2.2
มยุเรศเริ่มผิดใจเธอเมื่อเรืออากาศเอกธมกร พลเทพย้ายมาประจำที่กองบิน และเข้าพักอยู่ที่บ้านพักโซนท้ายสุด ซึ่งถือว่าเป็นโซนคนโสด ถึงแม้บางคนจะมีภรรยาแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีภรรยาติดตามมาพักด้วย
“ถ้าอย่างนั้นแกก็บอกมาสิ ว่าแกไปนอนกับใครมา ฉันจะได้ให้พ่อแกไปลากคอมันมารับผิดชอบลูกในท้องของแกถูก” ราตรีฟาดแขนบุตรสาวแรง ๆ อีกครั้งด้วยความโมโห
“ฮือ ๆ...หนูไม่รู้จ้ะแม่ หนูไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร” หญิงสาวตอบอย่างอับจน กลืนสะอื้นที่แล่นปรี่ขึ้นจุกลำคออย่างยากลำบาก น้ำตาที่อาบใบหน้า เกิดจากอารมณ์ที่ถูกบีบคั้น
“หมายความว่ายังไง นี่แกไปปล่อยตัวเป็นผู้หญิงใจง่ายนอนกับผู้ชายที่แกยังไม่รู้จักเขาได้ยังไงฮะนังลูกไม่รักดี ฉันควรจะตีแกให้ตายใช่ไหมฮะ” ความเสียใจ ผิดหวังในตัวบุตรสาวทำให้ราตรีถามอย่างเกรี้ยวกราด
“ฮือ ๆ หนูขอโทษค่ะ หนูขอโทษ”
พราวรุ้งโผเข้ากอดเอวมารดา คร่ำครวญเสียงสะอื้นด้วยความเสียใจ รู้สึกผิดที่ทำลายความภาคภูมิใจของมารดา แต่เธอก็ไม่สามารถอธิบายหรือบอกอะไรกับมารดาได้จริง ๆ เพราะผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เธอก็ใช่จะรู้จัก มีเพียงมยุเรศคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถตอบได้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร แต่...เธอจะไม่มีวันถามหรือบอกให้มารดารู้เด็ดขาด ว่าคนที่ประกาศตัดขาดความเป็นเพื่อนกับเธอ คือคนที่กุมความลับของเธอไว้และเป็นคนที่ทำลายความภาคภูมิใจของเธอจนย่อยยับ
“แล้วทีนี้แกจะทำยังไงฮะยายรุ้ง แกทำเรื่องงามหน้าอย่างนี้ คิดบ้างไหมว่าพ่อแม่จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน ถ้าใคร ๆ รู้ว่าลูกสาวผู้พันหาญท้องไม่มีพ่อ คราวนี้คงได้เป็นขี้ปากเขาไปทั่ว” ราตรีเอ่ยอย่างเสียใจและผิดหวังอย่างรุนแรง
“หนูขอโทษค่ะแม่ ฮือ ๆ...หนูขอโทษ” พราวรุ้งพร่ำเอ่ยเสียงสั่นเครือ
ราตรีเมินหน้าหนี หลับตาระงับความผิดหวัง อำพรางความ พลุ่งพล่านและความปวดร้าวในหัวใจ บาปเวรใดกันหนอ ที่ทำให้ลูกสาวของเธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ มันทำให้เธอนึกย้อนไปถึงอดีตอันขมขื่นของตนขณะตั้งครรภ์บุตรสาวกระทั่งคลอด จากนั้นไม่กี่เดือนเธอก็หมดความอดทนจนตัดสินใจหอบหิ้วพราวรุ้งหนีมาตายเอาดาบหน้า เรื่องราวที่ผ่านมาอย่างเนิ่นนานจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของเธอเลย
“แล้วฉันควรจะทำยังไงดีฮะ ฉันจะปล่อยให้แกท้องไม่มีพ่อแบบนี้ได้ยังไง”
ผู้เป็นแม่เอ่ยพึมพำอย่างเป็นทุกข์ แลถอนหายใจยาว ระบายความหนักอึ้งในอก ควบคุมอารมณ์อยู่นาน กว่าที่จะทำใจวางฝ่ามือลงบนศีรษะบุตรสาวหลังระงับโทสะสำเร็จ ความรักตามประสาแม่ที่มีต่อลูกทำให้ราตรีอภัยให้กับความผิดพลาดของลูกได้ไม่ยากนัก แต่เพื่อความแน่ใจ ราตรีจึงออกไปซื้ออุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์มาให้บุตรสาวทดสอบ ซึ่งผลที่แน่ชัดยิ่งทำให้พราวรุ้งปวดร้าว รู้สึกผิดบาปต่อบิดามารดาจนเกิดความเครียดขึ้นอย่างรุนแรง
บิดาของพราวรุ้งเป็นนายทหารยศนาวาอากาศเอก หากข่าวของเธอรั่วไหลออกไป ผู้เป็นพ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด เสียงซุบซิบของคนหลังบ้านเหล่าลูกน้อง ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะสร้างความขุ่นหมองให้บิดาของเธอมากแค่ไหน...ยิ่งคิดถึงหัวอกบิดา พราวรุ้งยิ่งเครียดจนตัดสินใจที่จะยุติปัญหาทั้งหมดอย่างคนสิ้นคิด
แสงจันทร์คืนข้างขึ้นสว่างจ้าจนนายทหารหนุ่มที่เดินผ่านมา มองเห็นหญิงสาวที่กำลังเดินเหม่อจากริมตลิ่งลงไปในคลองน้ำ ลึกลงไป เรื่อย ๆ ทุกขณะอย่างแจ่มชัด หัวใจผู้กองหนุ่มหล่นวูบ รีบร้องตะโกนเรียกชื่อเธอออกไปสุดเสียงพร้อมกับออกวิ่งตามลงไปคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที เขาพยายามจะเหนี่ยวรั้งเธอกลับขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล หัวใจเต้นโลดขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดและใจหาย เมื่อนึกภาพใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของจรรย์อมล น้องสาวของตนที่ปลิดชีวิตตัวเองด้วยการสูดแก๊สพิษขณะหลับเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่รับประทานเข้าไป
