างสมส่วนยังคงอุ้มร่างเล็กเดินลัดเลาะไปตามทางเดินภายในมหาวิทยาลัย โดยไม่สนสายตาหลายคู่ที่มองมาอย่างนึกสงสัย ผิดกับร่างเล็กที่ตอนนี้แทบจะมุดหน้าเข้ากับอกของเขา
‘คุณจะพาฉันไปไหนคะ?’เสียงเล็กถามอ้อมแอ้มออกมาโดยไม่ยอมเงยหน้ามามองเขา
‘ห้องพยาบาล’เขาพูดออกมาด้วยเสียงราบเรียบก่อนจะลอบยิ้มออกมา
ใบหน้าคมเปื้อนยิ้มเมื่อหวนนึกถึงวันแรกที่ได้เจอกัน ขวัญข้าวหันหน้ามามองสบตาคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ขอบคุณพี่ดนย์มากนะคะที่ทำให้ข้าวมีความสุข”เสียงหวานพูดออกมาอย่างซาบซึ้งใจ เธอไม่คิดเลยว่างานเลี้ยงฉลองวันแต่งงานของเธอกับเขาจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เพราะที่คุยกันไว้เธอขอแค่จัดงานเล็กๆและเชิญแขกที่เป็นคนสำคัญก็พอแต่แค่เห็นบรรยากาศในงานที่ถูกประดับประดาด้วยดอกกุหลาบสีขาวที่เป็นดอกไม้ที่เธอชอบธีรดนย์ช่างใส่ใจในความรู้สึกของเธอเหลือเกิน ดวงหน้าหวานคลี่ยิ้มพลางจับไปที่มือของเจ้าบ้านแน่น
“ไอ้ตัวแสบทั้งหลายมานู่นละ”ธีรดนย์พูดด้วยน้ำเสียงดีใจที่เห็นกลุ่มเพื่อนสนิทที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา ขวัญข้าวมองตรงไปที่หนุ่มๆทั้งสามกับว่าที่คุณแม่ที่ยังดูสวยสะพรั่งไม่เหมือนคนท้องเลยสักนิด
“แม่เจ้าโว้ย! วันนี้ทำไมมึงหล่อจังวะ ไอ้ดนย์”
“กูก็หล่อของกูทุกวัน มึงไม่สังเกตเองไอ้เมฆ”เจ้าบ่าวพูดออกมาอย่างแกล้งตีมึน ขวัญข้าวหัวเราะขำให้สองเพื่อนซี้คู่นี้
“ยินดีด้วยนะ ไอ้ดนย์ น้องข้าว”ชวินทร์พูดออกมาพลางมองหน้าเพื่อนอย่างรู้สึกดีใจ เจ้าบ่าวเจ้าสาวยิ้มให้กับคำอวยพรของเพื่อนพลางกล่าวขอบคุณ
“ขอบใจมาก ไอ้วิน มึงก็รีบๆมีแฟนได้แล้วนะ เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้นะมึง”ธีรดนย์แกล้งพูดยียวนเพื่อน ชวินทร์ออกจะรูปหล่อ บ้านก็รวยแต่ไม่เคยเห็นว่าเขาจะคบหากับใครเป็นแฟนเลยสักคน หรือไอ้เพื่อนคนนี้มันไม่ชอบผู้หญิงวะ เจ้าบ่าวส่ายหัวให้กับความคิดที่ไร้สาระของตัวเอง ชวินทร์มองหน้าเพื่อนที่กำลังจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนพลางยิ้มน้อย
“ยินดีด้วยนะคะ คุณดนย์ คุณข้าว”เสียงของอินทิยาอวยพรบ่าวสาว
“กูยินดีด้วยนะ ไอ้ดนย์ ตามกูมาให้ทันล่ะ”ภาคินัยยักคิ้วให้เพื่อนอย่างจงใจท้าทาย
“คืนนี้แหละกูจะปั๊มให้ติดเลย”ธีรดนย์พูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพลางหันมาทำตาเจ้าเล่ห์ใส่เจ้าสาว ขวัญข้าวยิ้มออกมาอย่างอายๆ สองแก้มนวลแดงปลั่ง
“ขอบคุณพี่ภามกับคุณอินด้วยนะคะ อีกไม่กี่เดือนก็จะได้เห็นหน้าหลานแล้ว ข้าวตื่นเต้นจังเลยค่ะ”ขวัญข้าวยิ้มออกมาอย่างดีใจพลางหลุบตามองท้องนูนๆของอินทิยา
“กี่เดือนแล้วครับน้องอิน?”ธีรดนย์ถามออกมาอย่างใคร่รู้
“หกเดือนแล้วค่ะคุณดนย์”ว่าที่คุณแม่พูดไปยิ้มไปพลางยกมือลูบไปที่หน้าท้องนูนอย่างหวงแหนก่อนจะหันมาสบตาสามีที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ใกล้ได้เจอกันแล้วสิ หลานลุง”เมฆาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นก่อนจะปรายตามองมาที่เจ้าบ่าว“หวังว่ามึงจะน้ำยาดีเหมือนไอ้ภามนะ”เมฆาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพลางมองสบตาธีรดนย์อย่างสบประมาท เจ้าบ่าวถลึงตาตอบโต้ สองสาวที่อยู่ท่ามกลางหนุ่มๆยิ้มขันออกมา เจ้าบ่าวเจ้าและผองเพื่อนถ่ายรูปร่วมกันอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินเข้าไปในงาน ปล่อยให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวรับแขกต่อไป
“เหนื่อยไหมครับ น้องข้าว?”ธีรดนย์หันมามองเจ้าสาวอย่างนึกห่วงใยพลางกุมไปที่มือเล็กแน่น ใบหน้าสวยส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะส่งยิ้มตอบ
“ไม่เลยค่ะ ข้าวตื่นเต้นจนหายเหนื่อยไปหมดเลยค่ะ”ขวัญข้าวยิ้มออกมาอย่างเขินอาย เธอพูดออกมาอย่างที่รู้สึกจริงๆวันนี้เธอไม่รู้สึกเหนื่อยเลยอาจเพราะได้นอนพักช่วงกลางวันหลังจากที่เสร็จพิธีเช้าไปแล้ว ร่างกายก็เลยไม่ได้รู้สึกล้า ชายหนุ่มมองหน้าภรรยาอย่างนึกเอ็นดู
